กลุ่มทรูทุ่ม3.6พันล.ลงทุนเคเบิ้ลใต้น้ำ

4 เมษายน 2561 | โดย Wariya Khamchana
3,111

ร่วมลงทุนโครงการ “เอสเจซี 2” ผนึก “เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น” สร้างเครือข่ายสายเคเบิลใต้นำ้ประสิทธิภาพสูงเชื่อมอาเซียน-เอเชียเหนือ ความยาว 10,500 กม. จุดการเชื่อมต่อ 11 จุด คาดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2563

นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า กลุ่มทรูและสมาชิกร่วมโครงการ “Southeast Asia – Japan 2 consortium (SJC2)” ได้ลงนามข้อตกลงกับเอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น เพื่อสร้างเครือข่ายสายเคเบิ้ลใต้น้ำประสิทธิภาพสูง รองรับการเชื่อมโยงระบบสื่อสารระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียเหนือได้แก่ สิงคโปร์ ไทย กัมพูชา เวียดนาม ฮ่องกง ไต้หวัน จีนแผ่นดินใหญ่ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ความยาวกว่า 10,500 กิโลเมตร มีจุดการเชื่อมต่อทั้งหมด 11 จุด คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2563

เขากล่าวว่า รูปแบบของการลงทุนครั้งนี้จะเป็นการลงทุนร่วมกับพันธมิตรที่เป็นบริษัทโทรคมนาคมและเทคโนโลยีชั้นนำไม่ว่าจะเป็น ไชน่าโมบาย, จงหัวเทเลคอม, ฉวนเวย (Chuan Wei), เฟซบุ๊ค, เคดีดีไอ, สิงเทล, เอสเค บรอดแบนด์, กลุ่มทรู และ วีเอ็นพีที(VNPT)

สำหรับกลุ่มทรู ตั้งงบประมาณสำหรับโครงการดังกล่าวไว้ 3.6 พันล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนต่อเนื่องระยะเวลา 15 ปี นับจาก 2561 โดยเคเบิลใต้น้ำเส้นดังกล่าวจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 25 ปี มีความจุได้สูงสุดถึง 8 คู่ใยแก้วนำแสง (fiber pair) รองรับความจุ 144 เทราไบต์ต่อวินาทีเมื่อเริ่มต้น ซึ่งเทียบเท่ากับการทำสตรีมมิ่งวีดิโอความละเอียดสูงถึง 5.76 ล้านวีดิโอต่อวินาที สามารถรองรับการใช้งาน วีดิโอสตรีมมิ่ง, วีดิโอระดับความคมชัดสูง, แอพพลิเคชั่นเสมือนจริง, การสื่อสารระบบ 5จี, ปัญญาประดิษฐ์(เอไอ), ระบบคลาวด์, การวิเคราะห์ข้อมูล, หุ่นยนต์, ฟินเทค และอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์(ไอโอที)

“นับเป็นเข้ามาการลงทุนเคเบิ้ลใต้น้ำโดยตรงครั้งแรกของกลุ่มทรู เชื่อว่าประโยชน์ที่ได้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างประเทศ ส่งผลดีต่อทั้งธุรกิจในเครือ ลูกค้าองค์กร รองรับการใช้งานดาต้าและสตรีมมิ่งที่เติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำผู้ให้บริการบรอดแบนด์ทั้งมีสายและไร้สาย ขณะเดียวกันเป็นส่วนหนึ่งช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศ ผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นฮับด้านดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน” นายวิเชาวน์ กล่าว

นายสุพจน์ มหพันธ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เสริมว่า โครงการนี้จะสามารถตอบโจทย์แผนการขยายเกตเวย์ของกลุ่มทรู เนื่องจากสามารถทำให้เพิ่มขนาดแบนด์วิดท์ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และทำให้เครือข่ายเกตเวย์มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพยิ่มากขึ้น

นอกจากนี้ ทำให้กลุ่มทรูมีโอกาสที่จะรุกขยายและสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ สามารถรองรับความต้องการใช้งานด้านสื่อสารโทรคมนาคมที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค ดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในประเทศ รวมถึงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเออีซี

“ผมเชื่อว่าการเข้าร่วมโครงการเอสเจซี 2 ของกลุ่มทรูครั้งนี้ จะเพิ่มความแข็งแกร่งและความหลากหลายของเครือข่ายเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างประเทศ สู่ฮับระดับภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น พร้อมรองรับอนาคตประเทศจีนและเกาหลีใต้ รองรับความต้องการใช้บริการด้านดิจิทัลและคอนเวอร์เจนซ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนยุคใหม่ที่ต้องการใช้งานดาต้าและสตรีมมิ่ง ตลอดจนการใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์มอื่นๆ รวมทั้งโซลูชั่นไอโอที”

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง