‘ไพรซ์ซ่า’ชูฟินเทคชิงอีคอมเมิร์ซ ชี้ครึ่งปีหลังแข่งเดือด

6 กรกฎาคม 2561 | โดย wariya Khamchana
1,887

“ไพรซ์ซ่า” เผยสถิติเชิงลึก พบผู้บริโภคไทยเพิ่มความเชื่อมั่นจับจ่ายสินค้าบนออนไลน์ ยักษ์อีคอมเมิร์ซต่างชาติรุกหนักหนุนรายการสินค้าข้ามพรมแดนโตพุ่ง คาดครึ่งปีหลังอีคอมเมิร์ซไทยยิ่งแข่งเดือด แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัว เพิ่มกลยุทธ์สร้างจุดขาย

นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น “Priceza" เครื่องมือค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา(Shopping Search Engine) ชั้นนำ เปิดเผยข้อมูลสถิติเชิงลึกของไพรซ์ซ่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 ว่า ในประเทศไทยมีผู้เข้าเยี่ยมชมไพรซ์ซ่าทั้งบนเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นกว่า 70 ล้านครั้ง อัตราการซื้อเฉลี่ย(Conversion rate) 2.98% จากปี 2559 ที่ 1.72% และปี 2560 ประมาณ 2.81% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความมั่นใจต่อการจับจ่ายสินค้าบนออนไลน์มากขึ้น ส่วนมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นอยู่ที่ 1.42 พันล้านบาท

ปัจจุบัน จำนวนสินค้าบนแพลตฟอร์มไพรซ์ซ่ามีจำนวนกว่า 36 ล้านชิ้น เติบโต 28% จาก 28 ล้านชิ้นในช่วงปี 2560 ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของกลุ่มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน(Cross border) ที่ทำให้การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันมีฐานข้อมูลสินค้าประเภทนี้บนแพลตฟอร์ม 17 ล้านชิ้น หรือคิดเป็น 47% ของจำนวนสินค้าทั้งหมด

ไพรซ์ซ่าพบด้วยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากทุกหมวดหมู่เฉลี่ยอยู่ที่ 1,702 บาทต่อคำสั่งซื้อ แยกตามดีไวซ์ผ่านช่องทางพีซีเฉลี่ย 2,309 บาท โมบายเว็บ 1,266 บาท และโมบายแอพพลิเคชั่น 1,497 บาท ขณะที่สัดส่วนการเข้าชมมาจากสมาร์ทโฟน 73% พีซี 23% แทบเล็ต 4% ส่วนการสั่งซื้อมาจากโมบาย 81% พีซี 19%

สำหรับคำค้นหายอดนิยม 5 อันดับแรกคือ แฟชั่นและเสื้อผ้า 15% รถจักรยานยนต์ 14% อิเล็กทรอนิกส์ 13% โทรศัพท์มือถือ 12% และเฟอร์นิเจอร์ 10% ตามลำดับ

เขากล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังการแข่งขันของมาร์เก็ตเพลสจะยิ่งดุเดือดมากขึ้น เนื่องจากมีรายใหญ่จากต่างชาติโดยเฉพาะผู้เล่นจากประเทศจีนเข้ามาบุกตลาดอย่างหนัก ขณะเดียวกันรายที่เคยพักการทำตลาดในไทยก็หวนคืนสู่ตลาดอีกครั้ง ทั้งมีแนวโน้มด้วยว่าการค้าแบบข้ามแดนจะเติบโตเพิ่มมากขึ้น ในภาพรวมแต่ละปีอีคอมเมิร์ซไทยสามารถเติบโตได้เกิน 20% ดังนั้นผู้ประกอบการในธุรกิจอีคอมเมิร์ซจึงจำเป็นต้องปรับตัว เพิ่มกลยุทธ์และจุดขาย เพื่อรองรับการแข่งขันในช่วงครึ่งปีหลังรวมถึงการแข่งขันกับสินค้าข้ามพรมแดนจากต่างชาติ

ส่วนของไพรซ์ซ่า รายได้หลักๆ ยังมาจากค่าโฆษณารวมถึงส่วนแบ่งรายได้จากทรานแซคชั่นที่เกิดขึ้น ทิศทางธุรกิจนอกจากฐานตลาดเดิม จะให้ความสำคัญกับบริการทางการเงินมากขึ้น ด้วยไพรซ์ซ่า มันนี่(Priceza Money) เพื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ด้านการเงินและประกันภัย 3 ด้าน ได้แก่ 1. บริการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ มากกว่า 1.6 ล้านแผนประกัน 2. เปรียบเทียบบัตรเครดิต จากสถาบันการเงินชั้นนำมากกว่า 69 ใบ และ 3.เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคล จากสถาบันการเงินชั้นนำ

ที่ผ่านมา เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งมาร์เก็ตเพลส ร้านค้า และผู้บริโภคในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้น บริษัทได้จับมือพันธมิตรธนาคารชั้นนำ ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าให้ได้ราคาดีที่สุดแล้ว ยังมีส่วนช่วยเรื่องการให้ข้อมูลการชำระเงินผ่านการชอปปิงออนไลน์ที่หลากหลาย 

“เรามองเห็นปัญหาของผู้คนในหลายเรื่อง ทั้งการทำประกันภัยรถยนต์ดั้งเดิมใช้เวลานาน และ 90% ของคนขับรถ จะรู้สึกไม่สบายใจในการขับเมื่อประกันรถยนต์ขาด ดังนั้นจึงมองหาแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มให้เชื่อมโยงกับโลกฟินเทค”

บริษัทตั้งเป้าไว้ว่า ภายในสิ้นปี 2561 ในไทยจะมีจำนวนการเข้าชมรวมจากทุกแพลตฟอร์มไม่น้อยกว่า 187 ล้านครั้ง เติบโต 50% จากปี 2560 ที่มีการเข้าชม 125 ล้านครั้ง

อย่างไรก็ดี นอกจากประเทศไทย เป้าหมายต่อไปที่จะให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ คือประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2568 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศอินโดนีเซียจะสูงถึง 44,000 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 50% ของมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในภูมิภาค

ไพรซ์ซ่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 เนื่องจากมองเห็นอนาคตการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ปัจจุบันเปิดให้บริการทั้งรูปแบบเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นใน 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ มีผู้ใช้งานกว่า 8 ล้านคนต่อเดือน มีจำนวนการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์กว่า 12 ล้านครั้งต่อเดือน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง