'5 อดีตพระ' ไม่ใช้บริการทนายเครือข่ายปกป้องศาสนา

14 มิถุนายน 2561
1,136

"วรกร" เครือข่ายทนายปกป้องศาสนาเข้าเยี่ยม 5 อดีตพระเถระผู้ใหญ่ คดีเงินทอนวัด ขณะที่ผู้ต้องหาระบุมีทีมทนายสู้คดีแล้ว ปฏิเสธไม่ขอรับความช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.61 นายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา พร้อมด้วยประชาชนกลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนา เดินทางมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อติดต่อขอเยี่ยม ผู้ต้องหาคดีทุจริตงบประมาณอุดหนุนโรงเรียนปริยัติธรรมและงบประมาณเผยแผ่ศาสนา ตั้งแต่ปี 2557 เป็นจำนวนเงินรวมกันกว่า 150 ล้านบาท ประกอบด้วย นายเอื้อน กลิ่นสาลี หรืออดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม , นายสมทรง อรรถฤษณ์ หรืออดีตพระอรรถกิจโสภณ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร, นายบุญทวี คำมา หรือ พระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ , นายสมจิตร จันทร์ศรี หรืออดีตพระครูสิริวิหารการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และนายเทอด วงษ์ชอุ่ม หรืออดีตพระวิจิตรธรรมาภรณ์หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

ภายหลังการเข้าเยี่ยมเวลาประมาณ 20 นาที นายวรกร ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การมาเยี่ยมในวันนี้ตั้งใจจะมาสอบถามเพื่อให้การช่วยเหลือในด้านคดีแก่อดีตพระทั้ง 5 คน แต่อดีตพระระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดมีทนายความต่อสู้ในคดีแล้ว คงไม่รบกวนเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม จากการที่ได้เข้าไปพูดคุยกับอดีตพระทั้ง 5 ได้ให้ข้อมูลว่าที่ผ่านมาตำรวจ รวมถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ยังไม่เคยมีการเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวน มีเพียงการแจ้งข้อกล่าวหาที่กองปราบปรามเท่านั้น ส่วนตัวไม่ขอยืนยันว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพียงแต่นำข้อมูลที่ได้รับมาให้กระจายต่อให้สังคมได้รับรู้ หากจริงตามที่อดีตพระให้ข้อมูลก็จะถือว่าการทำคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในด้านสุขภาพของอดีตพระทั้ง 5 คนนั้น จากการสังเกตและพูดคุยพบว่าอดีตพระทั้งหมดยังคงมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี ไม่มีท่าทีอ่อนโรย โดยบอกว่า ทางเรือนจำดูแลทั้งหมดเป็นอย่างดี

นายวรกร กล่าวอีกว่า สำหรับการร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิด พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เข้าข่ายผิดมาตรา157 กรณีที่ผอ.พศ.มีคำสั่งส่งหนังสือถึงสำนักพุทธศาสนาจังหวัด หรือ พศจ.ทุกจังหวัด ขอข้อมูลด้านการเงินบัญชีวัด รวมถึงอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับวัดที่พระไม่จับเงิน และนำเข้าบัญชีวัดทันที ซึ่งเป็นหนังสือที่ออกโดยไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ทางเครือข่ายฯคงจะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามเพียงแห่งเดียวก่อน ยังไม่มีแผนไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่อื่นเพิ่มเติม

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง