เปิดสปิลเวย์เขื่อนวชิราลงกรณ์ คาดมวลน้ำถึงเมืองกาญจนฯใช้เวลา66ชม.

23 สิงหาคม 2561
14,120

สปิลเวย์เขื่อนวชิราลงกรณ ถูกเปิดแล้ว คาดมวลน้ำถึงต้นน้ำแม่กลอง หน้าเมืองกาญจนบุรีใช้เวลานานกว่า 66 ชม. มั่นใจไม่ส่งผลกระทบ เหตุระบายเพิ่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์และท่าทุ่งนา ระบาย 22 ล้าน ลบ.ม./วันเท่าเดิม

จากประกาศศูนย์เฉพาะกิจติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ กฟผ. ฉบับที่ 1/2561 เรื่องแผนการท่องน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ประกาศ ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2561 ให้ปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำฯ ตามข้อสั่งการของผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราว ในภาวะวิกฤต สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% หรือสูงกว่าเปิด Upper Rule Curve ให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ควบคุม

โดยจะระบายผ่านช่องทางปกติวันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายผ่านทางระบายน้ำล้น (spillway) วันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นการระบายน้ำวันละ 53 ล้านลูกบาศก์เมตร ระหว่างวันที่ 23-27 ส.ค.รวม 5 วัน

สำหรับอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ มีความจุ 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ข้อมูลปริมาณน้ำวันนี้ 23 ส.ค.เวลา 07.00 น. มีปริมาณน้ำเก็บกักร้อยละ 91% คิดเป็น 8,031.89 ล้านลูกบาศก์เมตร ระดับน้ำ 152.81 ม.รทก สูงกว่าระดับ Upper Rule Cuver 2.49 เมตร โดยวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมามีน้ำไหลเข้า 50.10 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 41.93 ล้าน ลบ.ม.




ล่าสุดเมื่อเวลา 09.09 น. วันนี้ 23 สิงหาคม 61 เขื่อนวชิราลงกรณ ได้ดำเนินการตามแผนการการเปิดประตูระบายน้ำล้น (Spillway) การระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น (Spillway) ครั้งนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสื่อมวลชน เป็นจำนวนมาก เฝ้าคอยติดตามสถานการณดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกันสมาชิกกลุ่มไลน์ของเขื่อวชิราลงกรณที่มีสมาชิกอยู่ทั้งสิ้น 240 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคเอกชาน รวมทั้งผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท แพพัก และแพล่อง ที่ประกอบกิจการอยู่บริเวณสองฟากฝั่งแม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลอง

โดยผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ต่างได้ทำการสอบถามข้อมูลการไหลของมวลน้ำกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบก็ได้ตอบข้อซักถามอย่างต่อเนื่องเช่นกัน หลังจากได้รับคำตอบผู้ประกอบการทั้งหมดก็ได้ขอบคุณไปยังเจ้าหน้าที่ และไม่มีผู้ประกอบการรายใดตื่นตระหนก และพร้อมที่จะหาแนวทางป้องกันทรัพย์สินของตนเองให้เสียหายน้อยที่สุด

สำหรับการเปิดประตูระบายน้ำผ่านช่องทาง Spillway ที่มีจำนวน 2 บาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาระบายน้ำห่างกันประมาณ 3 นาที โดยยกบานสปิลเวย์ขึ้นข้างละ 50 เซนติเมตร คิดเป็นอัตราการไหลของน้ำ 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที่ หรือ 10.3 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน

สำหรับระยะเวลาการเดินทางของมวลน้ำโดยประมาณ ถึงสวนเฉลิมพระเกียรติท่าน้ำเทศบาลทองผาภูมิประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงท่าน้ำวัดใหม่ดงสัก ต.ลิ้นถิ่น อ.ทองผาภูมิ ประมาณ 9 ชั่วโมง ท่าน้ำวัดวังโพธิ์ อ.ไทรโยค ประมาณ 25 ชั่วโมง ถึงท่าน้ำพื้นที่บ้านแก่งหลวง ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และต้นน้ำแม่น้ำแม่กลอง บริเวณริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 66 ชั่วโมง

ทั้งนี้ นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ (อขว.) อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยภายหลังว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา เขื่อนวชิราลงกรณได้ทดสอบการระบายน้ำผ่าน(spillway) มาแล้ว การทดสอบก็เพื่อเตรียมการให้พร้อมในขั้นตอน ก่อนจะทำการเปิดประตูระบายน้ำอย่างเป็นทางการในวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดประตูระบายน้ำผ่านช่องทางดังกล่าวในรอบ 16 ปี

สำหรับการเปิดประตูระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ในครั้งนี้ เบื้องต้นได้กำหนดไว้เป็นระยะเวลา 5 วัน คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำมากนัก เนื่องจากการระบายน้ำเพิ่มอีกเพียงแค่ 10 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน จะทำให้ปริมาณน้ำมีระดับสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย อีกทั้งผู้ที่อยู่ท้ายน้ำตลอดสาย ต่างก็เตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว”นายไววิทย์ เผย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน นายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ (อขศ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบัน (วันที่ 23 สิงหาคม 2561 เวลา 08.00 น.) อยู่ที่ระดับ 175.27เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง(ม.รทก.) เป็นปริมาณน้ำ 15,829.50 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 89.20 % โดยวันนี้มีแผนการระบายน้ำ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร

และในด้านสถานการณ์น้ำในปัจจุบันที่ประเทศไทยยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเมื่อวาน (วันที่ 22 สิงหาคม 2561) มีน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ 57.70 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 175.25 ม.รทก. เพิ่มขึ้นจากวันที่ 21 สิงหาคม 2651 (175.16 ม.รทก.) 9 เซนติเมตร และได้มีการระบายน้ำออกตามแผนการระบายน้ำ 20.09 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเขื่อนศรีนครินทร์ยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีก 1,915.60 ล้านลูกบาศก์เมตร (10.80%) จึงทำให้มั่นใจได้ว่าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ยังคงสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก โดยไม่เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงและปลอดภัยของตัวเขื่อน รวมไปถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชนด้านท้ายน้ำ

นายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ (อขศ.) เปิดเผยต่อว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์อย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ทางเขื่อนจึงได้เพิ่มการตรวจสอบเขื่อนให้มีความถี่มากขึ้นกว่าเดิม เช่น การตรวจอัตราการซึมของน้ำผ่านตัวเขื่อน การตรวจวัดระดับน้ำในหลุมวัดน้ำ เดิมตรวจสอบสัปดาห์ละครั้ง เป็นตรวจสอบทุกวัน ส่วนการตรวจสอบ การทรุดตัวและเคลื่อนตัวของเขื่อน จากเดิมไตรมาสละครั้ง เป็นเดือนละครั้ง

จากการตรวจสอบพบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีแนวโน้มหรือบ่งชี้ว่ามีสิ่งผิดปกติแต่ประการใด เขื่อนยังมีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย จึงขอให้ประชาชน มีความมั่นใจ ในความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนศรีนครินทร์ สำหรับเขื่อนท่าทุ่งนา ได้ระบายน้ำสอดคล้องกับแผนระบายน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ คือ ระบายน้ำวันละ 22 ล้าน ลบ.ม. โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อตัวเขื่อนเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย หรือได้รับข่าวต่าง ๆ ที่ผิดปกติ โปรดสอบถามข้อเท็จจริงโดยตรง ที่ กฟผ.เขื่อนศรีนครินทร์ โทรศัพท์ 034-574001 ต่อ 2110 , 2010 และติดตามเหตุการณ์ทางกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมงที่ http://www.snr.egat.com , http://water.egat.co.th หรือที่ Application EGAT Water

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง