41ปีรพ.ธนบุรี มุ่งพัฒนาบริการ19รพ.เครือข่าย มีแพทย์400ราย พยาบาล1พันคน

17 พฤษภาคม 2561
2,013

รพ.ธนบุรีครบ41ปี มุ่งพัฒนาบริการ19รพ.เครือข่ายทั่วประเทศ เผยมีแพทย์400ราย พยาบาลและจนท.กว่า3พันคน

โรงพยาบาลธนบุรี ฉลองความสำเร็จครบรอบปีที่ 41 นับแต่เริ่มให้บริการแก่ผู้ป่วยในจังหวัดกรุงเทพ ธนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง จนในปีปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีเครือข่ายมากถึง 19 แห่งทั่วประเทศ เป็นการแสดงถึงความเชื่อมั่นที่ผู้รับบริการให้ความไว้วางใจต่อโรงพยาบาลฯ มาโดยตลอด พร้อมประกาศปณิธานเพื่อเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการ

โดยโรงพยาบาลฯพร้อมด้วยทีมงาน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมทุกสาขามากกว่า 400 คน บุคลากรด้านการพยาบาลมากกว่า 1,000 คน และด้านอื่นๆ รวมมากกว่า 2,000 คน จะมุ่งมั่น พัฒนาสู่ความเป็นเลิศทั้งด้านผลการรักษา การบริการ และเสริมสร้างเทคโนโลยี ให้เป็นโรงพยาบาลมาตรฐานระดับแนวหน้าของประเทศ ที่คนไทยให้ความพึงพอใจและเชื่อมั่นตลอดไป

น.พ.สุทธิชัย โชคกิจชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธนบุรี กล่าวว่า “การเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างได้แก่ การเพิ่มขึ้นของกลุ่มชนชั้นกลางที่มีอำนาจซื้อสูง การเติบโตทางเศรษฐกิจ และรายได้ของประชากรโดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลางจะหนุนความต้องการใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มขึ้น โดยเมื่อพิจารณาอัตราการใช้จ่าย ด้านการรักษาพยาบาลต่อ GDP ของคนไทยยังอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก เมื่อผนวกกับชนชั้นกลางในกลุ่มอาเซียน สะท้อนโอกาสในการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนของไทยยังมีอยู่อีกมาก

การขยายตัวของชุมชนเมือง องค์กรสหประชาชาติ(United Nations) คาดว่าระดับความเป็นเมือง(Urbanization Rate) ของไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 50.4% ปี 2558 เป็น 60.4% ในปี 2568 ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการขยายการให้บริการทางการแพทย์ไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้นในอนาคตเมื่อเทียบกับความต้องการใช้บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ค่อนข้างอิ่มตัว

นอกจากนี้ ธุรกิจยังได้อานิสงส์จากนโยบายของรัฐบาล อาทิ นิคมอุตสาหกรรม โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก และการเติบโตของชุมชนเมืองในกลุ่มประเทศ AEC จะทำให้จำนวนผู้รับบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น

การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะหนุนความต้องการใช้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย สศช.คาดว่า จำนวนผู้สูงอายุ (มากกว่า 60 ปี) จะเพิ่มขึ้นจาก 9.1 ล้านคนในปัจจุบันเป็น 10.3 ล้านคนในปี 2562 ขณะที่ทางการประเมินว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นจาก 6.3 หมื่นล้านบาทในปี 2553(2.1% ของ GDP) เป็น 22.8 หมื่นล้านบาท(2.8% ของ GDP) ในปี 2565(จากแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564)

อัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อร้ายแรง (Noncommunicabledesease:NCD) ของคนไทยมีมากขึ้น อาทิ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคปอดบวม โดยผู้ป่วยในไทยมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคค่อนข้างมาก อาทิ มีอัตราการสูบบุหรี่สูง การดื่ม

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงถึง 6.5 ลิตรต่อคนต่อปี การบริโภคน้ำตาลสูงสุดในอาเซียน เป็นต้น ทำให้ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (จากบทความเรื่อง แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรม ปี 2561-2563 ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน มุมมองวิจัยกรุงศรี โดย พูลสุข นิลกิจศรานนท์)

นอกจากนี้แนวโน้มธุรกิจการทำประกันสุขภาพที่เติบโตอย่างมาก เนื่องจากประชาชนเริ่มจัดการความเสี่ยงโดยการซื้อประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น ทางโรงพยาบาลฯ จึงเข้าร่วมกับบริษัทประกันต่างๆ ให้ผู้มีสิทธิประกันได้รับการรักษาที่ดีในราคาที่เหมาะสม เพื่อขยายฐานผู้รับบริการไปยังกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น นอกจากนี้การที่ประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสมาชิกของสังคมอาเซียน(AEC) ทางโรงพยาบาลฯ จึงยังเร่งแผนการตลาดเชิงรุกในประเทศที่มีศักยภาพสูง เช่น พม่า และกัมพูชา ซึ่งจะขยายตลาดผ่านบริษัทตัวแทนเป็นหลัก

ในปี 2561 โรงพยาบาลฯ ได้เตรียมงบประมาณเพื่อปรับปรุงอาคารสถานที่ รวมทั้งระบบพื้นฐานต่างๆ เสริมความแข็งแกร่งของทีมแพทย์ และบุคคลากรทางการแพทย์ โดยในส่วนของตัวอาคารจะมีแผนงานก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกใหม่เป็นอาคาร 8 ชั้น เพื่อทำให้บรรยากาศภายในโรงพยาบาล เป็นอาคารที่มีภาพเป็นโรงพยาบาลสมัยใหม่ มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศรองรับยุคไทยแลนด์ 4.0 รวมทั้งอาคารจอดรถใหม่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้บริการในการจอดรถ ในด้านการบริการทางการแพทย์ที่มีการให้บริการในระดับตติยภูมิในทุกๆโรค แล้วยังเดินหน้าความเป็นเลิศศูนย์การแพทย์ 5 ด้าน อันได้แก่ ศูนย์โรคกระดูกและข้อ ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ ศูนย์โรคระบบประสาท ศูนย์โรคหัวใจ และศูนย์เวชศาสตร์แม่และบุตร ซึ่งในปีนี้จะให้บริการคลินิกวัยทองเพิ่มขึ้น นอกจากนี้มีแผนการพัฒนา ศูนย์จักษุ และศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ เพื่อรองรับความต้องการของสังผู้สูงวัย

นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลฯ ยังลงทุนพัฒนาการให้บริการที่เป็นเลิศ โดยเน้นการให้ความห่วงใยต่อผู้รับบริการ ทางโรงพยาบาลเชื่อมั่นว่า ด้วยการลงทุนในด้านต่างๆดังกล่าว โรงพยาบาลจะสามารถบรรลุเป้าหมาย ทั้งด้านผลการรักษา การให้บริการ และด้านธุรกิจ เพื่อเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นดังกล่าว โรงพยาบาลฯ จึงได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ 5 ชุด ในช่วงไตรมาสที่ 2 ภายใต้คำว่า “เป็นห่วงนะ” โดยชุด Corporate มีความยาว 30 วินาที และเปิดตัวพร้อมภาพยนตร์เกี่ยวกับ 4 ศูนย์การรักษาเฉพาะทาง ความยาว 1-2 นาที กลยุทธ์หลักของการเปิดตัวโฆษณาใหม่นี้ นำเสนอในรูปแบบความอบอุ่น น่ารัก และยิ้มยิ้ม ผ่านตัวละครครอบครัวผู้เข้ารับการตรวจรักษาและบุคลากรของโรงพยาบาลในมุมมองที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงเน้นย้ำความใส่ใจในทุกรายละเอียดในการรักษาดูแลด้วยความเชี่ยวชาญให้กับคนไข้เสมือนเป็นคนในครอบครัว จะเริ่มเผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ซึ่งตรงกับวันเกิดของโรงพยาบาล โดยเจาะกลุ่มเป้าหมาย อายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นการตอกย้ำการก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมานี้ โรงพยาบาลได้ร่วมกับชมรมพนักงานเกษียณอายุการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จัดสัมมนาประชาชนให้ความรู้กับสมาชิกในหัวข้อเรื่อง โรคน้ำเกินในโพรงสมอง-NPH บรรยายโดย รศ.นพ.ประจักษ์ ศรีรพีพัฒน์ ศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมอง โดยในการสัมมนาได้ถ่ายทอดผ่าน Facebook Live ด้วย หลังจากสัมมนาได้นำคลิปมาโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียอีกครั้ง ทำให้มีการส่งต่อกันอย่างมากมายทำให้เกิดการตระหนักรับรู้ในโรคนี้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ที่ได้รับชมนำผู้สูงอายุในครอบครัวเข้ามารับบริการเพื่อตรวจคัดกรองเป็นจำนวนมาก

นายแพทย์สุทธิชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในวาระครบรอบ 41 ปี ของโรงพยาบาลธนบุรี ในปีนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนต่อประชาชนไทย จึงได้จัดทำโครงการเพื่อสังคม โดยให้บริการตรวจ ผู้สูงอายุที่มีอาการผิดปกติที่ข้อเข่าฟรีจำนวน 141 ราย โดยรายละเอียดเพิ่มเติมจะได้ให้ท่านผู้อำนวยการแพทย์ ได้กล่าวในลำดับถัดไป


นพ.วิชรบุณย์ ศาสตรรุจิ ผู้อำนวยการแพทย์ ได้กล่าวเสริมว่า “สำหรับผลลัพธ์จากส่งต่อคลิปบรรยายเรื่องน้ำเกินในโพรงสมอง(NPH) ตามที่ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เรียนไว้คือมีผู้รับบริการเข้ารับการตรวจคัดกรองวันละ 30-40 รายทำให้แพทย์ต้องเพิ่มวันออกตรวจเพื่อรองรับกับจำนวนผู้รับบริการจากสถิติที่ตรวจคัดกรองแล้วของโรงพยาบาลธนบุรีพบว่ามีจำนวน 45% ที่ควรได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดสำหรับการตัดสินใจผ่าตัดนั้นจะเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยญาติผู้ป่วยและแพทย์โดยแพทย์จะเป็นผู้ให้ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆและสำหรับในโอกาสที่ครบรอบ 41 ปีปีนี้โรงพยาบาลจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของประชาชนโดยการจัดโครงการเพื่อสังคม(CSR) ใช้ชื่อว่าโครงการX-RAY เข่าเพื่อคัดกรองโรคข้อเข่าเสื่อมฟรี 141 รายกับรพ.ธนบุรีคิดเป็นมูลค่าประมาณ 300,000 บาท

ทั้งนี้โรคข้อเข่าเสื่อมพบมากในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นโดยประชาชนจำนวนมากมักพบอาการปวดเข่าแต่อาจไม่ทราบสาเหตุด้วยนี้รพ.ธนบุรีจึงอยากให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้ารับการคัดกรองเพื่อการวินิจฉัยและเลือกการรักษาที่เหมาะสมต่อไปสำหรับประชาชนที่สนใจเข้าตรวจคัดกรองตามโครงการฯมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขและรายละเอียดดังนี้

1. หญิง-ชายไทยที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป( นับปีพ.ศ. เกิด) 2. มีอาการร่วมได้แก่มีข้อเข่าผิดรูปหรือมีการปวดเข่า 3. เริ่มโครงการตั้งแต่ 18 พ.ค.- 30 มิ.ย. 2561 หรือครบตามจำนวนก่อน 4. โทร. ลงทะเบียนและนัดหมายตรวจได้ที่ 02-487-2000 ต่อศูนย์โรคกระดูกและข้อ
5. รายการตรวจฟรีตามโครงการประกอบด้วย.- เอ็กซเรย์เข่า,ค่าแพทย์,ค่าบริการ ทั้งนี้ไม่รวมถึงการรักษาเพิ่มเติม โดยจากโครงการนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชนตามเจตนารมณ์ของโรงพยาบาลธนบุรีที่จะอยู่คู่สังคมไทยและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเสริมและดูแลสุขภาพตลอดไป”

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง