'เอคิว'กำไรไตรมาสแรก เพิ่ม 374%

'เอคิว'กำไรไตรมาสแรก เพิ่ม 374%

เอคิว เอสเตท โชว์กำไรไตรมาสแรกปีนี้ 22.54 ล้าน ส่วนรายได้แตะ 169 ล้าน จากการรับรู้รายได้การโอนกรรมสิทธิ์บ้านและคอนโดฯ เพิ่ม

บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด มหาชน หรือ AQ แจ้งงบการเงินประจําไตรมาส 1 ปี 2561 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2561 ซึ่งผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเรียบร้อยแล้วต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 เพิ่มสูงขึ้นถึง 84.508 ล้านบาท หรือคิดเป็น 374% โดยไตรมาส 1 ปี 2561 บริษัทมีผลกําไรสุทธิเบ็ดเสร็จรวมจํานวน 22.548 ล้านบาท พลิกจากงวดเดียวกันของปี 2560 ที่มีผลขาดทุนสุทธิเบ็ดเสร็จรวม จํานวน 61.960 ล้านบาท 

เริ่มต้น Q1/2561 บริษัทฯรับรู้รายได้จากการขายและบริการของบริษัทและบริษัทย่อยจํานวน 169.399ล้าน บาท เพิ่มขึ้นจํานวน 88.375 ล้านบาท หรือคิดเป็น 109.073% ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทฯ มีการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์คิดเป็น  80.306% ของรายได้จากการขายและบริการ  ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจำนวน 42.466 ล้านบาท มาอยู่ที่ 42.515 ล้านบาท เป็นกําไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ 35.35%

อีกทั้งบริษัทฯได้รับดอกเบี้ยจากเงินเพิ่มทุนคงเหลือที่ได้นําไปลงทุนในตั๋วแลกเงิน (B/E) ซึ่งได้รับผลตอบแทนจำนวน 25.050 ล้านบาท และมีรายได้อื่นจํานวนรวม 48.012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.882 ล้านบาท หรือคิดเป็น 295.812% รวมถึงบริษัทฯมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ทำให้รายจ่ายลดลงถึง 12.237 ล้านบาท คิดเป็น 15.398%

ในปี 2561 บริษัทฯ เตรียม เปิดเฟสใหม่ 3 โครงการ บนทำเลศักยภาพ ตอบรับความต้องการของผู้บริโภค โดยชูจุดขาย Blue Printing Your Future บ้านที่เพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต โดยเน้นบ้านที่ให้ Function ที่มากกว่า พร้อม spec premium ตอบโจทย์ลูกค้าที่เลือกบ้านที่คุ้มค่า คุ้มราคา ซึ่งโครงการดังกล่าวจะทำให้บริษัทมีการเติบโตที่สูงขึ้น

ด้านความคืบหน้าในการขายที่ดินจำนวน 4,300ไร่ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่ธนาคารกรุงไทย ล่าสุดกรมบังคับคดีจะจัดให้มีการประมูลขายที่ดิน ณ สำนักงานบังคับคดี จังหวัดสมุทร ปราการ ครั้งแรกวันที่ 6 มิถุนายน 2561 นัดที่ 2 วันที่ 27 มิถุนายน 2561 นัดที่ 3 วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 และนัดที่ 4 วันที่ 8 สิงหาคม 2561

โดยในการขายทอดตลาดครั้งแรกราคาเริ่มต้นเท่ากับราคาที่คณะกรรมการกรมบังคับคดีเคยประเมินไว้คือ 9,000 ล้านบาท