(สกู๊ป) แข้งค่าตัวพุ่ง5ลีกดังยุโรป

17 มีนาคม 2561
1,895

ใกล้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของฤดูกาลแล้วสำหรับฟุตบอล 5 ลีกใหญ่ของยุโรปประกอบด้วย พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, บุนเดสลีกา เยอรมัน, ลาลีกา สเปน และเซเรีย อา

     ในช่วงท้ายฤดูกาลเช่นนี้ ก็จะมีการเปิดเผยสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นในฤดูกาลออกมา ซึ่งล่าสุด “บีบีซี สปอร์ต” ได้อ้างอิงข้อมูลจาก “ซีไออีเอส” เว็บไซต์เก็บสถิติของวงการลูกหนังชื่อดัง เกี่ยวกับนักเตะที่ฟอร์มการเล่นโดดเด่นทั้งเรื่องการทำประตู, การแอสซิสต์ และจำนวนนัดที่ลงสนาม จนมีค่าตัวพุ่งทะยานสูงที่สุด 5 อันดับแรกของลีกยุโรป จากการเก็บข้อมูลตลอดช่วง 6 เดือนหลังสุด โดยปัจจัยส่วนนึงของค่าตัวนั้น มาจากลีกที่เล่น และทีมที่สังกัดอยู่ด้วย

5.กาเบรียล เฆซุส (แมนเชสเตอร์ ซิตี)

     นับตั้งแต่ที่ศูนย์หน้าทีมชาติบราซิลรายนี้ย้ายมาอยู่กับ “เรือใบสีฟ้า” ตั้งแต่เดือน ม.ค.ปีที่แล้ว เขาก็โชว์ฟอร์มได้เกินอายุเด็กวัย 20 ปี ด้วยการยิงประตูแบบเป็นกอบเป็นกำ จนผลให้เขากลายเป็นแข้งที่มีสถิติการทำประตูต่อนาทียอดเยี่ยมที่สุดในลีก เพราะเฉลี่ยแล้วเขาทำได้มากกว่าหนึ่งประตูต่อหนึ่งเกมด้วยการยิง 1 ลูกต่อ 88.8 นาที
โดยจุดเด่นของ เฆซุส คือ สัญชาตญาณในกรอบเขตโทษ ที่เขามักจะวิ่งหาช่องว่างให้กับตัวเองจนสบโอกาสในการทำประตูทั้งลูกยิง และลูกโหม่งอยู่เสมอ รวมถึงความขยันในการไล่บอลจนทีมได้เปรียบเพราะเจ้าตัวหลายต่อหลายครั้ง
     ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นทำให้มีช่วงนึง เป๊ป กวาร์ดิโอลา เลือกที่จะใช้งานอดีตแข้งของทีม พัลไมรัส เป็นศูนย์หน้าตัวจริง แทนที่ของ เซร์คิโอ อเกวโร หัวหอกรุ่นพี่ และทำให้ค่าตัวสูงขึ้นไปอีกถึง 47.2 ล้านปอนด์ (ราว 2.01 พันล้านบาท) จนมีราคาค่าตัวประเมินในตลาดอยู่ที่ 93.9 ล้านปอนด์ (ราว 4.01 พันล้านบาท)

4.คิเลียน เอ็มบัปเป (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

     แนวรุกวัย 18 ปีผู้นี้ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งการสร้างสรรค์เกมรุก และจังหวะการจบสกอร์ที่เฉียบขาดเกินวัยตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว หลังมีส่วนสำคัญช่วยให้ โมนาโก คว้าแชมป์ลีกเอิง เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี จนส่งผลให้เขาได้รับรางวัล “โกลเด้นบอย 2017” (รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมยุโรปรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี) ไปครอง
    จึงไม่น่าแปลกใจที่ เปแอสเช จะยอมทุ่มเม็ดเงินถึง 152 ล้านปอนด์ (ราว 6.49 พันล้านบาท) ซึ่งถือเป็นสถิติอันดับ 2 ของโลกในการดึงตัวปีกทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ไปร่วมทีม ซึ่งในตอนแรกสื่อทั่วโลกหวั่นใจว่าค่าตัวดังกล่าวจะแพงเกินไปสำหรับเด็กดาวโรจน์ผู้นี้ที่เพิ่งพิสูจน์ตัวเองได้เพียง 1 ซีซั่น
    ถึงกระนั้น เอ็มบัปเป ก็พิสูจน์แล้วว่าเขาคือนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์อย่างแท้จริง พร้อมกดไปแล้ว 17 ประตูกับ 14 แอสซิสต์จากการลงแข่งขันในทุกรายการของฤดูกาลนี้
     เป็นเหตุให้ค่าตัวของเขาพุ่งสูงไปอีก 48.6 ล้านปอนด์ (ราว 2.07 พันล้านบาท) และมีค่าตัวประเมินในตลาดที่ 167.1 ล้านปอนด์ (ราว 7.14 พันล้านบาท) เลยทีเดียว

3.เลรอย ซาเน (แมนเชสเตอร์ ซิตี)

     ปีกวัย 21 ปีรายนี้ยกระดับการเล่นของตัวเองได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้ ด้วยการเปลี่ยนสไตล์จากการเลี้ยงทะลุทะลวง มาเป็นเล่นเพื่อทีม และเน้นการจ่ายบอลที่แม่นยำมากขึ้นจนทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือของ “เรือใบสีฟ้า” ไว้ใจให้ดาวเตะผู้นี้ลงสนามในตำแหน่งตัวจริงของทีมอยู่บ่อยครั้ง
     อีกสิ่งหนึ่งที่พัฒนาได้อย่างเห็นได้ชัดของแข้งทีมชาติเยอรมันในฤดูกาลนี้คือ จังหวะการทำประตูที่เฉียบคมมากขึ้น โดยเจ้าตัวซัลโวไปแล้ว 8 ประตูในลีกซีซั่นนี้ พร้อมเป็นนักเตะที่จับทางยากมากขึ้นไปอีกหากได้เล่นร่วมกับนักเตะระดับเวิลด์คลาส อย่าง เควิน เดอ บรอยน์ และเซร์คิโอ อเกวโร
     ทำให้เชื่อว่าในศึกฟุตบอลโลก 2018 กลางปีนี้นั้น ซาเน จะคือ 1 ในขุนพลคนสำคัญของทัพ “อินทรีเหล็ก” เพื่อไล่ล่าแชมป์โลกสมัยที่ 5 อย่างแน่นอน และส่งผลต่อเรื่องค่าตัวของนักเตะที่สื่ออังกฤษยกให้ว่าเก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกเมื่อเทียบในช่วงอายุที่เท่ากันเพิ่มขึ้นมาอีก 56 ล้านปอนด์ (ราว 2.39 พันล้านบาท) พร้อมมีราคาประเมินในตลาดที่ 134 ล้านปอนด์ (ราว 5.72 พันล้านบาท)

2.เอแดร์สัน (แมนเชสเตอร์ ซิตี)

     เชื่อว่าในช่วงแรกหลายคนคงจะเกิดคำถามว่า “เรือใบสีฟ้า” ยอมทุ่มเงินกว่า 34.7 ล้านปอนด์ (ราว 1.48 พันล้านบาท) ซึ่งถือเป็นโกล์ที่มีค่าตัวแพงที่สุดอันดับ 2 รองจาก จานลุยจิ บุฟฟ่อน เพื่อดึงตัวนายทวารทีมชาติบราซิลรายนี้จาก เบนฟิกา มาร่วมทัพได้อย่างไร เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่เคยพิสูจน์ฝีมือให้เห็นในระดับนานาชาติมากเท่าที่ควร
     ถึงกระนั้น เป๊ป กวาร์ดิโอลา มีความมั่นใจในนายด่านวัย 24 ปี รายนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเขาได้ซื้อให้เข้ามาเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงแทนที่ของ เคลาดิโอ บราโว ที่ผลงานตกลงไปแบบน่าใจหาย ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ทำให้นายใหญ่ชาวสแปนิชผิดหวังด้วยการเซฟไปแล้ว 50 ครั้ง และเสียประตูเพียง 20 ลูกเท่านั้นซึ่งน้อยที่สุดในลีก
      นอกจากนั้นจุดเด่นของเขาอีก 1 อย่าง คือ การอ่านบอลตลอดเวลา โดย เอแดร์สัน มักจะออกมาตัดบอลนอกกรอบเขตโทษในจังหวะสำคัญๆได้อยู่เสมอ พร้อมช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีตได้ถึง 15 นัดซึ่งมากที่สุดในลีกขณะนี้ 
      ด้วยผลงานที่กล่าวมาทำให้ค่าตัวของ เอแดร์สัน เพิ่มขึ้นไปแล้วมากกว่า 66.1 ล้านปอนด์ (ราว 2.82 พันล้านบาท) และมีราคาประเมินในตลาดที่ 87.5 ล้านปอนด์ (ราว 3.73 พันล้านบาท)

1.โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)

     ส่วนอันดับ 1 จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ แนวรุกตัวความหวังของ ลิเวอร์พูล ที่พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าคือนักเตะคุณภาพ หลังเคยล้มเหลวในการค้าแข้งกับ เชลซี เมื่อปี 2014-2016
     โดยดาวเตะวัย 25 ปีรายนี้ย้ายจาก อาแอส โรม่า มาอยู่กับ “หงส์แดง” เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ (ราว 1,530 ล้านบาท) ซึ่งไม่มีใครคาดหวังว่า ซาลาห์ จะสามารถโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น และกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมถึงเพียงนี้ แต่ทว่าปีกทีมชาติอิยิปต์กลับโชว์ฟอร์มได้ดีเกินมาตรฐานของนักเตะในตำแหน่งปีก หลังทำไปถึง 24 ประตูกับ 8 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 29 นัดในลีก พร้อมมีอัตราการยิงที่แม่นยำอยู่ที่ 46% จากโอกาส 114 ครั้ง
     นอกจากนั้นเขายังเป็นนักเตะที่ทำประตูมากที่สุดใน 5 ลีกยุโรป เท่ากับ ลิโอเนล เมสซี (บาร์เซโลนา), เอดินสัน คาวานี (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง), แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) และชิโร่ อิมโบมิเล (ลาซิโอ) จนส่งผลให้เขาถูกยกย่องว่าคือการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับฤดูกาลนี้เลยทีเดียว
     เป็นเหตุให้ค่าตัวของอดีตนักเตะ บาเซิล รายนี้พุ่งขึ้นไปอีกถึง 66.4 ล้านปอนด์ (ราว 2.83 พันล้านบาท) และมีราคาประเมินในตลาดที่ 144.3 ล้านปอนด์ (ราว 6.16 พันล้านบาท)

     และทั้งหมดนี้คือ 5 นักเตะที่มีค่าตัวพุ่งขึ้นมากที่สุดใน 5 ลีกดังยุโรปตามการเก็บสถิติต่างๆข้างต้น ซึ่งต้องมาดูกันว่าหากมีการซื้อขายนักเตะเหล่านี้ในช่วงตลาดรอบหน้าราคาค่าตัวของพวกเขาจะมากกว่า หรือน้อยกว่าราคาประเมินที่เกิดขึ้น

  • 1/4
  • 2/4
  • 3/4
  • 4/4
แชร์ข่าว :
Tags: