ฮับนวัตกรรมอาหาร ปลายทางฟู้ดอินโนโพลิส

21 สิงหาคม 2561 | โดย สาลินีย์ ทับพิลา
3,867

หลังคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ เห็นชอบให้เพิ่มพื้นที่เมืองนวัตกรรมอาหาร (ฟู้ดอินโนโพลิส) อีก 7 แห่ง ครอบคลุมการลงทุนในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศ หวังเร่งเครื่องเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของโลกภายใน 3 ปี

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) โดยโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร เดินหน้าลงนามความร่วมมือกับ 13 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และ 3 หน่วยงานภายใต้กำกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อขยายโครงการสู่ภูมิภาคและพื้นที่ที่มีศักยภาพ รวมที่ได้ลงนามกับหน่วยงานต่างๆ แล้วทั้งสิ้น 51 หน่วยงาน

นวัตกรรมอาหารไทยสู่ตลาดโลก

การพัฒนาเมืองนวัตกรรมอาหารในอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยที่เป็นเขตส่งเสริมการลงทุน กิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการ สวทน. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีของโครงการได้รับความสนใจจากบริษัทเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศมาร่วมลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหาร แต่ก็ยังไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้ครอบคลุม เนื่องจากภาคเอกชนจำนวนมากกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

ดังนั้น การร่วมจัดตั้งและดำเนินการเมืองนวัตกรรมอาหารส่วนขยาย จึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนลดความเสี่ยงในการลงทุนด้านการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม รวมถึงผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของอาเซียนและของโลกภายในปี 2564

“การขยายสู่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยต่างๆ ยังต้องเร่งวางสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็นต้องมี ในขณะเดียวกันก็เตรียมผลักดันให้เกิดห้องปฏิบัติการอาหารอนาคตหรือ Future Food Lab ส่วนขยาย จากตอนนี้มีอยู่ในอุทยานวิทย์ฯที่ปทุมธานี ที่เปิดให้เอกชนและเอสเอ็มอีมาใช้โดยมีนักวิจัยพี่เลี้ยงดูแล ดังนั้น การขยายสู่ภูมิภาคก็จะเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้าถึงนวัตกรรม บุคลากร และอุปกรณ์เครื่องมือด้านการวิจัยและพัฒนาได้”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กำลังมองคือ การหาจุดแข็งและห้องปฏิบัติการของแต่ละมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล และผลักดันให้เป็นศูนย์บริการระดับชาติในแต่ละด้านที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยแพลตฟอร์มที่เข้มแข็ง ไม่ใช่แค่บริการทางวิชาการ

อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหาร กล่าวว่า การขยายเมืองนวัตกรรมอาหารไปสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพในภูมิภาค โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ตลอดจนภาครัฐ หน่วยงานวิจัย และภาคอุตสาหกรรม ให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมศักยภาพและขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องของประเทศ

ขณะเดียวกันก็จะการผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ ไปสู่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง มาตรฐานและตอบโจทย์รสนิยมของผู้บริโภคทั่วโลก

หวังรัฐหนุนแหล่งทุนเอื้อเอกชนวิจัย

ผศ.ภาวิน มะโนชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัยแม่โจ้มีรากเหง้ามาจากเกษตรกรรม จึงมีความพร้อมมากทางด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรและทีมวิจัย โดยเฉพาะเรื่องของเกษตรอินทรีย์ ที่จะเป็นจุดเด่นในเมืองนวัตกรรมอาหารส่วนขยายที่จะมุ่งเป็นศูนย์กลางหรือฮับด้านเกษตรอินทรีย์

“เกษตรอินทรีย์จะเข้ามาตอบโจทย์เทรนด์โลกซึ่งมุ่งไปที่อาหารปลอดภัย ขณะเดียวกันนวัตกรรมที่จะเสริมมูลค่า คุณค่าและฟังก์ชันให้อาหารก็จำเป็น เช่น Gastronomy หรือวิทยาการอาหารแบบโมเลกุล หรือการพัฒนาอาหารเป็นยา”

ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้นจะใช้โครงสร้างพื้นฐานวิจัยที่มีภายในมหาวิทยาลัยเดินหน้าไปก่อน แต่ในอนาคตที่ต้องการเทคโนโลยีที่สูงขึ้น มีผู้ประกอบการหรือเอสเอ็มอีที่เข้ามาทำงานร่วมกันมากขึ้น จึงจะลงทุนเพื่อขยายให้ตอบความต้องการด้านการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมด้านอาหารที่จะเพิ่มขึ้นต่อไป

สำหรับสิทธิประโยชน์บีโอไอนั้น เครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ซึ่งรวมถึง ม. แม่โจ้ จะเป็นเฟสถัดไปที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ ในขณะเดียวกันก็หวังให้ภาครัฐมีกลไกเอื้อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จะมองหานักวิจัยหรือทำงานวิจัยร่วมกันได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เพื่อสร้างนวัตกรรมออกสู่เชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง