ลุ้น 'อสส.' ชี้ขาดคดีทันฝากขังสุดท้าย 'เปรมชัย-พวก' 30เม.ย.นี้

15 เมษายน 2561
3,897

อัยการกองชี้ขาดคดี สนง.อัยการสูงสุด ช่วยกรองความเห็นแย้งตำรวจก่อนเสนอ "อสส." ชี้ขาด ขณะที่ 18 เม.ย.นี้ "เปรมชัย" รอรายงานตัว ศาลทองผาภูมิครบฝากขังครั้งผัดที่6

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงการพิจารณาความเห็นแย้งของ ผบช.ภ.7 คดีกล่าวหานายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี ประธานกรรมการบริษัทอิตาเลียนไทยฯ กับพวกรวม 4 คนร่วมกันล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวร ภายหลัง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. นำความเห็นแย้งของ ผบช.ภ.7 ยืนยันให้ฟ้องนายเปรมชัยอีก 3 ข้อหามาส่งให้ที่สำนักงานอัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากอัยการภาค 7 สั่งฟ้องไว้ 6 ข้อหา ส่วนคดีจะครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายวันที่ 30 เม.ย.นี้ ว่า กระบวนการต่อไปอยู่ในอำนาจอัยการสูงสุดเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดความเห็นแย้งนั้น ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 ซึ่งหากอัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาตามความเห็นของตำรวจ คำสั่งของอัยการสูงสุดก็เป็นที่สุด อัยการเจ้าของสำนวนต้องฟ้องไปตามที่ชี้ขาด

ส่วนจะใช้เวลาพิจารณานานแล้วทันครบฝากขังครั้งสุดท้าย หรืออาจจะขาดอายุความไปก่อนหรือไม่ นายโกศลวัฒน์ กล่าวชี้แจงว่า ในการเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาสั่งคดีของอัยการสูงสุดเกี่ยวกับกรณีที่มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องนั้น ในทางปฏิบัติจะส่งให้พนักงานอัยการที่สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ซึ่งมีนายอำนาจ มุทิตาเจริญ เป็นอธิบดีสำนักงานชี้ขาดฯ เป็นผู้กลั่นกรองขั้นหนึ่งก่อน ส่วนเรื่องขาดอายุความนั้น หากระหว่างการพิจารณาของสำนักงานชี้ขาด หรืออัยการสูงสุดกำลังพิจารณา ตาม ป. วิอาญา มาตรา 145 วรรคท้าย ระบุไว้ว่า "ถ้าคดีจะขาดอายุความ หรือมีเหตุอย่างอื่นอันจำเป็นต้องรีบฟ้อง ก็ให้ฟ้องคดีนั้นตามความเห็นของอธิบดีกรมตำรวจ รองอธิบดีกรมตำรวจ ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดไปก่อน" ดังนั้นถ้าไม่ปรากฏเหตุจำเป็นอย่างไรก็ต้องรออัยการสูงสุดชี้ขาดเท่านั้น ทั้งนี้เป็นไปตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 ข้อ 65 ส่วนการปฏิบัติกรณีมีความเห็นแย้งสั่งไม่ฟ้องบางข้อหารองรับไว้ (ในคดีที่การกระทำของผู้ต้องหาเป็นกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบทที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องบางบท และ ผบ.ตร.หรือผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายได้มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ พนักงานอัยการพึงรอการฟ้องคดีไว้จนกว่าอัยการสูงสุดจะได้ชี้ขาดคดีนั้นแล้ว เว้นแต่คดีจะขาดอายุความ หรือมีเหตุอย่างอื่นอันจำเป็นต้องรีบฟ้องตามความเห็นแย้งไปก่อน ตามมาตรา 145 วรรคสอง ป.วิอาญา)


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 เม.ย.61 อธิบดีอัยการภาค 7 และคณะทำงานอัยการเจ้าของสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องนายเปรมชัย 6 ข้อหาและสั่งไม่ฟ้อง 5 ข้อหารวมทั้งผู้ต้องหาร่วมอีก 3 รายด้วยที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องบางข้อหา ขณะที่การทำความเห็นแย้งนี้ ตำรวจได้ยืนยันความเห็นควรฟ้องนายเปรมชัย 3 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันมีเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ป่า 3.ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งยืนยันให้ฟ้องผู้ต้องหาร่วมอีก 3 คนด้วย

ส่วน 2 ข้อหาที่ตำรวจ เห็นตามอัยการในส่วนของนายเปรมชัย คือ 1.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในครอบครอง 2.ร่วมกันกระทำการทารุณสัตว์โดยไม่มีเหตุอันควรซึ่งเดิมในสำนวนการสอบสวน พนักงานสอบสวนก็มีความเห็นควรไม่ฟ้องเสนออัยการอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดีขณะนี้ตัวนายเปรมชัย กับพวก ก็ถือว่าอยู่ในอำนาจของศาล ซึ่งระหว่างการฝากขังได้ประกันตัวกันไปคนละ 150,000 บาท ขณะที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ กำหนดนัดให้นายเปรมชัย และพวก เข้ารายงานตัวต่อศาลเมื่อครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 6 ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น. โดยจะครบกำหนดฝากขังสุดท้ายในวันที่ 30 เม.ย.

แชร์ข่าว :
Tags: