KTIS ควง GGC โรดโชว์ญี่ปุ่น เสียงตอบรับไบโอคอมเพล็กซ์ดีเกินคาด

8 มีนาคม 2561
3,235

ผู้บริหารกลุ่ม KTIS ควง GGC ออกเชิญชวนนักลงทุนทั่วโลกร่วมโครงการไบโอคอมเพล็กซ์ เริ่มจากประเทศญี่ปุ่น เผยเสียงตอบรับดีเกินคาด มั่นใจเมื่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับเรียบร้อย นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุน สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

นายณัฎฐปัญญ์  ศิริวิริยะกุล  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เปิดเผยว่า โครงการไบโอคอมเพล็กซ์ (Biocomplex) ที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเกิดจากการร่วมลงทุนของ 2 ฝ่ายคือกลุ่ม KTIS และ GGC (บมจ.โกลบอลกรีนเคมิคอล) ฝ่ายละเท่าๆ กัน คือร้อยละ 50ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบทางวิศวกรรมขั้นสุดท้าย เพื่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับโครงการในเฟสที่ 1 และเฟสที่ 2 บนพื้นที่โครงการรวมประมาณ 2,000 ไร่ โดยใช้สำหรับเฟส 1 ประมาณ 1,000 ไร่

"โครงการนี้ไม่ได้มีเฉพาะโรงงานของกลุ่ม KTIS และ GGC แต่จะมีโรงงานผลิตภัณฑ์ชีวภาพของผู้ลงทุนอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศที่เข้ามาใช้ระบบสาธารณูปโภคของโครงการ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในเฟสแรกคือเอทานอล ไอน้ำ และไฟฟ้า ในการสร้างผลิตภัณฑ์ต่อยอดอื่นๆ ดังนั้น ผู้บริหารและทีมงานของ KTIS และ GGC จึงได้ออกไปแนะนำโครงการไบโอคอมเพล็กซ์เพื่อเชิญชวนนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุน โดยประเทศแรกที่ไปคือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผลปรากฏว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากเกินความคาดหมาย"  นายณัฎฐปัญญ์ กล่าว

 ทั้งนี้ จุดเด่นของโครงการไบโอคอมเพล็กซ์ที่จังหวัดนครสวรรค์คือ ตั้งอยู่ในแหล่งศูนย์กลางวัตถุดิบหลักคืออ้อย และมีผลิตภัณฑ์ตั้งต้นอย่างเอทานอล และพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากเชื้อเพลิงชีวมวล ที่สามารถส่งเข้าโรงงานอื่นๆ ที่จะมาตั้งในไบโอคอมเพล็กซ์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ทำให้มีความสะดวกในการขนส่งผลิตภัณฑ์ชีวภาพไปยังพื้นที่ต่างๆ ในประเทศ รวมทั้งส่งออกไปต่างประเทศด้วย

"โครงการไบโอคอมเพล็กซ์ที่จะเกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์นี้   จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับเศรษฐกิจของไทย    เพราะที่ผ่านมา   ประเทศไทยมีความได้เปรียบทางด้านวัตถุดิบทางการเกษตรและความหลากหลายทางชีวภาพ   แต่ผลิตภัณฑ์ที่ออกมานั้นยังเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นพื้นฐานซึ่งมีมูลค่าค่อนข้างต่ำ โครงการไบโอคอมเพล็กซ์   ซึ่งอยู่ภายใต้แนวนโยบายการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เป็นโครงการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ต่อยอดที่มีมูลค่าสูงขึ้น   จะส่งผลให้มูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศสูงขึ้นด้วย   รายได้ของเกษตรกรก็จะสูงขึ้น เกษตรกรจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โครงการลงทุนต่างๆ จะก่อให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น   ชุมชนใกล้เคียงก็จะมีเศรษฐกิจและสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน"  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม KTIS กล่าว

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง