เลือก 'ขาว เฉียบแหลม' เป็นหมอไทยดีเด่นประจำปี 2561

12 มิถุนายน 2561
1,872

บอร์ดภูมิปัญญาท้องถิ่น เลือก "ขาว เฉียบแหลม" เป็นหมอไทยดีเด่นประจำปี 2561

การประชุมคณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมสานใจ ๒ ชั้น ๖ อาคารสุขภาพแห่งชาติ โดยมี นพ.วิชัย โชควิวัฒน เป็นประธาน และหน่วยงานผู้เข้าร่วมกว่า ๓๐ ราย ซึ่งมีวาระการประชุมที่สำคัญคือการดำเนินงานคัดเลือกหมอไทยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ โดยที่ประชุมได้พิจารณาคุณสมบัติของหมอไทยดีเด่นประจำภาคจำนวน ๓ ราย ตามที่คณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งมี นพ.เปรม ชินวันทนานนท์ เป็นประธาน นำเสนอ ประกอบด้วย

๑. นายมนัส สุทธิกาศ อายุ ๖๙ ปี หมอไทยดีเด่นภาคเหนือ อยู่ที่ ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ประสบการณ์รักษา ๕๒ ปี มีความชำนาญด้านการนวดจับเส้น รักษากระดูก อัมพฤกษ์อัมพาต งูกัด

๒. นายขาว เฉียบแหลม อายุ ๘๑ ปี หมอไทยดีเด่นภาคอีสาน อยู่ที่ ต.ดงเค็ง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ประสบการณ์รักษา ๔๑ ปี ชำนาญเรื่องยาประสะน้ำนมหญิงหลังคลอด โรคผิดสำแดง นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ริดสีดวงทวาร อาการสตรีตกขาว

๓. นายประวิทย์ แก้วทอง อายุ ๖๘ ปี หมอไทยดีเด่นภาคใต้ อยู่ที่ ต.ทุ่งขมิ้น อ.นาหม่อม จ.สงขลา ประสบการณ์รักษา ๓๓ ปี ชำนาญด้านการรักษาโรคอัมพฤกษ์อัมพาต โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท และโรคที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างร่างกายและกล้ามเนื้อ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่างหลากหลายและมีมติเห็นชอบให้ นายขาว เฉียบแหลม เป็นหมอไทยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาทในการรักษาและทำคุณประโยชน์ต่อการแพทย์แผนไทยอย่างชัดเจน

นางเสาวณีย์ กุลสมบูรณ์ กรรมการ กล่าวว่า ปัจจุบันยาประสะน้ำนมพ่อขาวของหมอขาวได้รับการบรรจุเป็นตำหรับยาแผนไทยของโรงพยาบาลหนองสองห้อง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงเค็ง จ.ขอนแก่น เพื่อดูแลมารดาหลังคลอด และอยู่ระหว่างการวิจัยคลินิกร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และมหาวิทยาลัยขอนแก่น อีกด้วย

1_8

สำหรับนายขาวหรือหมอขาว สืบทอดความรู้ด้านแพทย์แผนไทยต่อจากบิดาซึ่งเป็นหมอสมุนไพร และมารดาซึ่งเป็นหมอตำแย วิธีการรักษาคือต้มยาสมุนไพรต้มให้ผู้ป่วยรับประทานตามอาการ โดยปัจจุบันได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับบุตรชายและบุตรเขย

นอกจากนี้ ยังเป็นวิทยากรสอนเรื่องสมุนไพรและการอนุรักษ์ป่าให้กับนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.ขอนแก่น และนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งเป็นวิทยากรสอนเรื่องสมุนไพรพื้นบ้านให้กับแพทย์จบใหม่

ทั้งนี้ หมอขาวยังเคยได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวระดับชาติ ประเภทบุคคลในปี ๒๕๕๕ รางวัลอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ดีเด่นระดับภาค สาขาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพปี ๒๕๕๓ รางวัลวัฒนธรรมสัมพันธ์ สาขาแพทย์แผนไทย เนื่องในวันคล้ายพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อปี ๒๕๕๘ และรางวัลเชิดชูเกียรติบุคคลที่ดำเนินการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลทรัพยากรธรรมชาติละสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาการดำเนินงานการบริการการแพทย์แผนไทยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งในปี ๒๕๖๑ มีการตั้งงบประมาณทั้งสิ้น ๕๖๖.๕๓๓ ล้านบาท หรือเฉลี่ย ๑๑.๖๑ บาทต่อรายหัวประชากร เท่ากับปี ๒๕๖๐ ขณะที่สถิติการให้บริการปี ๒๕๖๐ แบ่งออกเป็น ๑.บริการนวด ประคบ อบสมุนไพร ๑,๘๘๓,๖๙๒ ราย ๒.การฟื้นฟูสุขภาพมารดาหลังคลอด ๔๔,๙๐๒ ราย ๓.การใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ๔,๕๘๔,๗๔๘ ราย

นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ รองประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า จำเป็นต้องศึกษาอย่างเป็นระบบว่าถ้าจะเพิ่มงบประมาณอีกว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนเพียงใด โดยมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าได้ประโยชน์หรือตัวเลขผู้ใช้บริการมากขึ้นจริง

นพ.วิชัย กล่าวว่า หากพิจารณางบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ จนถึงปี ๒๕๖๑ จะพบว่าตลอดระยะเวลา ๑๑ ปีที่ผ่าน การเติบโตค่อนข้างเร็ว คือเพิ่มขึ้นจาก ๒๓ ล้านบาท เป็น ๕๖๖ ล้านบาท ซึ่งทางคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ก็พร้อมที่จะเพิ่มงบประมาณให้อีก อาจจะเป็น ๒๕ บาทต่อรายหัวประชากร ฉะนั้นปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องงบประมาณ แต่เป็นเรื่องการวางยุทธศาสตร์ นโยบาย ระบบโลจิสติกส์ และการให้บริการ เพื่อทำให้ตัวเลขการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง