เล่นสงกรานต์ข้ามภพ

12 เมษายน 2561 | โดย ปิ่นอนงค์ ปานชื่น
1,037

เมื่อเดวิดมาวะเคชั่นที่หัวหิน วีนัสนุ่งผ้าถุงเล่นน้ำ นโปเลียนมาขี่ม้าก้านกล้วย แวนโก๊ะห์ชวนหญิงสาวผู้สวมต่างหูไข่มุกมาถือปืนฉีดน้ำ สงกรานต์ปีนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว

นักรบ มูลมานัส ศิลปินเจ้าของผลงานแนวคอลลาจ นำเราข้ามมิติของกาลเวลาด้วยการเชื้อเชิญบุคคลในผลงานจิตรกรรมตะวันตกมาเป็นแขกรับเชิญในการละเล่นสงกรานต์ในบรรยากาศแบบไทยๆ ในมินิเอ็กซิบิชั่น SANSIRI x NAKROB MOONMANAS : SONGKRAN GATHERING ที่แสนสิริ เลานจ์ ชั้น 3 สยามพารากอน 9-16 เมษายนนี้

“เริ่มต้นจากโจทย์ที่ได้รับ คือ การผสมผสานเรื่องราวระหว่างองค์ประกอบที่หลากหลายที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลสงกรานต์ ผสมผสานกับ Joy of Hua Hin โดยเล่าเรื่องผ่านผลงานคอลลาจ”

นักรบ ศิลปินสไตล์แนวคอลลาจ วัย 27 กล่าวถึงที่มาของการทำงานร่วมกับแสนสิริในครั้งนี้ โดยสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาใหม่จำนวน 10 ชิ้น

“นิทรรศการนี้ชื่อว่า SONGKRAN GATHERING เพราะเราคิดว่าเทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวกลับมารวมตัวกัน มาพร้อมหน้ากัน นัยนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นครอบครัวเท่านั้น นักท่องเที่ยวต่างๆทั่วโลกก็รู้จักเทศกาลนี้ ทำให้เดินทางมาร่วมด้วย

จากแนวคิดนี้ นำมาประกอบกับงานของเราที่บอกเล่าเรื่องราวศิลปะตะวันตก วัฒนธรรมต่างๆ เราจึง คิดว่าถ้านำตัวละครคลาสสิกในศิลปะต่างๆมาร่วมเล่นสนุกในเทศกาลสงกรานต์จะเป็นอย่างไร เป็นภาพแบบไหน

เราจึงหยิบนโปเลียนมาขี่ม้าก้านกล้วย วีนัสที่มีกำเนิดจากทะเลก็มาตีโป่งเล่นน้ำ สอดแทรกอารมณ์ขันอยู่ในนั้นซึ่งเรารู้สึกว่าเป็นเสน่ห์ของงานเรา ในภาพมีความขัดแย้งตั้งแต่การนำเอาสิ่งตะวันตกมาอยู่ในสังคมตะวันออก นำอิริยาบทเก่าของเขาที่ดูสวยงามแต่พอเรามาใส่ความเป็นไทยมันก็ดูมีความสนุกสนาน มีความฮาอยู่ เป็นความขัดแย้งแตกต่างในงานของเราซึ่ง เราว่าสิ่งนี้นำไปสู่การตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ ได้หลายอย่าง”

 กล่าวได้ว่าเป็นการปะทะสังสรรค์ระหว่างศิลปะตะวันตกและศิลปะตะวันออกที่มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว หากก็ให้อารมณ์ขัน ท่ามกลางสีสันของฉากหลังในแนวป๊อบ บรรยากาศชายทะเลหัวหิน และ บ้านไข่มุก คอนโดมิเนียมริมทะเลที่เปรียบได้กับแลนด์มาร์คของแสนสิริ

“เทคนิคที่ใช้เป็นภาพตัดปะ หรือ คอลลาจ งานเริ่มต้นของผมเป็นงานตัดปะจากกระดาษจริงๆ ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่ผมสะสมสิ่งพิมพ์เก่าชอบงานศิลปะ หนังสือเก่า ต่อมาเราพบว่าการนำสิ่งเหล่านั้นมาตัดปะเรารู้สึกเสียดาย เราจึงนำสิ่งเหล่านั้นไปสแกนในคอมพิวเตอร์ จึงเป็นที่มาของงานดิจิตอลคอลลาจ เพราะสามารถนำไปผลิตซ้ำทำซ้ำได้ง่าย

นิทรรศการครั้งนี้ก็ใช้ดิจิตอลคอลลาจเหมือนกัน แต่เราพิมพ์ลงในกระดาษที่มีคุณภาพสูง

ปกติคนจะชมรูปผมในเพจคน แต่ครั้งนี้การพิมพ์งานออกมาจัดแสดง ผมว่ามันให้ความรู้สึกแตกต่างจากการชมผลงานผ่านมือถือ หรือจอคอมพิวเตอร์”

สำหรับผลงานในครั้งนี้ นักรบกล่าวว่าเป็นการนำเสนอเรื่องราวบางๆ ไม่ได้ลึกซึ้งมาก เน้นความสดใส อารมณ์ของการเล่นน้ำสงกรานต์มากกว่าจะแฝงนัยให้ตีความมากมาย แน่นอนว่าเป็นการเปิดประเด็นกว้างๆให้ตั้งคำถามและคิดต่อได้เช่นเคย

“นโปเลียนขี่ม้าก้านกล้วย นำมาจากภาพนโปเลียนขี่ม้าออกศึก รูปนี้ศิลปินฝรั่งเศสวาดให้นโปเลียนดูยิ่งใหญ่มาก เบื้องหลังภาพนี้เหมือนภาพโฆษณาชวนเชื่อ เพราะว่าจริงๆแล้วนโปเลียนเป็นคนเตี้ยไม่ค่อยสง่าผ่าเผย แต่เวลาในภาพจิตรกรรมจะเขียนให้นโปเลียนมีความยิ่งใหญ่แข็งแรง ขี่ม้าดูเป็นผู้นำมากๆ เวลาที่จะหยิบรูปไหนมาใช้เราก็เรียนรู้เรื่องราวของมัน เลยคิดว่าถ้ารูปนี้มาอยู่ในบริบทสงกรานต์ของไทย เปลี่ยนม้าที่สง่างามมาเป็นม้าก้านกล้วยก็ตลกดี” ศิลปินยกตัวอย่างผลงาน Napoleon crossing the road, 2018

ส่วน The Bath of Venus, 2018 หยิบเอาภาพ The Birth of Venus ที่รู้จักกันดีมาเปลี่ยนท้องทะเลให้กลายเป็นการอาบน้ำในโอ่งมังกร พร้อมกับสวมผ้าถุงให้วีนัส

นอกจากนี้ยังมี เดวิด แวนโกะห์ โมนาลิซ่า และหญิงสาวผู้สวมต่างหูมุก ที่ศิลปินนำมาเชื่อมโยงให้เข้ากับวัฒนธรรมไทย ด้วยเทคนิคที่ดูเหมือนง่าย แต่ก็ไม่ง่ายที่จะทำให้องค์ประกอบของสองเรื่องราวเข้ากันได้ เพราะนั่นหมายถึงศิลปินต้อง “รู้”ในสิ่งที่ตนนำเสนอ

“ข้อมูลเกิดจากการศึกษา ตอนเรียนมหาวิทยาลัย (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เราเรียนเอกวรรณคดี ทำให้ต้องไปค้นคว้าหนังสือค่อนข้างมาก ทำให้พบกว่าการออกแบบปกหนังสือ ฟอนต์ ภาพวาด ภาพประกอบสวยมาก มหัศจรรย์

เราคิดว่าหนังสือเก่าแทนที่จะปล่อยให้ปลวกกินเราก็ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ แล้วนำเสนอออกมาให้คนได้เห็น นำมาใช้ในงานคอลลาจ

ซึ่งก็มีความดราม่าต่างๆ คนอนุรักษ์มองว่ามันไม่เหมาะไม่ควรที่นำสิ่งเหล่านี้ออกมา แต่เรามองว่าเกิดจากความปรารถนาดีที่นำเสนอรูปจากหนังสือเก่าออกมาในบริบทที่น่าสนใจ ให้คนรุ่นใหม่ได้ดูมากขึ้น เราอยากให้เห็นว่าในความเป็นไทยมีอะไรที่น่ารัก”

ในฐานะที่เป็นศิลปินที่นำเสนอความเป็นไทยในมิติร่วมสมัย นักรบกล่าวถึงกระแสนิยมไทยในวันนี้ว่า เป็นสิ่งที่ดี

“แต่จะไม่ดีเลยถ้าเป็นแค่กระแสธรรมดา ถ้ามาแล้วพูดถึงแป๊บเดียวไม่ได้ทำอะไรกับมันก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย เราคิดว่าดี แต่ว่าคุณได้ลงลึกสืบต่อกระแสเหล่านั้นมากน้อยแค่ไหน

ในส่วนของคนทำงานศิลปะ ผมอยากพูดถึงเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว แต่คงต้องนำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่ ด้วยประเด็นที่จับต้องลึกขึ้น วิธีการก็เปลี่ยนไป ถือเป็นการท้าทายของเรา

สำหรับผลงานในชุดนี้ตอบโจทย์ในใจเราส่วนหนึ่ง เมื่อย้อนกลับไปดูงานของเราจะไม่ค่อยมีอารมณ์จอยฟูล เฉลิมฉลอง โชว์แง่มุมสวยงามมากนัก ได้ทำงานที่เสนอแง่มุมมีอารมณ์ขันแบบความเป็นไทย ที่มีความสว่างถือว่าชูจิตใจที่ได้ทำสนุกดีครับ” ศิลปินกล่าวทิ้งท้าย

นิทรรศการขนาดมินิ จัดแสดงให้ลูกบ้านแสนสิริได้เข้าชมแบบเอ็กซคลูซีฟ โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไปร่วมสนุกด้วยการถ่ายภาพของคุณหรือจะเซลฟี่กับมุมสวย บริเวณด้านหน้าแสนสิริ เลาจน์ และโพสต์ลงบนเฟซบุคหรือไอจี ติด #SansiriSummerVibes #JoyofHuahin #SiriExperience ตั้งค่าเป็นสาธารณะ แสดงโพสต์ของคุณกับเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ด้านใน Sansiri Lounge

รับของที่ระลึกฟรีเป็นผ้าโพกผม จาก SANSIRI x NAKROB MOONMANAS ลิมิเต็ด เอดิชั่น เอาไว้เล่นสงกรานต์ได้เลย

นอกจากนี้ยังสามารถติดตามชมนิทรรศการผ่านโลกทวิภพได้ทาง เฟสบุ๊ค : SansiriPlc อินสตราแกรม @SansiriPlc และ www.sansiri.com อีกด้วย

แชร์ข่าว :
Tags: