บุก 'อาณาจักรรังเย็นฯ' คาดรุกหมื่นไร่ เจอห้างยิงสัตว์-ลั่นฟ้อง600ล้าน

4 กันยายน 2561
30,027

"ดีเอสไอ" สนธิกำลังเข้าค้นอาณาจักร "รังเย็น" ประเมินบุกรุกหมื่นไร่ ดำเนินคดี-เปลี่ยนแปลงทางน้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำส่วนตัว ด้านป่าไม้จ่อฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 600 ล้าน ผลการค้นบ้านชัยชนะ พบห้างยิงสัตว์ คนงานปัดไม่รู้เห็น อ้างเจ้านายไม่ได้มานแล้ว

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ ร่วมกับนายชีวภาพ ชีวธรรม ผอ.สำนักป้องกันป่าและสำนักไฟป่า หัวหน้าชุดพยัคภัย กรมป่าไม้, กรมที่ดิน, กรมพัฒนาที่ดิน และเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ ร่วมกันเปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า ในพื้นที่รังเย็นรีสอร์ท ซึ่งอยู่ในความครอบครองของบริษัท ซี.พี.เค.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในความผิด ร่วมกันบุกรุกป่า โดยเคยมีการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. จำนวน 147 แปลง เนื้อที่ 6,229 ไร่ ซึ่งกรมที่ดิน ได้มีคำสั่งเพิกถอนทั้งหมดเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นการออก น.ส.3 ก. โดยใช้หลักฐาน ส.ค.1 จากอ.ด่านซ้าย บินมาเป็นหลักฐานในการออกเอกสารสิทธิ์ในอ.ภูเรือ


พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า การใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่วัดอาณาเขตการครอบครองประมาณ 10,000 ไร่ ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อหาบุกรุกกับกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท 3 คน ซึ่งเป็นเครือญาติของนายเปรมชัย กรรณสูต ทั้งนี้ดีเอสไอจะตรวจสอบลึกลงไปว่าปีที่มีการยื่นของเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ใครคือผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทแบะใครคือผู้เข้ามาดำเนินการที่แท้จริง นอกจากนี้ จะรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการการกระทำความผิดทุกข้อกล่าวหา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางน้ำ สร้างเขื่อนปิดกั้นลำน้ำสาธารณะ โดยพบว่ามีการขุดลำธารให้กลายเป็นแอ่งน้ำ หรือเขื่อนส่วนตัว ซึ่งภาพถ่ายทางอากาศพบว่าถนนที่ตัดเข้าสู่ตัวรังเย็นรีสอร์ท มีสภาพคล้ายเป็นสันเขื่อนส่วนตัว หากไม่มีการปิดกั้นทางน้ำดังกล่าว แหล่งน้ำธรรมชาติจะไหลจากเขาที่บริษัทครอบครองลงไปสู่พื้นที่ทำการเกษตรในที่ราบที่ชาวทำกินอยู่ โดยพื้นที่ 19 ไร่ ที่เป็นรังเย็นรีสอร์ท เป็นพื้นที่ลาดชันความสูง 560 เมตรจากน้ำทะเล ซึ่งไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ และการออกน.ส. 3 ก. ของบริษัทซี.พี.เค.ฯเป็นการออกเอกสารสิทธิ์ล้อมรอบภูเขาทั้งลูก เนื้อที่อีกประมาณ 2,000 ไร่

2_39

ด้านนายชีวภาพ กล่าวว่า ที่ดินในความครอบครองของบริษัทซี.พี.เคฯ ได้ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ตั้งแต่ปี 2546 แต่ยังมีการใช้ประโยชน์ในสิ่งปลูกสร้าง และเข้าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์พืชผลทางการเกษตรอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จึงต้องดำเนินคดีอาญาและฟ้องแพ่งคู่ขนานไปด้วย โดยกรมป่าไม้ได้ประเมินความเสียหายของภาครัฐ พบว่าเฉลียไร่ละ 100,000 บาท คาดว่าจะต้องฟ้องแพ่งเรียกคืนประมาณ 600 ล้านบาท สำหรับพื้นที่รังเย็น รีสอร์ท 19 ไร่ บ.ได้ยื่นอุทธรณ์ไปยังกรมป่าไม้ โดยขอเข้าทำประโยชน์บางส่วน ซึ่งฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าระหว่างการดำเนินคดีจะให้เข้าใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง รวมถึงการเข้าให้บริการที่พักของรังเย็นด้วย

“อย่างไรก็ตาม ภายหลังการตรวจยึดที่ดินกว่า 6,000 ไร่ ดีเอสไอได้ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ พบว่ามีการถือครองที่ดินเพิ่มเติม จึงได้ตรวจยึดเพิ่มอีก 249 ไร่ รวมพื้นที่รอบนอกด้วย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อหาออกเอกสารสิทธิ์ไม่ชอบพบว่าคดียังไม่หมดอายุความ แต่ผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐได้หลบหนีไปยังประเทศลาว” นายชีวภาพกล่าว

ขณะที่พ.อ.พงศ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปบ.4 กอ.รมน. กล่าวว่า บริเวณพื้นที่ที่มีการบุกรุกเพิ่มเติม ทหารได้เข้าตรวจสอบพบว่ามีการขุดปิดกั้นทางน้ำเพื่อสงวนไว้ใช้ส่วนตัว จึงได้เข้าสอบปากคำชาวบ้าน ซึ่งให้การว่าแต่เดิมชาวบ้านได้เข้ามาใช้ประโยชน์จากบ่อน้ำห้วยน้ำดุก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ แต่ในภายหลังบริษัทได้สร้างประตูเหล็กปิดตายทางเข้า ทำให้ชาวบ้านเข้าใช้ประโยชน์ไม่ได้ พื้นที่ดังกล่าวมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำนำน้ำไปใช้ในการปลูกแมคคาเดเมียของบริษัท โดยวิธีการถือครองพื้นที่จะให้ชาวบ้านเช้าปลูกพืช ซึ่งเป็นการใช้นอมอนีเข้าครอบครองแทน

ด้านพ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ดีเอสไอ จะสอบปากคำพยานผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงพยานที่กอ.รมน.ได้สอบปากคำไปก่อนหน้านี้ ส่วนพยาน 18 ปากที่ตำรวจได้สอบสวนไว้ ไม่ค่อยมีส่วนเกี่ยวข้องกับรูปคดี ดีเอสไอจึงต้องสอบสวนใหม่ทั้งหมด และจะใช้ภาพถ่ายทางอากาศ 3 มิติ จากโดรนที่มีความละเอียดสูงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการต่อสู้คดีระหว่างรัฐกับเอกชนผู้ครอบครอง ซึ่งภาพ 3 มิติจะแสดงให้เห็นถึงความสูงชันของพื้นที่เขาเนื้อที่ 1 หมื่น ในต.ร่องจิก และต.โพนสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการตรวจพื้นที่รังเน็นรีสอร์ท เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ปลูกสร้างบ้านชัยชนะพบว่าเป็นบ้านพักส่วนตัว 2 หลัง และเรือนพักคนงาน ภายในมีกรงเลี้ยงสัตว์แต่คาดว่าถูกขนย้ายไปแล้ว เหลือเพียงไก่แจ้จำนวนหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการตั้งห้างร้านบนต้นไม้เพื่อใช้ยิงสัตว์ โดยนายสอน ชินระนาท ผู้จัดการ ทำหน้าที่ดูแลบ้านชัยชนะนาน 17 ปี ระบุว่า ขณะนี้ไม่มีการเข้าใช้ประโยชน์ในบ้านชัยชนะแล้ว. ส่วนห้างยิงสัตว์ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้างไว้ ขณะที่แม่บ้านดูแลทำความสะอาด ระบุว่า ทำงานในบ้านชัยชนะมานาน 8 ปี ได้รับค่าจ้างเดือนละ 5,000 บาท ระยะหลังเจ้านายไม่ได้เดินทางมา ทางด้าน พ.อ.สมหมาย บุษบา จึงได้แจ้งเตือนคนงานว่า กำลังบุกรุกและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของรัฐ ถูกยึดคืนกลับเป็นขอบรัฐแล้ว หากยังฝ่าฝืนทำงานต่อไปจะถูกดำเนินคดีด้วย

แชร์ข่าว :
Tags: