เตือน 10 เมนูเสี่ยงอาหารเป็นพิษ ช่วงสงกรานต์

14 เมษายน 2561
8,672

"กรมควบคุมโรค" เตือน 10 เมนูเสี่ยงอาหารเป็นพิษช่วงเทศกาลสงกรานต์ แนะประชาชนยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด”

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กลาวว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน ทำให้ประชาชนต่างเริ่มป่วยด้วยโรคจากอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น เนื่องจากเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในอาหารอาจเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย ประกอบกับใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนมักจะซื้ออาหารหรือน้ำดื่มจากนอกบ้านมารับประทานร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาล ซึ่งอาจมีเมนูอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินอาหารหรือทำให้ป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษได้

ข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 9 เมษายน 2560 พบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 37,312 ราย ไม่พบรายผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 15 - 24 ปี รองลงมาอายุ 25 - 34 ปี และ 45 - 54ปี ซึ่งพบการกระจายทั่วทุกภูมิภาค โดยส่วนใหญ่กระจายอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ

เทศกาลสงกรานต์ ประชาชนจะเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มและรับประทานอาหารร่วมกันของคนในครอบครัว ทั้งนี้ อาหารที่ประชาชนควรระมักระวังเป็นพิเศษได้แก่ 1.ลาบ/ก้อยดิบ 2.ยำกุ้งเต้น 3.ยำหอยแครง/ยำทะเล 4.ข้าวผัดโรยเนื้อปู 5.อาหารหรือขนมที่มีส่วนประกอบของกะทิสด 6.ขนมจีน 7.ข้าวมันไก่ 8.ส้มตำ 9.สลัดผัก และ10.น้ำแข็งที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุกๆ ดิบๆ นอกจากนี้ อาหารกล่องควรแยกกับข้าวออกจากข้าว และควรรับประทานภายใน 2- 4 ชั่วโมงหลังจากปรุงเสร็จ และหากมีกลิ่นผิดปกติไม่ควรรับประทาน

สำหรับผู้เดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล ควรเลือกร้านที่แน่ใจว่าสะอาดหรือมีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัย เลือกรับประทานน้ำดื่ม หรือน้ำแข็งที่มีคุณภาพ สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ ในส่วนอาหารที่ปรุงประกอบไว้นานแล้ว ขอให้สำรวจอาหารก่อน หากมีกลิ่น รส หรือรูปเปลี่ยนไป ไม่ควรรับประทานต่อ อาหารที่ไม่เปลี่ยนแปลงควรอุ่นอาหารให้ร้อนก่อนรับประทาน

“ประชาชนที่จะทำบุญ ตักบาตรในวันสงกรานต์ กรมควบคุมโรคขอเชิญชวนให้ตักบาตรด้วยอาหารที่ปรุง “สุก ร้อน สะอาด” รวมถึงถวายภัตตาหารที่ปรุงรสชาติให้ลดหวาน มัน เค็ม เพื่อลดความเสี่ยงแก่พระสงฆ์ต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือ ภาวะอ้วน เป็นต้น ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422” นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าว

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง