เข้าถึงเทคโนโลยี-ข้อมูล 'ปีเตอร์สัน' หนุนผู้ประกอบการข้าวไทยยั่งยืน

3 กันยายน 2561
2,282

พร้อมหนุนองค์วามรู้ เทคโนโลยี ต่อยอดแนวคิดเสริมแกร่งอุตสาหกรรมส่งออกข้าวไทยให้พร้อมรับโอกาสดำเนินธุรกิจเข้มแข็งเติบโตภายใต้เป้าหมายแห่งการพัฒนายั่งยืน



เมื่อวันที่ 27ส.ค. ที่ผ่านมา บริษัท ปีเตอร์สันโปรเจคแอนด์โซลูชั่น จำกัด เปิดเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสถานการณ์ข้าวไทย ข้าวสำหรับคนรุ่นใหม่ Next Generation Rice พร้อมหนุนองค์วามรู้ เทคโนโลยี ต่อยอดแนวคิดเสริมแกร่งอุตสาหกรรมส่งออกข้าวไทยให้พร้อมรับโอกาสดำเนินธุรกิจเข้มแข็งเติบโตภายใต้เป้าหมายแห่งการพัฒนายั่งยืน

นางราเชล ซีเดค ผู้อำนวยการ บริษัท ปีเตอร์สันฯ เอเชีย กล่าวว่าท่ามกลางสภาวะของการแข่งขันในตลาดข้าวที่มีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเติบโตทางเศรษฐกิจและการมีศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบไทยยังไม่ใช่ทั้งหมดสำหรับเป้าหมาย เพราะนอกจากทุกฝ่ายทั้ง ผู้ค้า และผู้บริโภค จะมีเศรษฐกิจที่ดีแล้ว สำคัญไปกว่านั้น คือ อุตสาหกรรมข้าวไทยและข้าวเอเชียจะต้องส่งมอบระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ลูกหลานในอนาคตภายใต้“เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ด้วย

"บริษัทขอเป็นโซ่ข้อหนึ่งที่จะทำให้ห่วงโซ่ข้าวสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานการค้าข้าวภาคสมัครใจที่หลายฝ่ายทั่วโลกกำลังพัฒนาอยู่ มาสู่การรับรู้ของผู้ประกอบการ และยังได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการของธุรกิจข้าวขึ้นมาเป็นตัวช่วยของผู้ประกอบการมากถึง 3 ผลิตภัณฑ์

3_34

เครื่องมือแรก คือ แอพพลิเคชั่นในมือถือและคอมพิวเตอร์ เรียกว่า STICKY ซึ่งเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างผู้บริโภคข้าว กับ ผู้ปลูกและผู้ค้าข้าวโดยตรง เครื่องมือที่สอง คือ หลักสูตรอบรมอิเล็คโทรนิค (E-Learning) เรื่องข้าวยั่งยืน เพื่อให้ทุกๆ ฝ่ายสามารถเข้าถึงและทบทวนข้อกำหนดของมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดีของการผลิตข้าวยั่งยืนได้อย่างทั่วถึงไร้ขีดจำกัด ผลิตภัณฑ์สุดท้าย คือ วิดีทัศน์-ข้าวของคนรุ่นใหม่ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคให้ทราบถึงเป้าหมายและเหตุผลของการผลิตข้าวยั่งยืน และความรับผิดชอบร่วมของผู้บริโภคต่อการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตของเกษตรกรที่อาจมีขึ้น ตั้งแต่การจัดให้มีระบบข้อมูล การจัดทำสต๊อควัสดุอุปกรณ์และสินค้า และผลผลิต ซึ่งเกษตรกรทั่วไปมักไม่คุ้นชินกับการทำข้อมูลเหล่านั้น อีกทั้งอาจรวมถึงภาระที่เกษตรกรหรือผู้ค้าข้าวต้องมีเพื่อให้มีที่ปรึกษาหรือการตรวจประเมินการผลิตเพื่อการรับรองว่าข้าวที่ผลิตนั้น เป็นข้าวที่ผลิตมาด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมหรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า ข้าวที่ผลิตอย่างยั่งยืน”

คุณวัลลภ พิชญ์พงศา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด เผยว่าตนรู้สึกดีใจที่มีนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นกับวงการข้าวไทยและนับเป็นมิติใหม่ที่น่าจะเกิดผลบวกขึ้นกับเกษตรกรข้าวไทย ผู้ประกอบการ ในการเข้าถึงข้อมูล และองค์ความรู้ต่างๆเพื่อเพิ่มมาตรฐานการปลูก การส่งออกข้าว ผ่านการเรียนรู้ และอาจจะขยายฐานให้เกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้นได้ด้วย

4_24

"ผู้ประกอบการข้าวรุ่นใหม่เขาจะมีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีได้ดี ก็อาจจะนำเทคโนโลยีนี้ประยุกต์ใช้ในการปลูกข้าว สามารถพัฒนาการปลูกข้าวยั่งยืนได้อย่างมีทิศทาง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคิดจะทำข้าวอินทรีย์ให้อย่างยั่งยืนและประสบผลสำเร็จ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้นั้นยิ่งมีประโยชน์มากๆ เพราะการปลูกข้าวชนิดนี้จำเป็นต้องทำการศึกษามาตรฐานข้าวของแต่ละประเทศ และจำเป็นต้องหาตลาดตรงกลุ่มรองรับ เทคโนโลยีและระบบการเรียนรู้ดังกล่าวนี้จะเป็นตัวช่วยให้ประกอบการข้าวได้อย่างไม่ต้องลองผิดลองถูก"

ด้าน คุณศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ผู้ก่อตั้งไร่รื่นรมย์ จังหวัดเชียงราย ในฐานะตัวแทนเกษตรกรรุ่นใหม่ กล่าวว่าไม่ว่าจะกี่ยุคสมัยคนก็ยังคงบริโภคข้าวอยู่ เพราะข้าวทำมีแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ แม้ตนจะแอบกังวลว่าอนาคตคนจะปลูกน้อยลงแต่การได้พูดแลกเปลี่ยนกันบ่อยขึ้นและการเข้าถึงเทคโนโลยีก็จะทำให้อุตสาหกรรมข้าวไทยแข็งแกร่งพร้อมรับโอกาสที่จะมาถึงได้ดีขึ้น

" ส่วนใหญคนทำธุรกิจข้าวต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้มีโอกาสบ่อยนักที่จะได้มาพูดคุยกัน ฉะนั้น การได้เรียนรู้แลกเปลี่ยน มันทำให้เราแข็งแกร่ง เพื่อให้มีแนวทางเรียนรู้ วิธีแก้ปัญหา เหมือนได้มาอัพเดตเทรนด์ของข้าว เรื่องของการปลูกข้าว เพราะฉะนั้นนอกเหนือจากการได้มาพบเจอกันแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเครื่องมือต่างๆที่เราได้มาเรียนรู้วันนี้จะสามารถช่วยทำให้เราได้ใช้งานในการเข้าถึงข้อมูลได้ดีมากขึ้น และจะเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างให้เกษตรกรและผู้ประกอบการข้าวได้เปิดโลกแลกเปลี่ยนกันได้ดี ทั้งวิธีการดำเนินการ แลกเปลี่ยนตลาด ผู้ค้าข่าว ผู้บริโภค ก็จะทำให้เข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น รวมทั้งทำให้สิ่งแวดล้อมระบบนิเวศน์ที่เป็นเป้าหมายสำคัญของผู้ประกอบการและเกษตรกรข้าวไทยดีขึ้นด้วยตามกัน" ผู้ประกอบการข้าวรุ่นใหม่กล่าว

แชร์ข่าว :
Tags: