TEAMG

12 กรกฎาคม 2561 | โดย บล.โกลเบล็ก
1,765

“TEAMG”One stop services ด้านที่ปรึกษาโครงการ

บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) (TEAMG) ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม แบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว (One stop Service)โดยบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อนำไปซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อากาศยานไร้คนขับ(Drone) และพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการขยายงานไปยังต่างประเทศโดยฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมอยู่ที่ราว3.88บาทสำหรับปี 2561

ประเด็นสำคัญในการลงทุน

  • TEAMG One stop services ด้านที่ปรึกษาโครงการ:โดยแบ่งบริการได้3ประเภท 1) ธุรกิจการศึกษา ออกแบบ และจัดทำรายงานคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 35% ของรายได้รวม 2) ธุรกิจการบริหารโครงการและควบคุมการก่อสร้างคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 53.5% ของรายได้รวมและ3) ธุรกิจเกี่ยวเนื่องคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 12% ของรายได้รวมหากแบ่งรายได้ตามกลุ่มงานที่ปรึกษาสามารถแบ่งได้ 6 กลุ่มดังนี้1) ด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 42.5% ของรายได้รวม 2) ด้านทรัพยากรน้ำคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 27.2% ของรายได้รวม 3) ด้านอาคารและสาธารณูปโภคคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 20.7% ของรายได้รวม 4) ด้านสิ่งแวดล้อมคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 4.2% ของรายได้รวม 5) ด้านพลังงานคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 5.0% ของรายได้รวม และ 6) ด้านอื่นๆ คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 0.4% ของรายได้รวมโดยงานส่วนใหญ่เป็นโครงการภาครัฐ โครงการภาคเอกชนในประเทศ โครงการในต่างประเทศตามลำดับ (ข้อมูล ไตรมาส1/61)
  • รัฐบาลเตรียมผลักดันโครงการด้านคมนาคมระยะเร่งด่วนปี 2561จำนวน 44 โครงการมูลค่า 2 ล้านล้านบาท : ปี 61 ภาครัฐมีโครงการด้านคมนาคมเร่งด่วน 44 โครงการมูลค่ารวม 2 ล้านล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นโครงการที่คณะกรรมการ PPPเห็นชอบหรือครม.อนุมัติแล้ว 21 โครงการมูลค่า 9.1 แสนล้านบาท และโครงการที่ประกวดราคาแล้วเสร็จหรือเริ่มก่อสร้างภายในปีงบประมาณ 61 อีก 23 โครงการมูลค่ารวม 1.1 ล้านล้านบาท โดยฝ่ายวิจัยเชื่อว่าโครงการทั้ง 44 โครงการจะสามารถประมูลได้ตามแผนเนื่องจากแผนการเลือกตั้งยังคงตามเดิมในเดือนก.พ. 62 และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 61 เป็นปัจจัยหนุนต่อโครงการทั้ง 44 โครงการ
  • คาดกำไรปี 61และ 62 เติบโตต่อเนื่อง 26% และ 16% ตามลำดับจากโครงการก่อสร้างภาครัฐที่เปิดประมูลกว่า 2ล้านล้านบาท: ฝ่ายวิจัยคาดรายได้ปี 61 และ 62 จะเติบโตต่อเนื่องสู่ 1.8 พันล้านบาทและ 2.0 พันล้านบาทตามลำดับ เติบโต 15%YoYและ 10%YoYตามลำดับ โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าปี 61-62 จะมีงานที่ปรึกษาประมูลกว่า 2.6 หมื่นล้านบาทจาก 23 โครงการก่อสร้าง ขณะที่คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวลงจาก 35% สู่ 33% เพราะมีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์และอากาศยานไร้คนขับที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณงานโครงการก่อสร้าง ขณะที่คาดว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะปรับตัวขึ้นจาก 28% สู่ 30% ตามการขยายงานที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปี 61 และ 62 อยู่ที่ราว 125 ล้านบาทและ 145 ล้านบาทตามลำดับ เติบโต 26% และ 16% ตามลำดับ
  • การประเมินมูลค่าหุ้น:ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธีP/E Ratio โดยใช้ Prospective P/E ที่ 21.2เท่า(ค่าเฉลี่ยของP/E Construction Adjusted และ P/E PPS)และประเมินกำไรต่อหุ้นปี 61 ได้ที่ 0.183บาท ได้ราคาเหมาะสมปี 61 ที่ 3.88 บาทต่อหุ้น โดยคาดหวังอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 1.9%ต่อปี

แชร์ข่าว :
เอกสารประกอบ:
Tags: