ชี้7ข้อล้มเหลว! 'คสช.-แม่น้ำ 5 สาย' บริหารประเทศ 4 ปี

22 เมษายน 2561
4,663

เพื่อไทยชี้7ข้อล้มเหลว! หลัง "คสช.-แม่น้ำ 5 สาย" บริหารประเทศ 4 ปี ส่งผลประเทศไทยไร้ความเชื่อมั่น

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 ปีคสช.และแม่น้ำ5 สาย ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่งผลให้ประเทศไทยเชื่อถืออะไรไม่ได้ วางแผนล่วงหน้าไม่ได้ ไร้ความเชื่อมั่นสิ้นเชิง ซึ่งล่าสุดกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ล้มการสรรหากสทช. จึงหนีไม่พ้นข้อครหาต้องการคุมสื่อเบ็ดเสร็จ

ทั้งนี้ตัวอย่างสำคัญที่คสช.และแม่น้ำ 5 สายดำเนินการตามอำเภอใจ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง แต่ทำความเสียหายทำให้ประเทศไร้ความเชื่อมั่น เช่น 1.การล้มร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ เป็นประธานกรธ. 2.นายกรัฐมนตรีเลื่อนโรดแมพการเลือกตั้งซ้ำซาก ทั้งที่รับปากกับประชาชนและชาวโลกต่างกรรมต่างวาระ 3.สนช.ล้มการสรรหาคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) 4.พ.ร.ป.พรรคการเมือง ประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้แล้ว แต่มีคำสั่งคสช.อยู่เหนือพ.ร.ป.ทำให้พรรคการเมืองไม่อาจดำเนินการตามกฎหมายที่รัฐบาลและแม่น้ำ 5 สายออกมาเอง

5.คสช.และแม่น้ำ 5สายโฆษณาชวนเชื่อตลอดมาว่าจะปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง แต่การที่รัฐบาลใช้พลังดูดพรรคการเมือง นักการเมือง โดยตั้งให้เป็นที่ปรึกษา นรม.และผู้ช่วย รมต. สอดคล้องกับข่าวการตั้งพรรคการเมืองโดยรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลจะเป็นทั้งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค โดยอาศัยทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ประชุมหารือ ทั้งถูกวิพากษ์ว่ามีการใช้งบประมาณหลวง คนหลวง หาเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นอย่างยิ่ง การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น เป็นการปฏิรูปการเมืองอย่างไร ตรงข้ามกับเป็นการเมืองย้อนยุคยิ่งกว่าการเลือกตั้งในปี 2500 เสียอีก

นายชวลิต กล่าวว่า 6.การป้องกันและปราบปรามทุจริต คอรัปชั่นล้มเหลวสิ้นเชิง โดยเฉพาะการตรวจสอบที่เป็นสองมาตรฐาน อาทิ การตรวจสอบการทุจริตในการขุดลอกคู คลองทั่วประเทศของอผศ. ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมาก มีข่าวการทุจริตครึกโครมในการจ้างช่วง 3 - 4 ช่วง ถ้าไม่มีการทุจริต เหตุใด ครม.ยกเลิกสิทธิพิเศษที่ให้กับ อผศ.ในการขุดลอกคู คลอง ทั้งไม่เคยตอบข้อร้องเรียนต่อผู้ร้องให้ทราบความคืบหน้าแต่ประการใด 7.การสร้างความปรองดองในบ้านเมือง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ แทนที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วยการวางตนเป็นกลาง เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง แล้วดำเนินการสร้างความปรองดองซึ่งมีหลายภาคส่วนเคยศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองไว้

"ไม่ให้ความสำคัญกับการสร้างปรองดองอย่างแท้จริง ยังไปตีท้ายครัวของพรรคการเมืองอื่นด้วยการที่ตนเองและคณะไปตีกอล์ฟได้ แต่พอสมาชิกพรรคการเมืองจะไปบ้างในสถานที่เดียวกัน ก็ปรามว่าระวังจะผิดกฎหมาย พฤติการณ์ที่ไม่มีน้ำใจอย่างนี้หรือจะเอื้อต่อการเชิญชวนให้พรรคการเมืองไปร่วมเสวนาด้วย เพราะท่านไม่ได้วางตนเป็นกลาง ไม่ได้วางตนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชนและชาวโลก" นายชวลิต กล่าว

อย่างไรก็ตามที่ยกตัวอย่างมานั้น เป็นเพียงบางส่วน ยังมีกรณีที่ทำลายความเชิ่อมั่นประเทศอีกมาก ซึ่งตนก็จนใจไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมยังทนนั่งอยู่ในอำนาจบนความทุกข์ยากของประชาชนอยู่ได้.

แชร์ข่าว :
Tags: