บุกทลาย 2 บริษัทย่านบางพลี ลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์

22 มิถุนายน 2561
5,106

"พล.ต.อ.วิระชัย" นำกำลังบุกทลาย 2 บริษัทย่านบางพลี หลังชาวบ้านร้องเรียน-ลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เชื่อมโยงโรงงานใน อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ผวจ. สั่งปิดทันที

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 มิถุนายน 2561 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย นายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.อ.ยอดยศ เก็บเงิน รอง ผบ.ร.112 รอง ผบ.กกล.รส.จว.สป. พ.อ.ประเทือง แก้วทุย รอง ผอ.รมน.สมุทรปราการ ได้ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี เข้าตรวจค้นภายในบริษัท ฟ๋งเหยี่ยน จำกัด เลขที่ 88/27 หมู่ 23 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ เลขที่ 158/61 หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่บ้าน Gusto เทพารักษ์ ซึ่งอยู่ติดกับโรงงานแห่งนี้ ว่าได้รับผลกระทบจากมลพิษทางเสียง เหม็นกลิ่นควันจากการหลอมพลาสติกและน้ำเสีย

ภายในบริษัทเป็นโกดังขนาดใหญ่ 3 ห้องติดกัน ด้านในมีกองเศษพลาสติกทั้งแบบเม็ดและอัดแท่งวางซ้อนกันอยู่เป็นจำนวนมาก บางส่วนใส่อยู่ในถุงบิ๊กแบ๊ก และเครื่องจักรเตาหลอม และพบคนงานบางส่วนนั่งแยกพลาสติกอยู่ จากการสอบถามผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้จัดการโรงงานระบุว่า วันนี้โรงงานไม่ได้เปิดทำการ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เดินไปตรวจบริเวณเครื่องหลอมพลาสติก พบว่าเครื่องยังร้อนอยู่ จึงคาดว่าก่อนหน้านี้ได้แอบดำเนินการและปิดเครื่องได้ไม่นาน

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นบริษัทแห่งนี้ สืบเนื่องจากมีชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ติดกับโรงงานแห่งนี้ ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง อบต.บางพลีใหญ่ ว่าได้รับปัญหาจากกลิ่นสารเคมีและเสียงดังที่เกิดจากการหลอมพลาสติกของบริษัทดังกล่าว โดยที่ผ่านมาทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ได้เข้าตรวจสอบ ก่อนที่จะมีคำสั่งให้ปรับปรุงเครื่องหลอมพลาสติกให้ได้คุณภาพให้แล้วเสร็จภายใน 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันนี้ทางบริษัทยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จ ทางอุตสาหกรรมฯ จึงได้สั่งปิดและสั่งปรับวันละ 5,000 บาท เนื่องจากมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงานฯ มาตรา 55 ตามวันที่ไม่ยอมแก้ไข จนกว่าจะแก้ไขปรับปรุงให้แล้วเสร็จ

นอกจากนี้ยังพบว่า มีเครื่องจักรที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตั้ง ดังนั้นวันนี้จากการเข้าตรวจสอบยังพบว่า โรงงานแห่งนี้มีความผิดเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งสิ้น 5 ข้อหา ประกอบด้วย ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต / ต่อเติมโรงงานโดยไม่รับอนุญาต / ขยายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต / ประกอบกิจการโรงงานในระหว่างที่มีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการและไม่ปฏิบัติตามกฏกระทรวงกำหนดมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใดๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดจากการประกอบกิจการโรงงาน โดยจะดำเนินคดีทั้งในนามนิติบุคคลและบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน รวมทั้งแจ้งข้อหา แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานขณะเข้าตรวจสอบด้วย

นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.สมุทรปราการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของจังหวัด เบื้องต้นจะสั่งปิดโรงงานแห่งนี้ทันที และจะทำการตรวจสอบว่ามีความผิดใดเพิ่มเติมก็จะแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือได้รับผลกระทบจากโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศและน้ำเสีย สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัด เพื่อให้ชุดเคลื่อนที่เร็วของจังหวัดตรวจสอบและให้มีการแก้ไขต่อไป

จากนั้น พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย นายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.สมุทรปราการ พร้อมคณะได้เข้าตรวจสอบที่บริษัท โอ.จี.ไอ. จำกัด เลขที่ 888/7-8 ม.21 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี เนื่องจากบริษัทดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ตำรวจตรวจพบใน อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พบภายในโรงงานดังกล่าวมีชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมทั้งแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือเก่า ที่ลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในกล่องกระดาษและในกระสอบ

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการเข้าตรวจค้นโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ จ.ฉะเชิงเทรา พบว่าบริษัทแห่งนี้เป็นผู้ส่งสินค้า คือ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการนำเข้ามาไปยังโรงงานดังกล่าว ทั้งนี้บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าวัตถุอันตรายอย่างถูกต้อง แต่จะต้องดำเนินการคัดแยกขยะเอง ไม่สามารถส่งต่อให้โรงงานอื่นได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นความผิด และจากการตรวจสอบทั้งเครื่องจักรที่ใช้ผลิตและจุดคัดแยกขยะนั้น ไม่เพียงพอต่อโควตาที่แจ้งนำเข้า 45,000 ตันต่อปี ยังพบว่าบริษัทแห่งนี้ยังมีใบส่งของซึ่งเป็นสายไฟลวดทองแดงไปยังโรงงานที่ทำการหลอมอีกแห่งหนึ่งใน ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสาคาม จ.ฉะเชิงเทรา อีกด้วย นอกจากนี้ยังพบแบตเตอรี่โทรศัพท์ใช้แล้ว และ ผงเคมี CU 90 ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายที่สามารถทำให้เกิดการระเบิดได้อีกจำนวนหนึ่ง

หลังจากนี้จะประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาตรวจสอบและนำไปเก็บรักษาไว้ ก่อนแจ้งความดำเนินคดีตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนโควตาการนำเข้านั้น ขณะนี้บริษัทแห่งนี้ได้ถูกกรมโรงงาน พักใช้ใบอนุญาตบริษัทนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์ เรียบร้อยแล้ว

แชร์ข่าว :
Tags: