กพท.ปิดปม 'พาที' นอมินีนกสกู๊ต หลังสืบไม่พบข้อมูลเอาผิด

12 กันยายน 2561
1,770

กพท.ปิดปม “พาที” นอมินีนกสกู๊ต หลังสืบไม่พบข้อมูลเอาผิด พร้อมจับตาดูทิศทางบริหารงานของนกแอร์อย่างใกล้ชิด มั่นใจจะมีทุนใหม่ไทย - เทศเข้าอุ้ม ชี้ที่ผ่านมาแม้เริ่มมีกรณียกเลิกเที่ยวบิน แต่ยังรับผิดชอบผู้โดยสาร

เมื่อวันที่ 12 ก.ย.61 นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เร่งตรวจสอบสถานะทางการเงินของสายการบินนกแอร์ และตรวจเส้นโครงสร้างผู้ถือหุ้นของสายการบินนกสกู๊ต ภายหลังนายพาที สารสิน อดีตซีอีโอนกแอร์ออกมาบอกว่าเป็นผู้ถือหุ้นแทนผู้อื่น โดยล่าสุด กพท.ได้รับการติดต่อจากนายพาที พร้อมทั้งพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการแล้ว โดยนายพาทียืนยันว่าตนไม่เคยถือหุ้นแทนใคร และปฏิเสธไม่เป็นนอมินี

“ตอนนี้ได้คุยกับคุณพาทีแล้ว ก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็นนอมินี รวมทั้งเรายังประสานไปยังกระทรวงพาณิชย์เพื่อตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น ก็พบว่าไม่มีอะไรผิดกฎหมาย ในสายการบินนกสกู๊ตก็ยังคงมีทุนไทย 51% และทุนต่างชาติ จากสิงคโปร์ 49% ส่วนนายพาทีถือหุ้นในบริษัทนกมั่งคั่งก็เป็นการถือหุ้นแบบบุริมสิทธิ ดังนั้นประเด็นนี้ก็ต้องจบลง ถือว่าไม่ได้การกระทำผิด”

ขณะที่ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของสายการบินนกแอร์ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าบริษัทมีส่วนทุนลดลงจริง ปัญหาทางการเงินอยู่ในช่วงที่ต้องระดมทุน ซึ่งมี 2 แนวทางสามารถทำได้ คือ กู้เงินเพิ่ม หรือเพิ่มทุนในส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งพบว่าปัจจุบันสายการบินนกแอร์อยู่ระหว่างเจรจาหาแนวทางเพิ่มทุน ซึ่งมีทั้งทุนไทยและต่างชาติที่สนใจเข้าร่วม ดังนั้น กพท.ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลจึงทำหน้าที่ได้เพียงติดตามสถานการณ์ของการบริหารสายการบินอย่างใกล้ชิดเท่านั้น

นายจุฬา ยังกล่าวอีกว่า โดยปกติสายการบินที่อยู่ในช่วงขาดสภาพคล่องจะลดค่าใช้จ่าย 2 ส่วนหลัก คือ ลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และลดค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัย อาจไม่นำเครื่องบินไปตรวจสภาพตามกำหนด ซึ่งประเด็นนี้จะกระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร แต่สำหรับสายการบินนกแอร์ในช่วงที่ผ่านมา แม้จะมีสภาพคล่องทางการเงินลดลง แต่ยังไม่กระทบต่อการดูแลผู้โดยสาร มีการยกเลิกเที่ยวบินบ้าง ประมาณ 10 เที่ยวบินต่อเดือน แต่ยังรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายพร้อมโอนถ่ายผู้โดยสารไปเที่ยวบินอื่น

“นกแอร์ยังมีความรับผิดชอบต่อผู้โดยสาร กพท.ก็จะทำได้เพียงติดตามดูสถานการณ์บริหารงานเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้โดยสารในอนาคตเท่านั้น ส่วนแผนการเพิ่มทุน หรือจัดหาแหล่งเงินทุนจะทำอย่างไร ต้องเป็นเรื่องของผู้บริหารดำเนินการ ซึ่งไม่น่ากังวลสำหรับนกแอร์ เพราะต้องยอมรับว่านกแอร์เป็นสายการบินที่มีตารางบิน มีเส้นทางบินที่ดีที่สุด เป็นทรัพย์สินที่สายการบินอื่นก็อยากได้ ดังนั้นจึงมั่นใจว่านักลงทุนจะยังมองเห็นโอกาสนี้”

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง