(สกู๊ป) ศึกท้าชิง"ราชินีคอร์ตดิน"ประจำปี2018

17 เมษายน 2561
831

ในขณะนี้วงการเทนนิสโลกกำลังอยู่ในช่วงพักยกหลังผ่านฤดูกาลแห่งฮาร์ดคอร์ต (คอร์ทปูน)

      ก่อนในวันที่ 23 เม.ย.จะเข้าสู่ฤดูกาลคอร์ตดินของประเภทหญิงในปีนี้อย่างเป็นทางการ โดยจะประเดิมด้วยรายการ สตุ๊ตการ์ท โอเพ่น ที่เมืองสตุ๊ตการ์ท ประเทศเยอรมัน เป็นทัวร์นาเมนต์แรก

     โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าการแข่งขันในคอร์ตดินนั้นมีความยากกว่าการแข่งขันในคอร์ตอื่นๆอยู่พอสมควร ทั้งการกะทิศทางของลูก รวมถึงการเคลื่อนที่ในคอร์ตซึ่งต้องอาศัยความชำนาญ และฝึกฝน ซึ่งหากนักเทนนิสคนใดมีความถนัดในคอร์ทดังกล่าวก็จะสามารถทำคะแนน และโกยถ้วยรางวัลในช่วงนี้ได้เยอะ ซึ่งในประเภทชายก็จะมี ราฟาเอล นาดาล นักเทนนิสมือ 1 ของโลกที่ถือว่าเป็นราชาของคอร์ตดินในยุคปัจจุบัน

     ขณะที่ประเภทหญิงนั้น ยังไม่มีนักเทนนิสคนใดซึ่งโดดเด่นในการเล่นคอร์ตดินนัก ทำให้การแข่งขันในช่วงนี้ซึ่งจะมีทั้งหมด 8 รายการถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะเฟ้นหาว่าใครคือราชินีแห่งคอร์ตดินประจำปีนี้ และอาจหมายถึงตำแหน่งในอันดับโลกที่ดีเพื่อต่อยอดสู่การแข่งขันในช่วงครึ่งปีหลัง

วีนัส วิลเลียมส์

     สำหรับนักเทนนิสจอมเก๋ารายนี้คงจะไม่มีใครสงสัยในเรื่องฝีมือของเธออีกแล้ว เนื่องจากด้วยประสบการณ์ในวงการลูกสักหลาดกว่า 25 ปี รวมถึงเคยขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งมือ 1 ของโลกมาแล้วเมื่อปี 2010
     อย่างไรก็ตามจากการคว้าแชมป์รายการแกรนด์ สแลมทั้งหมด 16 สมัยของเจ้าตัวนั้นยังไม่เคยมีการคว้าแชมป์ในรายการคอร์ตดินเลยสักครั้ง ทั้งๆที่เคยเข้าชิงชนะเลิศไป 1 สมัยแต่ต้องพ่ายต่อ เซเรนา วิลเลียมส์ เมื่อปี 2002 ขณะที่ ในประเภทคู่เธอเคยคว้าแชมป์ร่วมกับน้องสาวเธอได้ 2 สมัยในศึกเฟรนช์ โอเพ่น เมื่อปี 1999 และ2010
      ด้วยสไตล์การเล่นของเธอนั้นไม่ค่อยเหมาะกับการเล่นในคอร์ตดินเสียเท่าไหร่ เพราะเป็นสไตล์ตีหนักที่บ่อยครั้งลูกเทนนิสกระดอนออกจากพื้นไปแบบไม่เป็นใจซึ่งเกิดจากการที่เธอฝึกฝนคอร์ตปูน ถึงกระนั้นด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้เธอเริ่มมีสไตล์การเล่นที่เปลี่ยนไป คือเน้นการใช้ความนิ่ง และการอ่านเกมมากกว่าการใช้กำลังซึ่งก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
     เป็นเหตุให้ปีนี้มืออันดับ 8 ของโลก อาจจะทำผลงานได้ดีในการแข่งขันคอร์ตดินเนื่องด้วยประสบการณ์ที่มากขึ้น รวมถึงการที่ เซเรนา วิลเลียมส์ ซึ่งถือเป็นคู่ปรับตลอดกาลของเธอยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้หลังเว้นวรรคจากการแข่งขันเทนนิสไปถึง 1 ปี

เยเลน่า ออสตาเพนโก
     นักเทนนิสสาวดาวโรจน์จากลัตเวียรายนี้เป็นที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากในวงการเทนนิสหญิง หลังทำสถิติเป็นนักเทนนิสอายุน้อยสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ได้แชมป์เฟรนช์ โอเพ่น ในวัย 20 ปี เป็นรองแค่ อิวา มาโยลี จากโครเอเชีย ที่เคยได้แชมป์ในวัย 19 ปี เมื่อปี 1997
     นอกจากนั้นแล้วเธอยังหยิบโทรฟี “ซูซาน ล็องล็อง” คนแรก ทั้งที่ไม่ใช่มือวาง นับตั้งแต่ มาร์กาเร็ต สคริเวน จาก สหราชอาณาจักร ทำไว้ เมื่อปี 1933 และเป็นแชมป์ แกรนด์ สแลม ชาวลัตเวียคนแรก ก่อนจะคว้าแชมป์ที่เกาหลีใต้ได้อีก 1 รายการเมื่อปีที่แล้ว
     มาถึงปีนี้ผลงานของเธอก็ยังดีต่อเนื่องด้วยการทะลุได้ไม่ต่ำกว่ารอบ 32 ทั้ง 8 รายการที่ลงแข่งขัน รวมไปถึงรายการล่าสุดอย่าง ไมอามี โอเพ่น ที่เธอพ่ายต่อ สโลน สตีเฟนส์ ไปในรอบชิงชนะเลิศแบบน่าเสียดายด้วยสกอร์ 2-0 เซต 7-6(5) 6-1
     ทำให้เป็นที่เชื่อว่าจอมหวดจากลัตเวียผู้นี้จะโชว์ผลงานได้ดี และอาจจะเป็นม้ามืดที่ผงาดขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของอาชีพเหมือนกับไอเซเรานา วิลเลียมส์ ไอดอลของเธอ โดยเจ้าตัวเคยกล่าวว่า “ฉันพยายามตีให้เหมือนที่ เซเรนา เธอคือไอดอลของฉัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังการเสิร์ฟ และตีที่หนักหน่วงหรือหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ เป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ”

การ์บีน มูกูรูซา
     คงจะไม่ใช่เรื่องเกินเลยหากจะพูดว่า มูกูรูซา คือนักเทนนิสหญิงที่มีความเชี่ยวชาญ และถนัดในการแข่งขันในคอร์ตดินมากที่สุดในขณะนี้ เพราะเธอคือแชมป์ เฟรนช์ โอเพ่น ประจำปี 2016 พร้อมคุ้นเคยกับคอร์ตดินเป็นอย่างดีเนื่องจากเธอคือนักเทนนิสชาวสเปนที่พื้นเพคุ้นเคยกับการเล่นในคอร์ตดังกล่าวตั้งแต่ยังเริ่มเล่นเช่นเดียวกับ ราฟาเอล นาดาล เพื่อนร่วมชาติ
     สำหรับสไตล์การเล่นของนักหวดวัย 24 ปีรายนี้ ก็เหมาะสมกับการเล่นในเคลย์คอร์ตเป็นอย่างมากเนื่องจากเธอมีลูกกราวด์สโตรกที่หนักแน่น และลูกเสิร์ฟที่รุนแรงด้วยสถิติสูงสุดกว่า 182 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งยากที่คู่ต่อสู้จะตอบโต้เธอกลับไปได้ ซึ่งต้องยกความดีวคามชอบให้กับ อาร์เรโฆ่ มันชิซิเดอร์ เฮดโค้ชคนเก่าที่บ่มเพาะเธอมาตั้งแต่ 2010-2015
     นอกจากนั้นแล้วจากความเชี่ยวชาญในคอร์ตดินยังส่งผลให้เธอเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศของศึกเทนนิสแกรนด์ สแลมที่ โรลังด์ การ์รอส ซึ่งถือเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุดในการแข่งขันคอร์ตดินได้ถึง 3 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ 2014-2016 อีกด้วย
     โดย อักเนียสกา รัดวานสกา นักเทนนิสชื่อก้องชาวโปแลนด์ ได้กล่าวถึงความชำนาญของ มูกูรูซา ในการแข่งขันคอร์ตดินว่า “การ์บีน มีความเป็นตัวของตัวเองมากเวลาที่ลงเล่นในคอร์ตดิน เพราะมันเหมือนกับเป็นดินแดนของเธอ”
อย่างไรก็ตามสิ่งที่้เป็นจุดอ่อนของเธอคือการที่ชอบเล่นช็อตเสี่ยงที่บ่อยครั้งก็ทำให้นักเทนนิสมือ 3 ของโลกรายนี้ได้ผลการแข่งขันที่ไม่น่าพอใจนักในหลายๆแมตช์

แคโรไลน์ วอซเนียคกี
     สำหรับปีนี้นักหวดชาวเดนมาร์กถือว่าเริ่มต้นได้สวยหลังผงาดคว้าแชมป์แกรนด์ สแลม แรกของปีอย่าง ออสเตรเลียน โอเพ่น มาครองได้ รวมถึงได้รองแชมปืในรายการโอ๊คแลนด์ ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
     ด้วยประสบการณ์การเล่นเทนนิสมาตั้งแต่ปี 2005 ทำให้เธอเจนสนามเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในคอร์ตใดก็ตาม จนผงาดคว้าแชมป์มาแล้วถึง 28 รายการตลอดอาชีพ พร้อมเคยขึ้นไปอยู่ในอันดับ 1 ของโลกเมื่อปี 2010 มาแล้ว
    สาเหตุที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จมากมาย เนื่องด้วยสไตล์การเล่นของเธอ ที่ใช้การป้องกันอย่างรัดกุม และสวนกลับเร็ว รวมถึงลูกแบ็คแอนด์ 2 มือที่รุนแรง และหาตัวจับยากในวงการเทนนิสหญิงในปัจจุบัน
    โดยในฤดูกาลคอร์ตดินนี้ ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่ วอซเนียคกี จะทำแต้มไล่ ซิโมน่า ฮาเล็ป มือ 1 ของโลก เพราะทั้งคู่มีคะแนนห่างกัน 1,350 คะแนน ซึ่งหากเธอโชว์ฟอร์มได้ดี แต่ ฮาเล็ป ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ ก็จะทำให้โอกาสการขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกอีกครั้งขยับเข้าใกล้ความจริงไปอีกขั้น

ซิโมน่า ฮาเล็ป
    การเป็นนักเทนนิสมือ 1 ของโลกต้องได้รับการคาดหวังอยู่แล้วว่าเจ้าตัวต้องทำผลงานได้ดีอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งซีซั่น ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในคอร์ตที่ตนเองถนัด หรือไม่ถนัดก็ตาม
    และเป็นที่ทราบกันดีว่านักหวดชาวโรมาเนียรายนี้ ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการแข่งขันคอร์ตดินมากนัก เพราะเธอยังไม่เคยคว้าแชมป์แกรนด์ สแลมในรายการแกรนด์ สแลมคอร์ตดินอย่าง เฟรนช์ โอเพ่น ได้เลย ซึ่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือการได้เข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศเมื่อปีที่แล้ว แต่ต้องไปพ่ายต่อ เยเลน่า ออสตาเปนโก
    อย่างไรก็ตามในรายการคอร์ตดินของดับเบิลยูทีเอ เธอสามารถคว้าแชมป์ติดมือมาได้บ้าง โดยรายการที่เด่นที่สุดคือ มาดริด โอเพ่น ที่เจ้าตัวเป็นแชมป์ 2 สมัยติดกันในปี 2016 และ2017 ถึงกระนั้น ฮาเล็ป ยังต้องปรับตัวอีกไม่น้อยในการเล่นบนคอร์ตดิน เนื่องจากลูกทีเด็ดของเธอคือการเสิรฟ์นั้นยังใช้ไม่ค่อยได้ผลในคอร์ตดังกล่าว
     โดยในปีนี้เชื่อว่านักหวดวัย 26 ปี จะเน้นในการแข่งขันช่วงฤดูกาลคอร์ตดินมากขึ้น เนื่องจากความฝันสูงสุดของเธอคือการคว้าแชมป์ที่ โรลังด์ การ์รอส ซึ่งเป็นสนามที่เธอชื่นชอบมากที่สุด พร้อมต้องการทำแต้มเพื่อรักษาระยะห่างกับ แคโรไลน์ วอซเนียคกี ในการครองมือ 1 โลกต่อไป
     ทั้งหมดที่กล่าวมาคือผู้ท้าชิงในตำแหน่ง “ราชินีคอร์ตดิน” ของวงการเทนนิสโลกที่กำลังจะมาถึงในซีซั่นนี้ โดยสุดท้ายแล้วนักหวดคนใดจะทำผลงานได้ดีที่สุดเพื่อเงินรางวัล และตำแหน่งแชมป์ต้อมาติดตามกันในอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ข้างหน้า

  • 1/4
  • 2/4
  • 3/4
  • 4/4
แชร์ข่าว :
Tags: