เร่งป้องกัน 'ภาวะเครียดเฉียบพลัน' ผู้บาดเจ็บ จากเหตุเรือล่ม

10 กรกฎาคม 2561
2,870

กรมสุขภาพจิต เร่งป้องกัน “ภาวะเครียดเฉียบพลัน” ผู้บาดเจ็บ-ญาติ จากเหตุเรือล่มที่ภูเก็ต ใกล้ชิด

กรมสุขภาพจิต เร่งป้องกันภาวะเครียดเฉียบพลันนักท่องเที่ยวและญาติจากเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตอย่างใกล้ชิด ผลการดูแลผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตและโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัด รวม 9 คน และญาติ จำนวนหนึ่ง พบว่ายังมีอาการเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ เศร้า เหม่อลอย จัดทีมเยียวยาจิตใจดูแลใกล้ชิด ฝึกทักษะการคลายเครียดในเบื้องต้นให้ และพร้อมจะประสานทางการจีนดูแลจิตใจต่อเนื่องเมื่อเดินทางกลับประเทศแล้ว

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าของการดูแลด้านจิตใจแก่นักท่องเที่ยวจากเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้โดยสารทั้งหมด 105 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ช่วยเหลือได้ 49 คน พบศพแล้ว 42 ศพ ยังสูญหายอีกจำนวนหนึ่งอยู่ระหว่างการค้นหาว่า กรมสุขภาพจิตได้จัดส่งทีมเยียวยาจิตใจ ( MCATT) จากโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับทีมเยียวยาใจของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตและโรงพยาบาลวิชระภูเก็ต ในการให้การปฐมพยาบาลทางใจแก่ผู้ประสบภัยและญาติที่รอดชีวิต โดยปัญหาที่ต้องเร่งป้องกันขณะนี้คือภาวะความเครียดเฉียบพลัน ซึ่งเป็นกลไกปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากการสูญเสียหรือการเผชิญเหตุรุนแรง ต้องได้รับการปฐมพยาบาลทางใจอย่างรวดเร็ว ลดความเครียดให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อผลในการปรับตัวก้าวผ่านเหตุวิกฤติได้เร็ว ป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบในระยะยาวคือการเกิดบาดแผลทางใจ หรือที่เรียกว่าภาวะพีทีเอสดี ( Post Traumatic Stress Disorder :PTSD) ซึ่งจะกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันมาก

“ ผลการเยียวยาจิตใจผู้บาดเจ็บที่พักรักษาตัวทั้ง 9 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 5 คน ซึ่งอยู่ที่โรงพยาบาลวิชระภูเก็ต 3 คน และอยู่ที่โรงพยาบาลองค์การบริการส่วนจังหวัดภูเก็ต 6 คน พบว่าทุกคนยังมีอาการหวาดกลัว เสียใจ วิตกกังวล นอนหลับไม่สนิท มีความรู้สึกเหมือนนั่งในเรือ บางคนมีการเศร้า เหม่อลอย ร้องไห้ และพบว่าญาติจำนวน 2 คน มีอาการโศกเศร้าเสียใจ เครียดอยู่ระดับสูง ทีมเยียวยาฯได้สอนทักษะการคลายเครียดเบื้องต้น และให้คำแนะนำการดูแลจิตใจตนเองซึ่งจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งญาติทั้งหมดนี้ ซึ่งมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กรมสุขภาพจิตจะดำเนินการประสานส่งต่อกับทางการจีน ซึ่งมีความร่วมมือกันในด้านการพัฒนาสุขภาพจิตอยู่แล้ว เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลจิตใจอย่างต่อเนื่องเมื่อเดินทางกลับประเทศไปแล้ว” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

ทางด้านนายแพทย์จุมภฎ พรมสีดา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในการจัดแผนเยียวยาปฐมพยาบาลใจผู้ประสบภัยจากเหตุเรือล่มครั้งนี้ จะเน้นผู้ได้รับผลกระทบ 4 กลุ่มได้แก่ ญาติผู้เสียชีวิต ผู้ที่สูญเสียทรัพย์สิน ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่รอดชีวิตหรือเห็นเหตุการณ์ แม้ว่าในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง โดยเฉพาะการต้องใช้ล่ามเป็นสื่อกลางก็ตาม ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากจิตอาสาที่มาช่วย ซึ่งทีมเจ้าหน้าที่จะได้ให้การดูแลอย่างทั่วถึงที่สุด โดยได้ให้เบอร์โทรของพยาบาลจิตเวช นักจิตวิทยา เพื่อให้พยาบาลและล่ามจิตอาสาที่ดูแลผู้ป่วย สามารถโทรปรึกษาอาการของผู้ป่วยและญาติได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายแพทย์จุมภฎกล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวิกฤติ จะมีปฎิกิริยาออกมา 4 ด้าน คือด้านร่างกาย เช่น อาการวิงเวียนศีรษะ ปั่นป่วน หมดกำลัง ด้านพฤติกรรมหรือการแสดงออก เช่น นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ฝันร้าย ร้องไห้ หวาดระแวง แยกตัวเองออกจากสังคม ด้านอารมณ์ เช่น ไม่ยอมรับในสิ่งที่เห็น วิตกกังวล กลัว เศร้า ระทมทุกข์ ไร้ความหวัง รอดชีวิตมาแต่รู้สึกผิด และด้านการรับรู้ อาทิ สับสน ความคิดอ่านแย่ลง ภาพความทรงจำผุดมาบ่อยๆ ซึ่งอาการเหล่านี้จะปรากฏหลังเกิดเหตุ และจะค่อยๆดีขึ้นใน 4 สัปดาห์ ซึ่งการปรับตัวเร็วช้านั้นขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางใจเดิมของแต่ละคนด้วย

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง