ดัน 'ทีดีจีเอ' ปั้นนักวิทยาการข้อมูลภาครัฐนำร่อง 10 หน่วยงานฟรี

ดัน 'ทีดีจีเอ' ปั้นนักวิทยาการข้อมูลภาครัฐนำร่อง 10 หน่วยงานฟรี

ผอ.สนง.รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เผยตอบรับกระแสปีแห่งข้อมูลภาครัฐ ดัน "ทีดีจีเอ" ปั้นนักวิทยาการข้อมูลภาครัฐนำร่อง 10 หน่วยงานฟรี พร้อมนำ Big Data ขับเคลื่อนสู่ Digital Government

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลภาครัฐ (Thailand Digital Government Academy) หรือ TDGA ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA เร่งเดินหน้าเต็มสูบตามนโยบายรัฐบาลเพื่อพัฒนามิติด้านการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จึงได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร "นักวิทยาการข้อมูลภาครัฐ (Data Scientist)" ขึ้น พร้อมทั้งเชิญบุคคลากรภาครัฐที่เกี่ยวข้องด้านการบริหารจัดการข้อมูลและใช้ประโยชน์จาก Big Data เข้าร่วมอบรมฟรี

ทั้งนี้ TDGA ได้ออกแบบหลักสูตรให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ปฏิบัติงานเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเน้นการปฏิบัติจริงผ่านกรณีศึกษาของแต่ละหน่วยงานด้วยเครื่องมือที่ TDGA จัดเตรียมไว้ให้ ระยะเวลาในการฝึกอบรมทั้งหมด 4 วันครึ่ง ซึ่งครึ่งวันสุดท้ายเป็นวันที่นำเสนอผลงาน (Pitching day) TDGA ได้เชิญคณะผู้บริหารจากหน่วยงานที่เข้ารับการอบรมมาร่วมรับฟังด้วย ในการอบรมนักวิทยาการข้อมูลภาครัฐ (Data Scientist) มีการจัดอบรมทั้งสิ้น 3 รุ่น มีหน่วยงานภาครัฐกว่า 30 หน่วยงานเข้าร่วม อาทิ กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง โดยได้จัดรุ่นที่ 1 และ 2 เรียบร้อยแล้ว ได้ก่อให้เกิดโครงการนำร่องการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เข้ารับการอบรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น โครงการมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการการวิเคราะห์ข้อมูลของสาเหตุการร้องเรียนการประกอบกิจการโรงงาน เป็นต้น และกำลังจะจัดอบรมรุ่นที่ 3 ภายในเดือนเมษายนนี้

สำหรับนักวิทยาการข้อมูลภาครัฐ (Data Scientist) รัฐบาลได้วางภาระกิจให้ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ให้สามารถวิเคราะห์ออกแบบและตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริงโดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การแสดงผลและจำลองรูปของข้อมูล (Dashboard) เพื่อการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาความรู้สึกหรือข้อมูลปรุงแต่ง ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการปฏิบัติงานและสร้างความเชื่อมโยงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐกันเอง สามารถประมวลข้อมูลได้วันต่อวัน ช่วยลดกระดาษและเวลาในการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์วางแผนการปฏิบัติงานในวันถัดไปหรือการสั่งการได้ถูกต้อง แม่นยำ และขับเคลื่อนให้หน่วยงานให้สามารถดำเนินการตามนโยบายและเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นสังคมดิจิทัลหรือสังคมไร้กระดาษอย่างแท้จริง