'แพท ณปภา' สุดเครียด อาการป่วยแม่ตอบสนองช้าลง-ชักบ่อยขึ้น

17 มิถุนายน 2561
3,554

"แพท ณปภา" รับเครียดหนักเหตุแม่ตอบสนองช้าลง และชักบ่อยขึ้น เผยเตรียมใจมาพักหนึ่งแล้ว

เป็นนักแสดงสาวแม่ลูกอ่อนที่สตรองสุดๆ สำหรับ "แพท" ณปภา ตันตระกูล ล่าสุดแว่วว่าได้ไปให้กำลังใจ เบนซ์ เรซซิ่ง อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช สามี ในวันที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานครั้งที่ 2 ได้สอบถามเรื่องนี้ในงานเปิดตัว "ไอออร่า ไทยแลนด์" ที่ ลานกิจกรรมโซนบี ชั้น 1 เซ็นทรัลลาดพร้าว ได้ความว่า

"ส่งลูกไปก่อน ตัวเองตามไปทีหลัง แพททำงานพิธีกร แล้วเราไม่ได้ลาเขา เพราะคุณแม่สามีบอกกระชั้นชิดก็หาคนแทนไม่ได้ เราก็ไม่ได้ไป แต่ก็ให้ลูกไปก่อน พี่เลี้ยงพาลูกไปให้พี่เบนซ์ได้อุ้ม แพทก็ได้เจอพี่เบนซ์แป๊ปหนึ่งแล้วก็เอาลูกกลับ ซึ่งปกติพี่เบนซ์บอกว่าแพทไปไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ให้เอาลูกไป (คนงงว่าเหมือนตอนแรกแพทไม่ได้ไปหาเบนซ์)เราไม่ได้ไปตั้งแต่เช้า คือไม่ไปไม่ได้ เพราะเราต้องทำงานจนทุกวันนี้ไม่ได้ไปเยี่ยมที่เรือนจำเพราะว่าทำงาน จน 2 เดือนแล้ว ส่วนตัวไม่กลัวคนดราม่า คือเขาก็อาจจะไม่ได้รู้รายละเอียดลึกซึ้ง มองไม่เหมือนกัน และถ้าเขาไม่ได้อยู่จุดเดียวกับเรา เขาจะพูดอะไรก็ได้ แต่ถ้าเขามาอยู่จุดเดียวกับแพท อาจจะพูดอะไรไม่ออกเลยก็ได้

(เรซซิ่งเจอพ่อแล้วเป็นยังไงบ้าง) เท่าที่คุณย่าเล่า คือพี่เบนซ์เขายังแฮปปี้ที่น้องยังให้อุ้มอยู่ ถือว่าสบายใจ แพทว่าด้วยสายสัมพันธ์ แต่จะจำได้ทั้งหมดเลยไหมก็คงยากเหมือนกัน เรซซิ่งไม่ได้เจอพ่อตั้งแต่เขา 3 เดือน ตอนนี้เขา 1 ขวบ 4 เดือนแล้ว และช่วงจังหวะที่เขาจำ พ่อเขาก็ไม่ได้อยู่ใกล้เขา แพทก็ยังบอกเสมอว่าการที่แพทพาไปเยี่ยมแค่เราเป็นผู้ใหญ่ตาดีๆ มองผ่านยังลำบากเลย แล้วเด็กยิ่งการมองยิ่งยาก เราก็ใช้วิธีการบอกว่า นี่ปะป๊านะ เด็กให้ดูรูปเขาก็ไม่เข้าใจ ยังต้องการสัมผัส เล่นด้วย หยอกกัน ส่วนพี่เบนซ์ก็คิดถึงลูก เขาบอกว่าคุณไม่มาก็ไม่เป็นไร ทำงานไป ว่างก็ค่อยมา แต่ให้พี่เลี้ยง หรือ เพื่อน หรือใครก็ได้พาลูกไปหาเขาหน่อย อาจจะไม่ต้องบ่อยก็ได้ แต่ช่วยพามาหน่อย ซึ่งเราก็มีส่งรูปเรซซิ่งเป็นจดหมายไปให้เขาด้วย"

เมื่อถามต่อว่าเรื่องคดีความตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง นักแสดงแม่ลูกอ่อนแจงว่า

"แพทคิดว่าคงเร็วๆ นี้แล้วล่ะ ตัวแพทเองก็รอลุ้นเหมือนกัน พร้อมทุกคนเลย แพทพูดตามตรงเลยว่า พอแยกกับบ้านของพี่เบนซ์ มาอยู่บ้านตัวเอง การพูดคุยกับคุณย่าหรือครอบครัวฝั่งเขาน้อยมาก ถ้าไม่เหตุจำเป็นเราแทบจะไม่ได้สื่อสารกันเลย ในส่วนตรงนี้ก็ไม่ได้ถามตื้นลึกหนาบางอะไร เรารู้แค่หน้าที่เราไปขึ้นศาลเพื่อเป็นพยาน แต่เรื่องเนื้อหาคดี แพทยังไม่ทราบ จนกว่าทางฝั่งคุณย่าจะนัดให้ไปคุยกับทนาย เนื่องจากเราแยกทนายกันสิ้นเชิง ตอนนี้แพทไม่เห็นอะไรเลย รอคุณย่านัดไปคุยกับทนายของพี่เบนซ์ ส่วนตัวก็ไม่ได้ถามรายละเอียดเพราะแพทก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเขามา 2 เดือนแล้ว (เห็นว่าเบนซ์เปลี่ยนทนายชุดใหม่หมดแล้ว)แพทไม่รู้จริงๆ แม่ไม่ได้บอก เราก็ไม่ได้ถามเขาคงตัดสินใจกันในครอบครัว คุณแม่ไม่ได้ปรึกษาอะไรเรา ถามว่ามีความหวังไหม ทุกคนก็ต้องมีความหวัง คือในความหวังตรงนี้ แพทก็ต้องยอมรับตรงๆ ว่าเราห่างกันมาเป็นปีแล้ว ตอนที่อยู่ด้วยกันแค่ตอนท้อง 9 เดือน จนลูก 3 เดือน รยมกับที่เป็นแฟนกันอีกนิดหน่อยก็เกือบ2 ปี แต่ไม่ถึง ระยะเวลาสั้นมาก และหายกันไปเป็นปี ตอนกลับมานี่แหละจะต้องพิสูจน์อะไรหลายอย่าง นี่แพทพูดในมุมบวกว่าถ้าได้กลับมาอยู่ด้วยกัน มันต้องจูนกันอีก บอกตรงๆ เลยถ้าใครจะถามระยะเวลาของตนกับพี่เบนซ์มันเร็วมาก คบกันถูกใจกัน ท้อง แต่ง อยู่ด้วยกัน ลูก 3 เดือนแล้วพ่อไม่อยู่ หายกันไปเป็นปี กลับมาเขาต้องรับภาระหลายๆ อย่าง ความเข้าใจระหว่างเราสองคน ภาระที่เขาต้องช่วยเราแบกรับ ต้องมาลุ้นกันว่ากลับมาอยู่ด้วยกันจะไปทางไหน

(ความรู้สึกวันนี้กับวันแรกยังเหมือนเดิมไหม) ถ้าถามใจแพท บอกเลยนะว่าเรายังรักและเป็นห่วง แต่ความผูกพัน สายสัมพันธ์ มันหายไปเป็นปี แล้วหลายคนถาม ถ้าเราฟันฝ่าอุปสรรคด้วยกันมา 3-5 ปี การห่างอย่างนี้อาจจะง่าย จูนกันแป๊ปเดียว แต่เผอิญของเรามีปัญหาตั้งแต่ท้อง ต้องทำงานทุกอย่าง แล้วมาห่างกันอีก แพทก็บอกกับเขาตรงๆ ว่าถ้ากลับมาเราคงต้องคุยกันอีกยาว (เรียกว่าแพททำใจไว้หลายด้าน)หลายด้านเพราะเรามีลูกจะคิดด้านเดียวไม่ได้ หนึ่งปีที่อยู่กับลูกสองคนมันทำให้เราคิดอะไรได้เยอะขึ้นหลายอย่างขึ้น แล้วแพทไม่ได้มีแค่ลูกนะมีอะไรหลายอย่างในชีวิตที่เกิดขึ้นกับเรา ไหนจะครอบครัวเรา อาการของคุณแม่ที่ไม่ค่อยจะโอเคเท่าไหร่ ภาระหลายๆ อย่าง จากก่อนหน้านี้เราคิดว่าเราอยู่แบบนี้ได้ แต่วันนี้เราอยู่แบบเดิมไม่ได้ ต้องมานั่งคุยกันว่าถ้าอยู่แบบเดิมไม่ได้เราจะอยู่แบบไหน (แพทยอมรับว่าความรักเริ่มสั่นคลอนใช่ไหม)ไม่รู้จะใช้คำพูดอะไร แพทไม่ได้คุยเรื่องนี้กับพี่เบนซ์เลย หลังๆ เราบอกว่าเราสะดวกที่จะอยู่แบบนี้มากกว่า เขาก็บอกว่าเราไม่ไปเยี่ยมไม่เป็นไร แต่ก็ต้องเอาลูกไปเยี่ยม มันเลยกลายเป็นคำถามในใจที่เราถามกับเขาไปว่า ถ้าเราอยากอยู่บ้านเราแบบนี้ เขาจะโอเคแฮปปี้ไหม เราก็บอกไม่ได้ แต่เราก็บอกเขาไปแล้ว ที่เหลือคือรอวันที่จะได้ออกมาอยู่ด้วยกัน มาจูนกันอีกทีนึง บอกว่าแพทไม่สามารถทำตามความต้องการของคุณได้แล้วนะ ตอนนี้เรามีลูก แล้วเราต้องเลี้ยงลูก อยู่มาหนึ่งปี รู้ว่านี่คือสิ่งที่เราต้องการ ก่อนหน้านี้เราทำเพราะเราต้องทำ เพื่อให้เราอยู่ด้วยกันให้ได้ แต่พอเรามีภาระมาก เห็นอะไรหลายอย่างมากขึ้น เราก็รู้สึกว่าเราอยากได้ในสิ่งที่เราอยากได้ แต่คงต้องรอคำตอบ อีกอย่างไม่อยากพูดอะไรมาก แค่เขาอยู่ข้างในมันก็เครียดแล้ว ถึงนับวันรอให้เราได้กลับมาคุยกันจริงๆ"

พิธีกรสาวแจง ก่อนจะกล่าวถึงสุขภาพของตัวเองในตอนนี้ว่าไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน

"แพททำงานหนักช่วงนี้ เพราะเราเปิดโอกาสให้กับตัวเองในการรับงานมากขึ้น คนก็อยากลองให้งานเรา เราก็อยากทำงาน เวลาพักผ่อนน้อยไปด้วย เราเป็นเสาหลักของที่บ้านด้วยก็ไม่อยากป่วย หรือไม่อยากให้ใครมากังวลเรื่องของเรา (ได้ข่าวว่าคุณแม่ของเราก็อาการทรุดด้วย)ก็ตามวัย คุณแม่มีอาการชักบ่อยขึ้น แล้วพอคุณแม่ได้ยากันชัก แกตอบสนองต่อยาตัวนั้นน้อย ทางเลือกที่คุณหมอให้คือใส่สายให้อาหาร แต่เรารู้สึกไม่โอเคเลย รู้สึกว่าถ้าใส่สายทำให้ดูแลลำบาก เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ความสกปรกต่างๆ รวมถึงแกจะไม่ต้องใช้ระบบอะไรในร่างกายแล้ว เพราะว่าสายที่ให้อาหารไหลเข้าไปถึงกระเพาะก็อิ่มแล้ว ไม่ต้องเคี้ยวไม่ต้องกลืน เราบอกคุณหมอว่าเราอยากจะป้อนข้าวแม่ด้วยมือของเราเอง ยังอยากให้เขากลืน เลยกลายเป็นว่าเราลดยาเอง เพราะอยากให้แม่ฟื้นตัว ให้เขามีสติหน่อย ซึ่งพอเราลดยาแม่ก็มีอาการชัก เราก็พาแม่ส่งโรงพยาบาล คุณหมอก็ถามเรื่องยาอีก จนตอนนี้เราไม่รู้ว่าจะต้องยังไง

คือพอเราให้ยาตามที่คุณหมอบอก แม่ก็เริ่มไม่กลืน ไม่เคี้ยว ตอบสนองช้าลง เลยทำให้เรากังวล ตอนนี้คือแม่แย่เลย แต่เราก็ดูแลอยู่ที่บ้าน แพทไม่โอเคกับการอยู่โรงพยาบาลอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้แพทจะกลับมาดูแลเองที่บ้านดีกว่า ถามว่าท่านยังมีสติรู้ตัวไหม ก็มีนะแต่แม่เป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานแล้ว เพราะแม่เดินไม่ได้ หลังจากนี้เราต้องคิดเลยว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป เราเห็นแม่เราจากที่ยังพอรู้เรื่องบ้าง แต่วันนี้เขาไม่เอาอะไรเลย แพทก็เครียดเหมือนกัน เพราะแม่เพิ่งเป็นหลังจากได้รับยาตัวนั้น ประมาณ 3 อาทิตย์ที่แม่อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ จนคนที่บ้านต้องมานั่งคุยกัน จริงๆ เราดูแลคนป่วยก็ทำใจไว้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ให้ช้าที่สุดได้ไหม

คือคุณหมออยากให้เราใส่สายยางเพื่อให้แม่ได้สารอาหารครบ ไม่ต้องกลัวเรื่องสำลัก ไม่ต้องกลัวเรื่องชัก ได้รับยาเต็มที่ ไม่ต้องตื่นรู้มาก แต่เรายังไม่โอเค เพราะเราเจอเขาแบบเคยตบมือ เคยเล่น ยิ้มด้วยกันได้ แต่วันนี้แม่ทำไม่ได้เราก็แอบเครียดนิดหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้คุณหมอก็บอกแล้วว่าจะมีการยืดให้ช้าลง โดยการที่เราพยายามดูแลเขาให้ดีที่สุด ถามว่ามีเครียดจนร้องไห้บ้างไหม ไม่นะ อย่างที่บอก เราเตรียมใจและเข้าใจกับเรื่องนี้มาสักพักแล้ว"แพท กล่าวปิดท้าย

แชร์ข่าว :
Tags: