ครม.ไฟเขียวงบ1,155 ล้านบาท ผุดโรงไฟฟ้า 3 จว.ใต้

15 พฤษภาคม 2561
914

ครม.ไฟเขียวงบ 1,155 ล้านบาท ผุดโรงไฟฟ้า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดให้เอกชนลงทุน 60%

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเอกชนกับรัฐวิสาหกิจชุมชน 3 บริษัท 1.ประชารัฐชีวมวลนราธิวาสจำกัด 2.ประชารัฐชีวมวลแม่ลาน ปัตตานี 3.ประชารัฐบันนังสตา ยะลา สร้างโรงไฟฟ้า โดยบริษัท พีอีเอ เอ็นคอม เอ็นเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กฟภ. เป็นผู้ลงทุนร้อยละ40 เอกชนและวิสาหกิจชุมชนลงทุนร้อยละ60

สำหรับโรงไฟฟ้าขีวมวล จ.นราธิวาส มีกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการลงทุน 755 ล้านบาท โรงไฟฟ้าชีวมวลปัตตานี กำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการ 410 ล้านบาท โรงไฟฟ้าชีวมวลยะลา กำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการ 390 ล้านบาท โดยโครงการทั้งหมดมีระยะเวลา 20 ปี เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น1555ล้านบาท

ทั้งนี้ สำหรับโรงไฟฟ้าทั้ง 3 จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าพลังงานให้กับทางภาคใต้ เกิดการสร้างงานในพื้นที่ โดยมีแผนการก่อสร้างเดือนกรกฎาคม 2561 คาดก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มจ่ายไฟฟ้าเดือนพฤศจิกายน 2563

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานสนับสนุนโครงการดังกล่าวเน้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนทำให้รู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติ เพิ่มกรอบวงเงินงบประมาณ 512.50 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างอาคารรัฐสภา 3 รายการประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารเเละก่อสร้างอาคารประกอบ 273.5 ล้านบาท การควบคุมงานก่อสร้าง 150.45 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ 88.54 ล้านบาท โดยขยายเวลา ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ ระหว่างปี 2561-2563

ส่วนที่มีการขออนุมัติงบประมาณ 8,135.56 ล้านบาท และขอขยายเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ ตั้งแต่ปี 2561-2563 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการด้านอื่นๆ เช่น ระบบการควบคุมแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ งานผนัง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะรัฐมนตรียังไม่ให้ความเห็นชอบเนื่องจากยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน โดยบางชิ้นยังมีราคาสูง จึงขอให้ไปจัดทำรายละเอียด และนำกลับมารายงานใหม่อีกครั้งโดยไม่ได้กำหนดระยะเวลา แต่ยืนยันว่าการก่อสร้างอาคารรัฐสภา จะต้องแล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด คือ ห้องประชุม ส.ว. และห้องประชุมกรรมาธิการ รวมถึงห้องบุคลากรรัฐสภา ต้องแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมปี 2561 ขณะที่ห้องประชุม สส.ต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2562 เพื่อรองรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น โดยการเก็บรายละเอียดทั้งหมด ต้องแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมปี 2562

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง