กนอ.เตือนโรงงานใน 56 นิคมฯ ให้ดูแลความปลอดภัยในช่วงหน้าร้อน

13 เมษายน 2561
7,083

กนอ. เตือนโรงงานใน 56 นิคมฯ ให้ดูแลความปลอดภัยในช่วงหน้าร้อน เฝ้าระวังอุบัติภัยในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ตลอด 24 ชั่วโมง

นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา รักษาการผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ซึ่งในช่วงระยะเวลานี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติภัยโดยเฉพาะอัคคีภัยในสถานประกอบการ ซึ่งมีปัจจัยมาจากสภาพอากาศ และอุณหภูมิที่สูงขึ้น ดังนั้น กนอ. จึงขอความร่วมมือโรงงานในนิคมฯ กว่า 4,500 แห่ง ใน 56 นิคมฯ ให้เฝ้าระวังสถานประกอบกิจการ และการเตรียมความพร้อมในการป้องกันการเกิดอุบัติภัยในช่วงหน้าร้อน ตลอดจนการตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

ทั้งนี้ กนอ. ได้ออกมาตรการไปยังผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ให้ดูแลป้องกันอุบัติภัยทั้งในช่วงดำเนินกิจการปกติ และช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการกำหนดมาตรการเตรียมความพร้อมในนิคมอุตสาหกรรม ดังนี้

1.ให้จัดเตรียมระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง และการบริการให้เพียงพอกับการผลิตของโรงงานในแต่ละนิคมฯ พร้อมขุดลอกรางระบายน้ำฝน รวมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการจราจรภายในนิคมฯ ตลอดช่วงระยะเวลาหยุดยาว

2.ให้จัดเตรียมบุคลากร อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับกรณีเกิดอุบัติเหตุหรืออุบัติภัย พร้อมช่องทางในการประสานขอความช่วยเหลือจาก ตัวแทนนิคมฯ และหน่วยงานภายนอก ได้แก่ หน่วยป้องกันสาธารณภัย หน่วยงานราชการท้องถิ่น และปฏิบัติตามขั้นตอนของแผนป้องกันและบรรเทาภัยระดับนิคมฯ อย่างเคร่งครัด

3.หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มรุนแรง ให้สำนักงานนิคมฯ แจ้งรายงานข้อเท็จจริงกรณีเกิดเหตุการณ์ภาวะฉุกเฉิน ภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที นับตั้งแต่ได้รับทราบเหตุการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว

4.สำนักงานนิคมฯ ต้องเตรียมพร้อมรองรับกรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุเพลิงไหม้ และสามารถติดต่อประสานงานได้ตลอดเวลา ทั้งในช่วงระยะเวลาวันหยุดยาว และช่วงเวลาปกติ

นอกจากนี้ กนอ. ยังได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการในนิคมฯ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำ เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจสอบและปรับปรุงสภาพอุปกรณ์ เครื่องจักรที่มีความเสี่ยงจะเกิดอุบัติเพลิงไหม้ให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังของศูนย์ปฏิบัติการ กนอ. ที่ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการปฏิบัติงานเฝ้าระวังดังกล่าว จะทำงานควบคู่ไประบบเฝ้าระวังฯ ของศูนย์ควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในนิคมอุตสาหกรรม (EMCC) และระบบสารสนเทศสำหรับศูนย์ปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (War Room) ซึ่งจะสามารถเชื่อมโยงเพื่อประเมินระดับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และจะช่วยป้องกันความเสี่ยงในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง