สมาคมนิสิตเก่าม.เกษตรฯออกแถลงการณ์รื้อถอน 'ป่าแหว่ง'

17 เมษายน 2561
2,218

สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ภาคเหนือ ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้รื้อถอนโครงการในส่วนบ้านพักตุลาการและฟื้นฟูให้คืนสภาพป่าธรรมชาติ ส่วนสำนักงานศาลยุติธรรมที่ตั้งอยู่ตอนล่างให้อยู่ในดุลยพินิจของสำนักงานศาลยุติธรรม

นายบุญชู เทพสุนทร นายกสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ภาคเหนือ เปิดเผยว่า ทางสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ภาคเหนือ ได้ออกแถลงกการณ์ เรื่องการก่อสร้างสำนักงานและบ้านพักตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5บนพื้นที่เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ โดยระบุว่า ตามที่ได้มีการสร้างสำนักงานและบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บนพื้นที่เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ดังที่เป็นข่าวแพร่หลายอยู่ในสังคมขณะนี้นั้น สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาคเหนือ ซึ่งเป็นองค์กรที่เน้นการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและเป็นที่รวมของเหล่านักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านหลายแขนงที่มีความเกี่ยวข้อง อาทิเช่น นักวิชาการเกษตร  ป่าไม้ ชลประทาน สิ่วแวดล้ัอม วิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และอื่นๆได้พิจารณาประเด็นเหล่านี้ในหลากหลายมิติแล้วมีความเห็นว่าโครงการนี้มีความไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในหลายมิติ ดังนี้




1.มิติทางด้านสิ่งแวดล้อม โครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าเต็งรัง ปละป่าเบญจพรรณ ซึ่งโดยธรรมชาติจะผลัดใบในฤดูแล้ง และกลับมามีใบเขียวในฤดูฝน อันเป็นธรรมชาติของป่าประเภทนี้ แม้ว่านิยามทางกฎหมายไม่ได้ระบุว่าเป็นพื้นที่ป่าไม้ก็ตามหากแต่โครงการดังกล่าวได้ทำลายและเปลี่ยนแปลงสภาพป่าธรรมชาติโดยสิ้นเชิงทำให้เกิดความสูญเสียทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ ก่อให้เกิดการชะล้างพังทลายของดิน มีการเปลี่ยนแปลงกีดขวางทางน้ำธรรมชาติ จึงมีความเสี่ยงจากน้ำปาไหลหลากในช่วงฤดูฝน และยังมีความเสี่ยงจากปัญหาไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งปัญหาอื่นๆที่จะเป็นผลกระทบต่อเนื่องกันมา

2.มิติทางด้านวิศวกรรม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นเนินเขาที่เป็นดินและความลาดชันสูง การก่อสร้างโครงการดังกล่าว นับว่ามีความเสี่ยงสูงจากดินถล่ม เมื่อมีฝนตกหนัก หรือมีความเสี่ยงจากการทรุดตัวของพื้นที่จากน้ำที่ไหลหลากลงมาตามความลชาดชันของพื้นที่

3.มิติทางเศรษฐศาสตร์ โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณแผ่นดินไปแล้วเป็นจำนวนมากและจะต้องมีงบประมาณตามมาอีกมากจากค่าใช้จ่ายในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติที่จะตามมา เช่น การป้องกันไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง การป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มในช่วงฤดูฝน และความต้องการน้ำ ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูแล้ง  ปัญหาเหล่านี้่จะเกิดขึ้นตลอดไป ค่าใช้จ่ายจึงสะสมไปตลอดอยุการใช้งาน ซึ่งงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติทั้งหลาย ก็มาจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้น

4.มิติทางสังคม เนื่องจากดอยสุเทพเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเชียงใหม่แต่ขณะนี้เป็นที่แน่ชัดว่า ประชาชนชาวเชียงใหม่ที่รับทราบเรื่องนี้ต่างมีความรู้สฃึกเหมือนกำลังถูกย่ำยีจิตใจ เพราะตราบใดที่โครงการดังกล่าวยังปรากฎอยู่ ภาพการรุกล้ำดอยสุเทพอย่างชัดเจนจะไม่มีทางลบหายไปได้ ไม่ว่าโครงการจะพยายามปลูกต้นไม้ อย่างไรก็คงทำได้ไม่มากไม่สามารถทำให้ป่ากลับมาเป็นแบบเดิมได้ ยิ่วงไปกว่านั้น ยังก่อให้เกิดภาพลักษณ์ในทางลบขึ้นแก่ศาลยุติธรรมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในจิตใจประชาชน และภาพลักษณ์ในทางลบนี้จะคงอยู่ตลอดไป

ด้วยเหตุนี้สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาคเหนือ จึงใคร่ขอเสนอให้มีการรื้อถอนโครงการในส่วนบ้านพักตุลาการและฟื้นฟูให้คืนสภาพป่าธรรมชาติดังเดิมส่วนสำนักงานศาลยุติธรรมที่ตั้งอยู่ตอนล่างนั้น เห็นควรให้อยู่ในดุลยพินิจของสำนักงานศาลยุติธรรมตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ดังนี้

1.ช่วยลดภาพอัปลักษณ์ของดอยสุเทพได้อย่างมาก
2.จะไม่กลายเป็นพื้นที่นำร่องหรือต้นแบบในการบุกรุกป่าไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่ไม่ถูกต้องในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และทางด้านเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้นอีกได้ในหลายพื้นที่ของประเทศ
3.ไม่เสี่ยงต่อน้ำป่า หรือดินถล่มในฤดูฝนและไฟป่าในฤดูแล้ง เพราะพื้นที่นี้ไม่เหมาะสมใช้เป็นที่อยู่อาศัยเนื่องจากมีความลาดชันสูงและธรณีสัณฐานเป็นภูเขาดิน
4.ไม่ต้องสูญเสียป่าไม้เพิ่มอีกจาการทำแนวกันไฟโดยรอบอีกหลายสิบไร่ เมื่อเข้าไปอยู่อาศัยจริง
5.ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการป้องกันและบรรเทาภันพิบัติที่จะเกิดตามมา
6.หากไม่รื้อถอน (ทิ้งไว้)ย่อมไม่สามารถฟื้นฟูป่าไม้ดั้งเดิมคืนมาได้ การปลูกต้นไม้จะได้แค่บางส่วนเท่านั้น
7.หากมีการรื้อถอนโดยเร็วได้จะช่วยเรียกศรัทธาและภาพลักษณ์ด้านจิตนิเวศของศาลอุทธรณ์ภาค 5ให้กลับคืนมาได้อย่างดียิ่ง แม้จะยังคงสำนักงานศาลฯไว้ก็ตาม







แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง