‘เจดีดอทคอม’ เดินเกมพลิกโฉมค้าปลีกไทย

1 มิถุนายน 2561 | โดย wariya Khamchana
7,241

ชูเทคโนโลยีไอทีพลิกโฉมโลกค้าปลีก ผนึกกลุ่มเซ็นทรัล พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน-สมาร์ทโลจิสติกส์ ปูทางสยายปีกอีคอมเมิร์ซ ดีเดย์ส่งอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม “JD.co.th” เขย่าตลาดต้นเดือนส.ค.

การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างผู้ค้า เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ โดยเฉพาะ “อุตสาหกรรมค้าปลีก” และ “อีคอมเมิร์ซ” และยิ่งน่าจับตามองเป็นพิเศษเมื่อผู้เล่นยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนอย่าง “เจดีดอทคอม” เปิดเกมรุกหนัก ประกาศลงขันร่วมทุนกับ “กลุ่มเซ็นทรัล” ในประเทศไทย

“กลอเรีย ลี” รองประธานฝ่ายสื่อสารองค์กร เจดีดอทคอม (JD.COM) ยักษ์ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในจีน ให้สัมภาษณ์พิเศษที่สำนักงานใหญ่ ณ กรุงปักกิ่งว่า ความร่วมมือระหว่างเจดีดอทคอมกับกลุ่มเซ็นทรัลในประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปตามแผน ขณะนี้ได้เร่งสร้างทีมงาน วางรากฐานด้านการบริหารจัดการ และเตรียมทำงานร่วมกันในหลากหลายมิติ ทั้งการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า ลงทุนพัฒนาด้านโลจิสติกส์ และที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมค้าปลีก

“ไทยเป็นประเทศที่เราให้ความสำคัญ มองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพ พฤติกรรมผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ รายได้ประชากรมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

บริษัทหวังด้วยว่า จะมีส่วนสำคัญช่วยเปิดทางให้สินค้าไทยและแบรนด์ไทยสามารถออกมาทำตลาดที่จีนหรือประเทศอื่นๆ ทั่วโลกได้มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าการเกษตรและของสด เมื่อเร็วๆ นี้ ทดลองจัดทำแคมเปญขายสินค้าไทยออนไลน์(ไทยแลนด์ ซุปเปอร์แบรนด์ เดย์) ปรากฏว่าภายในวันเดียวสามารถขายทุเรียนและขายกุ้งลายเสือได้จำนวนมาก

นอกจากนี้ หวังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาอีคอมเมิร์ซไทย ซึ่งรวมไปถึงการส่งเสริมผู้ประกอบการ การทำธุรกิจออนไลน์ นำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับอินฟราสตรักเจอร์อุตสาหกรรมค้าปลีก ขณะเดียวกันยังคงมองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ และเปิดกว้างที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรในระดับท้องถิ่นรายอื่นๆ

เทียบชั้นซิลิคอนวัลเลย์

เธอเผยว่า ด้านโลจิสติกส์จะนำโมเดลการบริหารจัดการซัพพลายเชนเข้าไปที่ไทยเต็มรูปแบบ ทั้งส่วนของการเช่าและบริหารคลังสินค้า ระบบการจัดการการขนส่ง รวมถึงอินฟราสตรักเจอร์และที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

“เจดีมุ่งถ่ายโอนเทคโนโลยี ประสบการณ์ รวมถึงองค์ความรู้ที่มีเข้ามาที่ไทย โดยสำนักงานในประเทศไทย จะเป็นสำนักงานที่มีการบริหารจัดการแบบเต็มรูปแบบ ครบในทุกส่วนงาน การทำตลาดท้องถิ่นเราจะเข้าไปในทุกเซ็กเตอร์ของซัพพลายเชน พร้อมที่จะลงทุนเต็มที่ด้านโลจิสติกส์”

อย่างไรก็ดี ด้วยสภาพตลาดแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้นการนำเสนอสินค้าต้องพิจารณาถึงความต้องการที่มีความเฉพาะทาง เรื่องนี้การมีหุ้นส่วนธุรกิจในประเทศนั้นๆ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญจากบุคลากรในพื้นที่

บริษัทเชื่อว่าการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดจะเป็นคำตอบ ทั้งต้องมีความสามารถในการเข้าถึงได้ทั้งบนออนไลน์และออฟไลน์ ทราบว่าสินค้าใดเป็นที่ต้องการ จังหวะเวลาใดที่เหมาะสมสำหรับการขาย โดยเทคโนโลยีที่นำมาใช้สำหรับเรื่องนี้เช่น บิ๊กดาต้า เอไอ การวิเคราะห์ข้อมูล

“หากเทียบกับซิลิคอนวัลเลย์ มั่นใจว่าไม่ได้ด้อยกว่า ทีมงานของบริษัทมีประสบการณ์โชกโชนในบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยี หลายๆ คนรวมถึงระดับผู้บริหารถูกดึงตัวจากอเมริกาเพื่อกลับมาทำงานที่บ้านเกิด”

สำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมค้าปลีก แน่นอนว่าจะไร้พรมแดน ทำได้จากทุกที่ ทุกเวลา จากทุกดีไวซ์ เจดีเองเล็งเห็นถึงจุดนี้จึงได้พยายามทำทุกอย่างให้ครอบคลุมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เปิดทางให้ลูกค้าจัดการทุกอย่างได้สะดวกตรงกับไลฟ์สไตล์และได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

รายงานข่าวจากเจดีเซ็นทรัลระบุว่า ขณะนี้มีพนักงานในไทยหลัก 100 คน เตรียมเปิดให้บริการเว็บไซต์ www.jd.co.th อย่างเป็นทางการต้นเดือนส.ค. ด้านรูปแบบจะมีทั้งขายด้วยตนเองและบีทูซีอีมาร์เก็ตเพลส

พันธกิจหลักของเจดีและเจดีเซ็นทรัลคือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค เน้นนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ ของแท้ มีบริการที่ดี ราคาเหมาะสม

ปักธงอินฟราฯโพรไวเดอร์

“เฉิน จาง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี(ซีทีโอ) เจดีดอทคอม เผยถึงวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีของบริษัทว่า การปรับใช้บิ๊กดาต้า เอไอ หุ่นยนต์ ระบบอัติโนมัติ บล็อกเชนเพื่อพลิกโฉมการขาย โลจิสติกส์ ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า บริการหลังการขาย จะยิ่งมีมากขึ้น เชิงลึกมากขึ้นตามลำดับ

เขากล่าวว่า ค้าปลีกแห่งอนาคตจำต้องมีความแม่นยำ ทั้งด้านการให้บริการข้อมูลแก่ลูกค้า คู่ค้า มีการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการงานหลังบ้าน ทำงานอย่างบูรณาการ สำคัญที่สุด ความน่าเชื่อถือจะเป็นกุญแจสำคัญที่ผลักดันให้ประสบความสำเร็จ

ที่ผ่านมาเจดีมักเริ่มต้นที่การพัฒนาตนเองก่อน จากนั้นส่งต่อนวัตกรรมสู่ตลาด ภายใต้วิสัยทัศน์ “รีเทล แอส อะ เซอร์วิส” เป้าหมายสำคัญต้องการเป็น “อินฟราสตรักเจอร์ โพรไวเดอร์” สำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีกและที่เกี่ยวข้อง โดยมั่นใจว่าเป็นผู้เล่นที่มีความพร้อมทั้งในตลาดจีนและระดับโลก

พร้อมกันนี้ มุ่งสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์อัจฉริยะ ครอบคลุมทางอากาศ พื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นโดรน ยานพาหนะส่งของอัตโนมัติ ระบบคลังสินค้าและสนามบินอัจฉริยะ

“จีนเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีแข็งแรง มีศักยภาพมากพอจะก้าวไปเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก และเจดีก็พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในนั้น”

ล่าสุด ในงานแถลงข่าวเปิดแคมเปญ 618 มหกรรมลดราคาสินค้าครั้งใหญ่แห่งปีเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบวันก่อตั้งบริษัท(18 มิ.ย.) เปิดตัว นวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อการขนส่ง ไฮไลต์ประกอบด้วย รถบรรทุกไร้คนขับ, โดรนอัตโนมัติที่จะเข้ามาเสริมระบบการขนส่งสินค้าระหว่างศูนย์กระจายสินค้า การขนส่งสินค้าเกษตรจากชนบทไปยังหัวเมืองต่างๆ คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ภายในปี 2563

นอกจากนี้ เปิดตัวบริการโซลูชั่นสมาร์ทโฮม, สมาร์ทคาร์, แพลตฟอร์มเอไอ “NeuHub” ทำหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งมีความสามารถในการวิเคราะห์อารมณ์ สามารถจดจำอารมณ์ความรู้สึก ตอบสนองกับอารมณ์ที่เหมาะสมเพื่อการสื่อสารเสมือนมนุษย์มากที่สุด

ปัจจุบัน เจดีดอทคอมเป็นบริษัทผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ปี 2560 มีรายได้ 5.57 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเติบโตจากปีก่อนหน้า 40.3% เทียบระดับโลกเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากอะเมซอนและอัลฟาเบ็ท ที่ผ่านมาหมวดหมู่สินค้าที่เติบโตเร็วที่สุดได้แก่ เครื่องใช้ในบ้าน แฟชั่น อาหารและเครื่องดื่ม แม่และเด็ก

แชร์ข่าว :
Tags: