ปชช. 77.04% 'รับไม่ได้' ให้วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพจ่ายยา

9 กันยายน 2561
4,501

นิด้าโพล เผยผลสำรวจพบปชช. 77.04% "รับไม่ได้" ให้วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพจ่ายยา/ขายยาโดยไม่มีเภสัชกรควบคุม

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ... ยา ฉบับใหม่ ประชาชนได้ประโยชน์ ? ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3 – 4 กันยายน 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่างเกี่ยวกับการแก้ พ.ร.บ. ยา (ฉบับใหม่ กรกฎาคม 2561) โดยแก้ไขจาก พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 มาตรา 21ผู้รับอนุญาตขายส่งยาแผนปัจจุบันต้องมีเภสัชกรชั้นหนึ่งประจำอยู่ ณ สถานที่ขายยา ประจำอยู่ตลอดเวลาที่เปิดทำการ (เภสัชกรชั้นหนึ่ง หมายความว่า ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งในสาขาเภสัชกรรม)เป็น พ.ร.บ. ยา (ฉบับใหม่ กรกฎาคม 2561) ให้ตัดข้อความ “เภสัชกร” เป็น “ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ” ถ้าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ สามารถจัดหา ผู้มีหน้าที่ปฎิบัติการ มาทำงานแทนได้ และให้วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพ สามารถจ่ายยาได้การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample)ของ “นิด้าโพล”ด้วยวิธีแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) โดยแบ่งชั้นภูมิตามภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภูมิภาคสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบอย่างง่าย(Simple Random Sampling)เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงผลดีหรือผลเสียต่อประชาชนกับการที่ “พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่” เอื้อประโยชน์ให้วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพ สามารถเปิดร้านขายยาได้เหมือนกับเภสัชกรพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.20ระบุว่า ส่งผลเสีย เพราะ วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพไม่มีความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ เท่ากับเภสัชกรที่จบมาเฉพาะด้าน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ส่งผลทำให้มีร้านขายยาเพิ่มมากขึ้น รองลงมา ร้อยละ 46.48 ระบุว่า ส่งผลดี เพราะ จะได้มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพก็มีความรู้ความสามารถ ไม่น้อยกว่าเภสัชกร และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อยามากขึ้น เนื่องจากในบางครั้งเภสัชกรก็ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องอย่างแพทย์ และร้อยละ 2.32 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

สำหรับปัญหาเกี่ยวกับยาที่ควรปรับปรุงแก้ไขมากที่สุด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.08ระบุว่า การขายยาทางออนไลน์ รองลงมา ร้อยละ 15.92ระบุว่า การให้วิชาชีพอื่นสามารถเปิดร้านขายยาได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ร้อยละ 13.12ระบุว่า การโฆษณายาอันตราย ร้อยละ 12.80ระบุว่า การผสมยาถือเป็นการผลิตยาใหม่ต้องมีการควบคุมเข้มงวด ร้อยละ 12.16ระบุว่า การขายยาชุด ยาแบ่งขาย ร้อยละ 10.80ระบุว่า การจัดประเภทของยาตามหลักสากล คือ จ่ายยาตามใบสั่งแพทย์ จ่ายยาโดยเภสัชกร ยาสามัญที่ประชาชนซื้อได้เอง ร้อยละ 0.88ระบุว่า การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาให้บริการด้านยาแก่ประชาชน และร้อยละ 2.24 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ด้านความเชื่อมั่นของประชาชนต่อบุคลากรวิชาชีพอื่นในสายสุขภาพว่าจะสามารถจ่ายยา/ขายยาได้เทียบเท่ากับเภสัชกร พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.00 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่น เพราะ เภสัชกรมีความรู้ ความชำนาญมากกว่าบุคลากรวิชาชีพอื่นในสายสุขภาพ เนื่องจากเรียนตรงตามหลักสูตรและตรงกับสายงาน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ต้องการผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะทางในการแนะนำหรือจ่ายยา รองลงมา ร้อยละ 29.44 ระบุว่า เชื่อมั่น เพราะ บุคลากรวิชาชีพอื่นในสายสุขภาพมีความรู้ความสามารถเทียบเท่ากับเภสัชกร และร้อยละ 2.56 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการยอมรับให้วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพสามารถจ่ายยา/ขายยาโดยไม่มีเภสัชกรควบคุม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.04ระบุว่า ยอมรับไม่ได้ เพราะ ผู้ที่จะจ่ายยาได้นั้นต้องเป็นเภสัชกร หรือมีเภสัชกรคอยควบคุมการจ่ายยา ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่มีความมั่นใจหากเป็นวิชาชีพอื่นที่ไม่ได้จบเฉพาะทาง ไม่มีความเชี่ยวชาญเทียบเท่าเภสัชกร อาจจะจ่ายยาไม่ตรงกับโรคที่เป็นหรือจ่ายยาผิด รองลงมา ร้อยละ 21.12 ระบุว่า ยอมรับได้ เพราะ เป็นการเปิดกว้างในด้านอาชีพมากขึ้น เนื่องจากวิชาชีพอื่นในสายสุขภาพก็มีความรู้ ความสามารถเทียบเท่ากับเภสัชกร และร้อยละ 1.84 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่างพบว่าตัวอย่างร้อยละ9.76มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯร้อยละ25.60มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลางร้อยละ18.64มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือร้อยละ31.68มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและร้อยละ14.32มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ตัวอย่าง ร้อยละ 51.84เป็นเพศชายร้อยละ 48.08เป็นเพศหญิง และร้อยละ 0.08เป็นเพศทางเลือกตัวอย่างร้อยละ5.12มีอายุ18 – 25 ปีร้อยละ 15.68 มีอายุ26 – 35 ปี ร้อยละ 24.96 มีอายุ 36 – 45 ปี ร้อยละ 34.08มีอายุ46 – 59 ปี ร้อยละ 19.12มีอายุ 60ปีขึ้นไปและร้อยละ 1.04ไม่ระบุอายุ ตัวอย่าง ร้อยละ 92.24นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.76นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 1.04นับถือศาสนาคริสต์ /ฮินดู/ซิกข์/ยิว/ไม่นับถือศาสนาใด ๆและร้อยละ 2.96ไม่ระบุศาสนา

ตัวอย่าง ร้อยละ 19.76 สถานภาพโสด ร้อยละ 73.68สมรสแล้วร้อยละ 3.52หม้าย หย่าร้างแยกกันอยู่ และร้อยละ 3.04ไม่ระบุสถานภาพการสมรส ตัวอย่างร้อยละ26.64จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่าร้อยละ30.32จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าร้อยละ7.44จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่าร้อยละ26.56จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่าร้อยละ5.76จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าและร้อยละ3.28ไม่ระบุการศึกษา

ตัวอย่างร้อยละ13.44ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจร้อยละ13.36ประกอบอาชีพพนักงานเอกชนร้อยละ21.36ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระร้อยละ13.92ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมงร้อยละ16.08ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ ผู้ใช้แรงงานร้อยละ16.72เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงานร้อยละ1.52เป็นนักเรียน/นักศึกษาร้อยละ0.16เป็นพนักงานองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไรและร้อยละ3.44 ไม่ระบุอาชีพตัวอย่างร้อยละ11.84ไม่มีรายได้ร้อยละ24.32มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน10,000บาทร้อยละ23.44มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน10,001 – 20,000บาทร้อยละ14.24มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน20,001 – 30,000บาทร้อยละ6.48มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน30,001 – 40,000บาทร้อยละ9.36มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน40,001บาทขึ้นไปและร้อยละ10.32ไม่ระบุรายได้

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง