'ประยุทธ์' ลั่นใครไม่มีข้อห้ามทางกม. ไปห้ามลงเลือกตั้งไม่ได้

14 สิงหาคม 2561
2,987

"ประยุทธ์" เผยไม่รู้จักกลุ่ม "สามมิตร" อยู่พรรคไหน ชี้คสช.จับตาหากเกินเลยจัดการทันที ลั่น! ใครล้ำเส้นจัดการทันที

เมื่อวันที่ 14 ส.ค.61 เวลา 13.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า คำถามจากสื่อมวลชนในวันนี้เป็นเรื่องของการเมือง อย่างว่าเป็นนักข่าวสายการเมือง ก็ต้องถามเรื่องการเมือง แต่ถามก็ขออย่าให้มีปัญหาก็แล้วกัน ส่วนการเดินสายของกลุ่มสามมิตร สี่มิตร ห้ามิตร ตนไม่รู้ เขาอยู่กลุ่มไหนพรรคไหน ตนก็ยังไม่รู้เหมือนกัน และพรรคอื่นที่มีการเดินสายอะไรอยู่ จะกลายเป็นว่าไม่พรรคนี้พูดพรรคนั้นไม่ได้พูด ซึ่งตนเห็นว่าทุกคนก็พูด พรรคอะไรใหม่ๆ ชื่ออะไรใหม่ๆ ก็ลงไปพูดไปเยี่ยมประชาชน เดินสายอะไรต่างๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่ารัฐบาลไปปิดกั้นอะไรต่างๆ ทั้งหมด วันนี้รัฐบาลพยายาม อะไรที่พอจะให้เขาสามารถมีทางออกบ้าง ก็ปล่อยเขาพูดไปและวันนี้ตนก็ไม่รู้เหมือนกัน พวกที่ออกมาพูดอยู่พรรคไหน ขณะที่บางพรรคที่มีชื่อพรรคอยู่แล้ว ก็ออกไปพูดได้ ฉะนั้นเรื่องนี้อย่ากังวล เป็นเรื่องที่คสช.ดูอยู่เมื่อไหร่ก็ตามที่มันเกินเลยเขาก็ต้องดำเนินการอยู่แล้ว รัฐบาลไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์อะไรให้กับใคร

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการมองว่าการปล่อยให้กลุ่มสามมิตรเคลื่อนไหวในช่วงที่ยังไม่ปลดล็อกจะทำให้หลายพรรคการเมืองมองว่าตัวเองถูกมัดมือชกหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าทุกพรรคก็พูดกันหมดในสื่อในโซเชียลก็พูดกันทุกวันด่ากันไปด่ากันมา มันก็ไม่พ้นเดิมๆ มันจะไปแก้ไขกันได้อย่างไรเมื่อถามว่า เมื่อถามถึงความคืบหน้าตามที่นายกฯ เคยระบุว่าต้องปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าวันนี้มีการทำหลายอย่างด้วยกันจะเห็นว่ามีกฎหมายออกมามากมายในรัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาล และคำสั่ง ม.44 ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีกในอนาคต ฉะนั้น เราทุกคนต้องช่วยกันว่าความมุ่งหมายของการปฏิรูปออกมาเพื่ออะไร

“ไม่ใช่เพื่อจะสืบทอดอำนาจ แต่เพื่อไม่ให้เรื่องเดิมๆ เกิดขึ้นมาอีก วันนี้นักการเมืองหน้าใหม่ต้องคอยดูว่าแต่ละพรรคจะส่งใครมาลงเลือกตั้ง อันนั้นเป็นเรื่องของประชาชนที่จะพิจารณากันเอง ผมคิดว่าหลายพรรคการเมืองคงต้องมีคนใหม่มาด้วย คนเก่ามาบ้าง อะไรทำนองนี้เพราะประชาชนส่วนหนึ่งยังนิยมชมชอบนักการเมืองเดิมๆ ของตัวเองอยู่นี่คือปัญหาของเราที่จะต้องสร้างความเข้าใจกัน การที่เราจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลจะต้องเป็นอย่างไร ฉะนั้นใครก็ตามที่เข้าสู่การเมืองในระยะหน้าก็ต้องปรับปรุงตัวเอง ถ้าใครที่ไม่ได้มีข้อห้ามทางกฎหมายเราก็ไปห้ามเขาไม่ได้หากเขาจะไปลงเลือกตั้งที่ไหนก็ตามทั้งนี้ความสำคัญขึ้นอยู่กับประชาชนจะเป็นผู้เลือก เราก็ไปดูแลเรื่องการทุจริตต่างๆ ในการเลือกตั้งจะดีกว่า เรื่องความโปร่งใส เราต้องช่วยกัน” นายกฯ กล่าว

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง