อัพเดทผู้ประสบภัยเหตุเรือฟินิกซ์ล่ม เสียชีวิต 45 คน สูญหาย 2 คน

11 กรกฎาคม 2561
1,966

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จ.ภูเก็ต อัพเดทตัวเลขผู้ประสบภัยเหตุเรือฟินิกซ์ล่ม มีผู้รอดชีวิตจำนวน 42 คน เสียชีวิต 45 คน สูญหาย 2 คน

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.61 นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ยอดผู้รอดชีวิต 42 คนผู้เสียชีวิตจำนวน 45 คน พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเสร็จสิ้นแล้ว 43 คน สูญหาย 2 คน ฌาปนกิจศพแล้วจำนวน 5 ศพ นำกลับไปประกอบพิธี ณ ประเทศจีน 2 ศพ โดยในวันนี้จะมีการฌาปนกิจศพเพิ่มอีก 7 ศพ ทั้งนี้เรื่องการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในการอำนวยความสะดวก ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและความต้องการของญาติผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามในการสวดพระอภิธรรมศพจะมีขึ้นในทุกๆ คืน โดยในช่วงเช้าของวันนี้มีการทำพิธีเรียกขวัญ และสวดส่งวิญญาณที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง

พลเรือตรีเจริญพล คุ้มราษี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในนาม ศรชล.เขต 3 กล่าวว่าจากกรณีเกิดเหตุเรือฟีนิกซ์ล่มนั้น ขณะนี้มีผู้สูญหายจำนวน 2 คนหนึ่งในนั้นมองเห็นด้วยตาว่าติดอยู่ใต้ซากเรือ เช้าวันนี้ได้ปล่อยกองกำลังออกไปกู้ซากเรือแล้ว ส่วนอีก 1 รายจะใช้แบบจำลองการเคลื่อนตัวของผิวน้ำซึ่งคาดว่าจะอยู่บริเวณเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ พังงาและสตูล

ด้านพันเอกศานติ ศกุนตนาค เสนาธิการ มณทลทหารบกที่ 45 กล่าวว่า ในนามกองทัพภาคที่ 4 โดยมณฑลทหารบกที่ 41 และ 45 ได้สนับสนุนการค้นหาอย่างต่อเนื่องโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำในการค้นหาผู้สูญหาย นอกจากนี้สั่งการให้กำลังพลเดินเท้าปูพรมบริเวณชายหาดที่คาดว่าน่าจะหายไปติดในจังหวัดกระบี่ ภูเก็ตและพังงา ซึ่งการค้นหาอย่างคงต้องดำเนินการต่อไป

ขณะที่พลตำรวจตรี ธีระพงษ์ ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.61) มีการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องจากส่วนกลาง ตรวจสอบบริษัทเรือทั้งสอง ค้นหาวัตถุพยาน เอกสารเพื่อหาข้อเท็จจริงว่าบริษัททั้งสอง มีการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และดำเนินการให้บริการการท่องเที่ยวได้มาตรฐานหรือไม่ หลังจากนี้จะส่งเอกสารทั้งหมดให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จ ให้รายงานกลับมาให้เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนได้ใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

ขณะนี้การสอบถามพยานยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งเป็นความต้องการของรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนในเรื่องของการหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเหตุการณ์สูญเสียดังกล่าว เกิดจากสภาพอากาศหรือไม่ อย่างไรก็ตามผู้ใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ

ทางด้าน ภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 ซึ่งเป็นผู้แทนจากกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมเจ้าท่าให้มากำกับดูแลในส่วนที่กรมเจ้าท่ามีความรับผิดชอบ ซึ่งได้ประสานงานกับศรชล.เขต 3 อย่างต่อเนื่อง คาดว่า 2 คนที่สูญหายอาจจะอยู่ใต้เรือ จึงจำเป็นจะต้องพลิกเรือเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัด ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เรือเสียหาย ต้องใช้เจ้าหน้าที่ ที่มีความเชี่ยวชาญ เรื่องการกู้เรือ ในการกระทำดังกล่าวเนื่องจากจุดดังกล่าวมีความลึก เกือบ 45 เมตร โดยการกู้เรือนั้นวางแผนจะใช้เครน 400 ตัน ในการทำเรือให้ตั้งตรง แล้วสูบน้ำออก การกระทำดังกล่าวจะไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปยุ่ง นอกจากเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ อุปกรณ์ในการกู้เรือยังเดินทางมาไม่ถึงจังหวัดภูเก็ต ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 10-15 วันสามารถกู้เรือได้แต่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การปฏิบัติการทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 หลังเกิดเหตุการณ์ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จ.ภูเก็ตทันที โดยมีเอกชน หน่วยงานราชการเข้ามาช่วยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามขอขอบคุณ เรือประมง เรือประมงพาณิชย์ เรือ ส.พัฒนา 11 ส. พัฒนา 12 ที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยไว้ได้ทัน ซึ่งจุดที่เกิดเหตุนั้นขณะเกิดเหตุเรือเล็กไม่สามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้ขอขอบคุณ แพปลาพิชัย และแพปลาพิบูลที่อนุเคราะห์สถานที่ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าใช้พื้นที่ในการลำเลียงผู้ประสบภัยไปโรงพยาบาล รวมไปถึงขอขอบคุณอาสาสมัครดำน้ำ บริษัทเรือฟรีดอมไดรว์วิ่ง บริษัทเรือออลโฟไดรว์วิ่ง ซึ่งได้เข้ามาช่วยบูรณาการ การค้นหากับกองทัพเรือไทย ขอบคุณทุกหน่วยงาน

หลังจากนี้จังหวัดภูเก็ตจะจัดมอบโล่แทนคำขอบคุณ นอกจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยแล้วต้องขอขอบคุณรัฐบาลจีน สถานกงสุล เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ที่ได้ส่งชุดกู้ภัยใต้น้ำ มาร่วมภารกิจในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้การค้นหายังคงไม่หยุดต้องมีการค้นหาอย่างต่อเนื่องหากมีการหยุดค้นหาทางรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ต้องมีความยินยอมร่วมกัน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง