เปลี่ยนอวัยวะไม่ต้องรอ เครื่องพิมพ์ 3มิติช่วยได้

14 สิงหาคม 2561 | โดย บุษกร ภู่แส
4,654

อวัยวะเทียมจากเครื่องพิมพ์สามมิติ นวัตกรรมในศตวรรษ 21 กำลังเกิดขึ้นในเมืองไทยโดยฝีมือนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เพื่อประยุกต์ใช้ทางการแพทย์

อวัยวะเทียมจากเครื่องพิมพ์สามมิติ นวัตกรรมในศตวรรษ 21 กำลังเกิดขึ้นในเมืองไทยโดยฝีมือนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ผู้ผลิตเทคโนโลยีกล้องจุลทรรศน์สามมิติและเครื่องพิมพ์สามมิติ เพื่อการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ เล็งนำร่องทดแทนเนื้อที่ถูกตัดออกไปจากแผลกดทับ ชูจุดแข็งวัสดุทำจากเส้นใยนาโน หนุนไทยเป็นฮับทางการแพทย์ในอนาคต

เทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมและกล่าวถึงคือ การพิมพ์แบบสามมิติ เป็นการสร้างโมเดลเสมือนจริงหรือการขึ้นรูปชิ้นงาน เริ่มมาจากอุตสาหกรรมต่างๆ แต่สิ่งที่ทำให้นวัตกรรมการพิมพ์สามมิติฮือฮาอีกก็คือ ความพยายามพัฒนาให้สามารถพิมพ์โครงสร้างอวัยวะเทียมออกมาได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่องวงการแพทย์อย่างมาก

ดิสรัปทีฟเทคโนโลยี

“การพิมพ์สามมิติเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการอุตสาหกรรมไทยให้เป็นอุตสาหกรรม 4.0 มากขึ้น หนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมทางการแพทย์ที่มีมูลค่ามหาศาลทั้งในประเทศและต่างประเทศ” วิวัฒน์ นวลสิงห์ อาจารย์สาขาวิชาฟิสิกส์ สํานักวิชาวิทยาศาสตร์ ม.เทคโนโลยีสุรนารี กล่าว

จากทิศทางดังกล่าวจึงได้พัฒนาเทคโนโลยีกล้องจุลทรรศน์สามมิติและเครื่องพิมพ์สามมิติ เพื่อการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ออกมา ซึ่งมีจุดเด่นคือ เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติที่สามารถทำงานร่วมกับเครื่องผลิตเส้นใยนาโนทำให้สามารถพัฒนาให้สามารถขึ้นรูปวัตถุเป็นสามมิติที่ทำมาจากเส้นใยนาโน ส่งผลให้สามารถมาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ได้หลากหลาย เช่น การทำเนื้อเยื่อเทียมที่เป็นสามมิติ ถ้าเราใช้เส้นใยนาโนผ่านการฆ่าเชื้อเพื่อนำเซลล์เข้าไปเลี้ยงทำให้กลายเป็นเนื้อเยื่อตามรูปทรงที่ต้องการ

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิจัย กรณีที่เป็นแผลกดทับ ตัดเนื้อออกไป สิ่งที่เราสร้างขึ้นสามารถนำไปใช้ทดแทนเนื้อที่ถูกตัดออกไป เหตุผลที่ทำเรื่องนี้เพราะเป็นปัญหาที่น่าสนใจในประเทศไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และส่วนหนึ่งเป็นการใช้อยู่ภายนอกสามารถเห็นผลได้ง่าย ชัดเจน กว่าการทำกระดูกเทียมซึ่งต้องใช้เวลานาน โดยงานวิจัยนี้ทำร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ม.เทคโนโลยีสุรนารี ล่าสุดได้ขึ้นรูปออกมาเป็นโมเดลต้นแบบและตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการนำไปทดสอบต้นแบบในสัตว์ทดลองก่อนข้ามไปทดสอบในคน ”

ลดนำเข้าสื่อการสอนการแพทย์

นอกจากนี้ยังได้เข้าไปทำวิจัยในส่วนของทันตกรรม โดยใช้เครื่องสแกนซี่ฟันแล้วพิมพ์ออกมา เพื่อทำที่ดัดฟันหรือทำที่ครอบฟันจากปกติลวดดัดฟัน แต่ยังต้องพัฒนาโดยอาศัยองค์ความรู้ด้านทันตกรรมเข้ามาช่วยแนะนำต่อในการดัดรูปทรง ตรงไหน อย่างไร โดยอยู่ระหว่างการเจรจา อีกส่วนจะนำไปใช้พิมพ์ออกมาเป็นฟันเทียมเพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกกรอฟันทดแทนการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญคือ อนาคตจะนำไปใช้พิมพ์อวัยวะเทียม จากเครื่องพิมพ์สามมิติ ไม่ว่าจะเป็น ผิวหนัง ตับ ไต หัวใจ ท่อปัสสาวะ

“เซกเมนต์ไบโอพริ้นติ้งทางการแพทย์น่าสนใจ เพราะมีมูลค่าตลาดสูงและมีผลกระทบในวงกว้าง เช่น การพัฒนาอวัยวะเทียม จากเครื่องพิมพ์สามมิติเพื่อช่วยคนที่เป็นโรคหัวใจแทนที่จะรออวัยวะบริจาค เรามีจุดแข็งคือ การเสริมด้วยเส้นใยนาโน หากถ้าทำได้ในอนาคตประเทศไทยน่าจะเป็นฮับทางการแพทย์ได้ และต่อไปไม่ต้องนำเข้าอวัยวะเทียมจากต่างประเทศ และสร้างประโยชน์ทางการแพทย์อย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีนี้”

วิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้บริการ จะเป็นกลุ่มนักวิจัยที่ต้องการพัฒนานวัตกรรมติดต่อเข้ามาเพื่อขอให้ช่วยทำต้นแบบ ซึ่งค่อนข้างหลากหลาย เช่น การขึ้นรูปอาวุธจำลองเพื่อใช้ในการฝึก หรือการขึ้นต้นแบบนำส่งยาแบบแผ่นแปะ (Microneedle Patch) แทนที่จะไปโรงงาน เพราะไม่มีองค์ความรู้ด้านนี้ ส่วนเชิงพาณิชย์จะเป็นพัฒนาด้านเครื่องประดับ ของที่ระลึกเพื่อผลิตต้นแบบจากเครื่องพิมพ์สามมิติแทนที่การแกะด้วยมือ โดยอยู่ระหว่างการขอใช้สิทธิ์จากมหาวิทยาลัยเพื่อไปรับงานจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติมีข้อดีคือ สามารถขึ้นรูปที่มีความซับซ้อนได้ดี หรือโครงสร้างที่ใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบได้ แต่ข้อจำกัดก็คือทำได้ช้า กรณีต้องการผลิตจำนวนมากต้องทำเป็นต้นแบบแล้วดำเนินการผลิตต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรับรู้ก่อนที่จะใช้เทคโนโลยีนี้

  • 1/2
  • 2/2
แชร์ข่าว :
Tags: