เกษตรฯ เผยผลโครงการไทยนิยม 2 เดือนแรก เบิกจ่ายแล้ว 4 พันล้าน

11 กรกฎาคม 2561
2,235

เกษตรฯ เผยผลโครงการไทยนิยม 2 เดือนแรก เบิกจ่ายแล้ว 4,060 ล้านบาท เกษตรกรและประชาชนร่วมโครงการ 1.7 ล้านราย สร้างรายได้กว่า 423 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.61 นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณ จำนวนทั้งสิ้น 24,993 ล้านบาท โดยขณะนี้เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว 4,060 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.25 ประกอบด้วย 2 แผนงาน รวม 22 โครงการ โดยผลการดำเนินงาน ณ เดือน มิถุนายน 2561 พบว่า มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 1.7 ล้านราย สร้างรายได้แก่เกษตรกรและประชาชนรวมกว่า 423 ล้านบาท โดยแต่ละแผนงานมีความก้าวหน้าภาพรวม ดังนี้

สำหรับแผนงานยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรแบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำระดับชุมชนมีการสร้างฝายชะลอน้ำแล้วรวม 255 แห่ง พัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และซ่อมแซมระบบชลประทานแล้วรวม 32 รายการ 2) การปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อลดความเสี่ยง สนับสนุนเกษตรกรทำกิจกรรมเกษตรอื่นทดแทนการทำสวนยาง รายละไม่เกิน 10 ไร่ จำนวน 30,000 ราย รวมทั้งฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้ในการประกอบอาชีพใหม่ ได้รับอนุมัติแล้ว 14,893 ราย พื้นที่ 94,660 ไร่ เกษตรกรรับเงินงวดที่ 1 จำนวน 1,620 ราย อบรม 2,739 ราย

3) พัฒนาการผลิตพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และพัฒนาเครือข่ายผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกร 1,049 ราย จัดเวทีชุมชนเพื่ออบรมการสร้างทักษะและส่งเสริมอาชีพแล้ว 4.71 แสนราย ขยายฐานการผลิตจุลินทรีย์ให้กลุ่มเกษตรกร 17 กลุ่ม รวม 8.33 ล้านบาท อบรมอาสาผสมเทียม 3,800 ราย อบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืชให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ 2,372 ราย 4) แก้ไขปัญหาความยากจนลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร มีการพัฒนาอาชีพด้วยการฝึกอบรมเกษตรกรแล้ว 5,038 ราย อบรมการทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพแก่เกษตรกรแล้ว 6,857 ราย ครูอาสา 361 ราย อบรมและพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รับสมัครและคัดเลือก Young Smart Farmer (YSF) 2,984 ราย และ 5) บริหารจัดการสินค้าเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อพัฒนาสถาบันเกษตรกรในการจัดเก็บพืชผลทางการเกษตร (แก้มลิง) มีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการ 143 แห่ง สนับสนุนอุปกรณ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรแก่สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร เพิ่มศักยภาพการรวบรวมและการแปรรูปยางพาราในสถาบันเกษตรกร 62 แห่ง รวมทั้งส่งเสริมการใช้ยางในด้านชลประทาน โดยนำยางพารามาซ่อมแซมและปรับปรุงคันคลองชลประทาน 317 โครงการ มีการรับซื้อน้ำยางสดแล้ว 3,952 ตัน แปรรูปเป็นน้ำยางข้น 1,880 ตัน สนับสนุนสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร 371 แห่ง 8,503 ล้านบาท

นอกจากนี้ ได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และ SMEs โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีผู้ประกอบการและเกษตรกรได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอุตสาหกรรมแปรรูปแล้ว 529 ราย วิสาหกิจสมัครเข้าร่วมโครงการ 747 กิจการ และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมบูรณาการในการจัดทำตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมประชารัฐเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค โดยจัดอบรมแล้ว 882 ราย

แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตอบรมเพิ่มทักษะอาชีพแก่เกษตรกรผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพ มีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการ 131,204 ราย อบรมแล้ว 12,107 ราย และจ้างงานชลประทานเพื่อสร้างรายได้ในการปรับปรุงโครงการชลประทาน ดำเนินการแล้ว 119 รายการ จ้างแรงงาน 6,426 ราย

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานอยู่ในช่วงฤดูฝนซึ่งตรงกับฤดูทำนาทำให้การจ้างแรงงานชลประทานในบางจังหวัดไม่เพียงพอ ซึ่งอาจจะต้องขยายเวลาการดำเนินงานออกไปตามสภาพพื้นที่ ขณะที่การฝึกอบรมบางแห่งอาจต้องปรับย้ายสถานที่จัดอบรมโครงการเพิ่มทักษะอาชีพให้ไปอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับกลุ่มเกษตรกรมากขึ้นและทำการอบรมหลังช่วงฤดูเพาะปลูกให้เหมาะสมต่อไป รวมทั้งควรติดตามให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างแก่สถาบันเกษตรกรอย่างต่อเนื่องเพราะไม่มีความชำนาญในเรื่องนี้ ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในช่วงแรก (พ.ค. - มิ.ย.61) นับว่ายังอยู่ในระยะขั้นต้นของการเตรียมการในกระบวนการต่างๆ ตามแผนที่กำหนด และจะเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าหากดำเนินการแล้วเสร็จตามโครงการทั้งหมด จะมีเกษตรกรได้รับประโยชน์ถึง 4.3 ล้านราย ก่อให้เกิดการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่า 63,599 ล้านบาท (2.54 เท่าของงบประมาณ) ช่วยให้เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 35,304 ล้านบาท/ปี

แชร์ข่าว :
Tags: