'เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์' ชี้บุพเพสันนิวาสดัง เพราะคนรุ่นใหม่โหยหาอดีต

28 มีนาคม 2561 | โดย สุภารัตน์ แพทย์หลวง
29,716

ศิลปินแห่งชาติ "เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์" ชี้ละครออเจ้า "บุพเพสันนิวาส" ดัง เพราะคนรุ่นใหม่โหยหาอดีต เหตุเคว้งคว้างกับโลกปัจจุบัน ย้ำน่าจะทำให้สานต่อให้ทันสมัย แบบวิญญาณไทยใจสากล

อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ภายในงานเปิดตัวหนังสือ "ดุจนาวา กลางมหาสมุทร" ของคุณหญิง จำนงศรี รัตนิน หาญเจนลักษณ์ ที่ล้ง1919 ย่านคลองสาน ค่ำวานนี้ (27มี.ค.)

อาจารย์เนาวรัตน์ ระบุว่า งานเปิดตัวหนังสือ "ดุจนาวา กลางมหาสมุทร" ของคุณหญิงจำนงศรีครั้งนี้ เป็นงานเปิดตัวที่โก้หรูมาก นี่จะเป็นการนำร่องให้กับวงการหนังสือและวรรณกรรมก็ว่าได้ เพราะปกติแล้วจะไม่มีการเปิดตัวหนังสือในลักษณะนี้ นี่ถือเป็นการนำร่องอย่างเป็นทางการซึ่งดี น่าจะเป็นแบบอย่างไว้ คือหมายความว่าอ่านหนังสือให้ฟังแต่ด้วยวิธีการนำเสนอแบบละครเวที อ่านหนังสือเล่าเรื่องตระกูลของตน เป็นประการที่หนึ่ง



ประการที่สอง เป็นเรื่องราวของตระกูล “หวั่งหลี” ซึ่งมาตั้งรากฐานหรือสถาปนาธุรกิจที่ประเทศไทย ณ จุดนี้ เมื่อ พ.ศ.2462 เท่ากับอายุ 99 ปี และในปีหน้าจะครบรอบ 100 ปี มีความสำคัญ ตรงที่ว่าบ้านเรามีเรื่องเล่ามากมาย ถ้าพูดถึงเรื่องตระกูล ก็มีอีกหลายตระกูล จะพูดถึงเรื่องความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม อาหาร ก็มีอยู่มากมาย แต่ขาดการเล่าเรื่องอย่างมีศิลปะ หรือเรียกได้ว่า ขาดศิลปะในการเล่าเรื่อง



ดังนั้นวรรณกรรมก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะสามารถเล่าเรื่องได้ดี แล้วมีคนติดตามเยอะเรื่องเหล่านี้ก็จะปรากฏขึ้นมา มีชีวิตชีวาเหมือนทุกวันนี้เรากำลัง อยากรับรู้เรื่องยุคสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” จริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้มีเยอะแยะ เราจะย้อนยุคเมื่อไหร่ก็ได้ ที่ไหนก็ได้ เพียงแต่ว่ายังขาดศิลปะการเล่าเรื่อง เพราะฉะนั้นเรื่อง ดุจนาวา กลางมหาสมุทร ของคุณหญิงจำนงศรี รัตนิน หาญเจนลักษณ์ ถือเป็นการยืนยันว่าศิลปะการเล่าเรื่องทำให้มีชีวิตชีวา และมีเสน่ห์ เรื่องราวเหล่านี้มีเสน่ห์ ประกอบกับสถานที่ ที่สมจริงเหล่านี้ด้วย ก็ยิ่งทำให้เรามีส่วนร่วมไปด้วย ดังนั้นวันนี้ทำให้ผมนึกคิดได้ 2 อย่าง คือ 1.ศิลปะการเปิดตัวหนังสือ 2.ศิลปะการเล่าเรื่อง



และปัจจุบันคนรุ่นใหม่ได้มีโหยหาอดีต เนื่องจากเคว้งคว้างกับโลกปัจจุบัน ก่อให้เกิดลักษณะ “ตามเขาแล้วเก่ง คิดเองแล้วโง่” หมายความว่า หมวย ตี๋ หลี ญี่ แหม่ม คือ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่ง อยากจะเป็นเขา เป็นเขาแล้วมันโก้ เพราะอะไรที่เป็นไทย “มันเชย” เพราะไม่ว่าจะเป็นทางราชการ พอนำเสนอความเป็นไทยแล้ว มันดูไม่เข้ายุคสมัย เพราะฉะนั้นคนรุ่นใหม่ก็ไม่อยากเป็นไทย แต่ว่าพอได้เจอสิ่งที่เป็นไทย ที่ดี น่าคิด และแปลก กว่ายุคสมัยที่เป็นอยู่ ก็ทำให้นึกคิดว่านี่เป็นของเราจริงๆ หรอ จนทำให้รู้สึกว่าเราเป็นอย่างนี้ ก็เลยตื่นตัวตื่นเต้น โหยหาอดีต เหมือนได้พบ ไม่อยากให้เป็นแค่ฉาบฉวยเท่านั้น จากจุดนี้ มันน่าจะทำให้สานต่อ ให้ทันสมัย หรือว่าวิญญาณไทยใจสากล เพราะสิ่งที่เป็นต้นฉบับของเรามีเยอะแยะ อย่างที่บอกว่ามีเรื่องเล่าแต่ขาดศิลปะการเล่าเรื่อง ดังนั้นเป็นโอกาสอันดี ของสังคมไทยที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้

แชร์ข่าว :
Tags: