'อันเดรส พิร่า' พ่อพระผู้ให้ทางการศึกษา แก่เด็กยากไร้ชาวภูเก็ต

29 มิถุนายน 2561
1,795

ฝรั่งหัวใจไทย "อันเดรส พิร่า" เศรษฐีพันล้าน พ่อพระผู้ให้ทางการศึกษาแก่เด็กยากไร้ ผู้ที่รักและผูกพันกับคนภูเก็ตเหมือนบ้านเกิดเมืองนอน

นายอันเดรส พิร่า ซีอีโอแห่งบลู ฮอไรซอน ประเทศไทย บริษัทอสังหาชั้นนำในภูเก็ต ร่วมมือ มูลนิธิภูเก็ตมอบสิ่งดีดีแก่เรา Phuket Has Been Good To Us สนับสนุนโครงการเพื่อการศึกษาส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแก่นักเรียนด้อยโอกาส เป็นเวลาเกือบ 14 ปี ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จังหวัดภูเก็ต โดยมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ในพระมาหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่สร้างขึ้นเพื่อให้การสงค์แก่นักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ ในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อปลายปี พ.ศ. 2547 ยังตั้งตระหง่านต่อหน้าชายหาดกมลา จังหวัดภูเก็ตที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลอันดามันที่สวยติดอันดับของประเทศไทย และผู้คนในท้องที่ที่ผ่านไปผ่านมาไม่มีใครไม่รู้จักโรงเรียนแห่งนี้

4_11

ทุกๆปีจะมีจำนวนนักเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการร่วมมือสนับสนุนทุนการศึกษาจากทั้งภาครัฐและเอกชนเสมอมา รวมไปถึงนักธุรกิจต่างชาติวัย 35ปี นายอันเดรส พิร่า เจ้าของบริษัท บลู ฮอไรซอน ประเทศไทย บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยภรรยา นางประไพศรี พิร่า ร่วมมือกับ มูลนิธิภูเก็ตมอบสิ่งดีดีแก่เรา Phuket Has Been Good To Us ที่เล็งเห็นปัญหาความสำคัญของการศึกษาและร่วมสนับสนุนเงินบริจาคแก่เด็กด้อยโอกาสในจังหวัดภูเก็ตเสมอมา

นายอันเดรส พิร่า ผู้ก่อตั้งบริษัท บลูฮอไรซอน ประเทศไทย กล่าวถึงที่มาของการร่วมมือครั้งนี้ว่า “ผมเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตของประเทศไทยเมื่อ 15 ปีก่อน ผมเคยลำบากและต่อสู้กับความยากไร้ และเป็นเวลายาวนานมากกว่าผมจะประสบความสำเร็จในชีวิตจากการทำงานที่ผมรัก ผมพูดได้ว่าผมผูกพันและรักจังหวัดนี้และประเทศไทยมาก เสมือนเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของผม จากภัยธรรมชาติสึนามิเมื่อ 14 ปีก่อน ผมเห็นความสูญเสียและลำบากของคนที่นี่เช่นเดียวกันกับผม และเมื่อเรามีโอกาสผมจึงอยากจะตอบแทนโดยการมอบโอกาสให้กับเด็กๆที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อการพัฒนาด้านการศึกษาของเด็กนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จังหวัดภูเก็ต คือการให้ความรู้และทักษะด้านภาษาอังกฤษ เนื่องจากภูเก็ตเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเขาสามารถนำไปใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน หรือเข้าเรียนในสาขาวิชาที่สามารถนำทักษะนี้ไปใช้ได้"

3_16

นางอาภรณ์ หน่อทิพย์ ผู้จัดการมูลนิธิภูเก็ตมอบสิ่งดีดีแก่เรา Phuket Has Been Good To Us กล่าวว่า "หลังเหตุการณ์สึนามิในปี 2004 เราได้จัดตั้งมูลนิธิขึ้น เป็นองค์กรอิสระที่ดำเนินการโดยไม่หวังผลกำไร เพื่อมุ่งหวังที่จะให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน มูลนิธิฯดำเนินการได้โดยผู้มีจิตศรัทธาและหน่วยงานเอกชนเป็นผู้ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาด้านการขาดบุคลากรที่มีทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ มูลนิธิฯ ได้สอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนมากกว่า 1000 คน ในโรงเรียนตำบลกมลา และโรงเรียนบ้านกะหลิม ป่าตอง ในโครงการโคโคนัทคลับ

2_28

ความสำเร็จในการเรียนรู้ของเด็กๆนั้นมาจากการสอนในชั้นเรียนและกิจกรรมหลักสูตรพิเศษหลังเลิกเรียน และในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นเด็กกำพร้าหรือผู้ปกครองไม่สามารถให้การดูแลได้และเด็กเหล่านี้ได้พักอาศัยอยู่ในหอพักของโรงเรียน โปรแกรมนี้เปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสกับภาษาอังกฤษเพิ่มเติมรวมทั้งสร้าง ความภาคภูมิใจและเชื่อมั่นในตนเองและนักเรียนมีโอกาสแสดงออกทางความคิดจากการเรียนที่ต่างจากในห้องเรียน ที่โคโคนัทคลับ เด็กๆจะได้เข้าร่วมกิจกรรมการทำอาหาร ว่ายน้ำ ศิลปะ งานฝีมือ เกมส์ และกิจกรรมต่างๆอีกมากมาย โดยอาสาสมัครจะจัดเด็กเป็นกลุ่มย่อยเพื่อกระจายโอกาสให้เด็กๆได้ฝึกฝนพูดภาษาอังกฤษสอนโดยครูอาสาสมัครต่างชาติที่แวะเวียนมาสอนทุกๆปี

2_27

ด้าน นางสาวเสาวภา สุขเกษม หัวหน้าครูกลุ่มสาขาภาษาอังกฤษ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 กล่าวอีกว่า "รู้สึกดีใจที่มีกลุ่มอาสาสมัครและนักธุรกิจเล็งเห็นความสำคัญด้านทักษะภาษาอังกฤษของเด็กในจังหวัดภูเก็ต โครงการนี้นอกจากจะช่วยให้เด็กๆได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษและกิจกรรมสันทนาการยามว่างแล้ว คุณครูในกลุ่มทักษะภาษาอังกฤษเองก็ได้ความรู้ด้านภาษาเพิ่มขึ้นอีกด้วย"

และ นายศราวุธ มีจันทร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 เผยถึงความรู้สึกในการร่วมโครงการนี้ว่า “ผมร่วมโครงการนี้ตั้งแต่ ม.1 ตอนนั้นไม่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษเลย พอได้มาเข้าร่วมโครงการนี้ก็เขียนและพูดสื่อสารกับชาวต่างขาติได้โดยไม่เขินอาย และยังเอาความรู้นี้ไปใช้ในการทำงานในวันหยุดและช่วงปิดภาคเรียนได้จริงๆครับ ผมต้องขอขอบคุณมูลนิธิภูเก็ตมอบสิ่งดีดีแก่เรา Phuket Has Been Good To Us และผู้สนับสนุนทุกๆท่านที่มีจิตเมตตามอบเงินเป็นทุนการศึกษาแก่พวกเราครับ"

6_7

“เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้วที่ผมสนับสนุนกับมูลนิธิภูเก็ตมอบสิ่งดีดีแก่เรา Phuket Has Been Good To Us ให้ทุนจ้างครูที่เป็นเจ้าของภาษามาสอน ดูแลค่าใช้จ่ายในการทำหนังสืออนุญาตทำงานในประเทศไทย และทุนการศึกษาด้านอื่นๆ ที่เขายังขาดแคลนครับ ผมภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาของเด็กไทย รวมถึงเห็นความสำเร็จของพวกเขา” นายอันเดรส กล่าวทิ้งท้าย

นายอันเดรส พิร่า ซีอีโอแห่ง บลู ฮอไรซอน ประเทศไทย เศรษฐีพันล้านวัยเพียง 35 ปี เป็นนักธุรกิจหนุ่มเจ้าของธุรกิจหลากหลายอยู่กว่า 19 บริษัท ทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์ ฟิตเนส สำนักงานกฎหมาย ปั๊มน้ำมัน ร้านกาแฟ และอื่นๆ โดยมีพนักงานจากหลากหลายเชื้อชาติมากกว่า 249 คน นอกจากนี้ยังมีโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมแบ่งปันเพื่อผู้ด้อยโอกาสอยู่สม่ำเสมอ เขายังเปิดเผยถึงเรื่องราวชีวิตของเขา “จากชายไร้บ้านสู่มหาเศรษฐีพันล้าน” ที่มีทั้งเงินและความสุข พร้อมกับแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ผ่านหนังสือ From Homeless To Billionaire รวมถึงมีแผนจะจัดสัมมนาให้แรงบันดาลสู่ความสำเร็จ Success Events ในปลายปีนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ http://www.andrespira.com และสื่อเฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/PiraAndres Youtube: Andres Pira Official

แชร์ข่าว :
Tags: