บุกจับนักธุรกิจ 'ฮาร์ปรีท ซิงห์' คดีนายทุนค้ายา ค้น3จุดพบทรัพย์160ล้าน

6 มีนาคม 2561
3,611

เปิดปฏิบัติการสยบไพรี 61/4 บุกจับนักธุรกิจ "ฮาร์ปรีท ซิงห์" ตามหมายจับศาลอาญา คดีนายทุนค้ายาเสพติด ค้น3จุดพบทรัพย์160ล้าน และเข้าตรวจค้นเครือข่ายค้ายาเสพติดทั่วประเทศจำนวน 30 จุด

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่บ้านเลขที่ 20/8 ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ร่วมกับ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. และ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสยบไพรี 61/4 ทำการจับกุม นายฮาร์ปรีท ซิงห์ สัญชาติไทย เชื้อชายอินเดีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์ หรือ แอมเฟตามิน ) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นนายทุน ผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเครือข่ายค้ายาเสพติดทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน โดยในวันนี้จะมีการเข้าตรวจค้นเครือข่ายค้ายาเสพติดทั่วประเทศจำนวน 30 จุด พร้อมกัน โดยจะมีจุดใหญ่ 3 จุด ซึ่งเป็นจุดที่เกี่ยวข้องกับ นายฮาร์ปรีท ซิงห์ ทั้งสิ้น พร้อมทรัพย์สินกว่า 160 ล้าน

โดยในขณะจับกุมได้พบกับ นายฮาร์ปรีท ซิงห์ ภรรยา พร้อมกับ ลูกชายและลูกสาว ซึ่งทางด้าน เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นภายในบ้านโดยมีภรรยา และลูกสาวของนายฮาร์ปรีท ซิงห์ นำตรวจอยู่ ด้าน นายฮาร์ปรีท ซิงห์ และ ลูกชาย ได้นั่งเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ บริเวณห้องรับแขก ภายในบ้าน โดยทั้งสอง สามารถพูดและสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ ซึ่งรับทราบข้อกล่าวหา แต่ยังคงปฏิเสธ ทางด้านลูกชายเผยว่า ขอยังไม่พูดอะไรมาก เนื่องจากยังไม่ทราบข้อหา ซึ่งข้อหาที่ถูกแจ้งมานั้นเคยถูกแจ้งไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตนไม่รู้เรื่อง และยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหา รายนี้สืบเนื่องมาจากการจับกุมไอซ์ 400 กก. เมื่อวันที่ 28 ก.ค.60 ที่ผ่านมา จนสืบทราบว่า นายฮาร์ปรีท ซิงห์ เป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน ให้กับผู้ต้องหาทั้ง 12 ราย ที่เราได้จับกุมไป ซึ่งนายฮาร์ปรีท ซิงห์ เป็นคนโอนเงินให้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยจำนวนเงินที่พบว่ามีการโอนในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 3 ล้าน ซึ่งจะต้องขยายผลการจับกุมเพิ่มเติมว่ามีการโอนเงินไปแล้วเท่าไหร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนและขยายผลเป็นเวลากว่า 8 เดือน จึงทราบว่า นายฮาร์ปรีท ซิงห์ มีเทคนิค คือ ทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้า ตัดสูท ย่านสุขุมวิท , มีห้องเช่า ห้องแถว และ ปล่อยเงินกู้เพื่อบังหน้า แต่ภายหลังจะคอยโอนเงิน สนับสนุนให้กับรายย่อย โดยที่นายฮาร์ปรีท ซิงห์ จะไม่จับหรือครอบครองยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงไม่พบของกลาง

ด้าน พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า นายฮาร์ปรีท ซิงห์ ทำการสนับสนุน ช่วยเหลือ ธุรกิจค้ายาเสพติด ยกตัวอย่าง เช่น คดีการจับยาเสพติดที่เคยจับได้ นายฮาร์ปรีท ซิงห์ เป็นผู้โอนเงินให้กับผู้ค้า เพื่อไปซื้อรถสำหรับใช้ในการขนย้ายยาเสพติด จึงเห็นได้ชัดว่า มีการเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งตอนนี้ยังคงให้การปฏิเสธ โดยเป็นปกติของผู้ต้องหาจะปฏิเสธ เพราะหากรับสารภาพเลยคงจะง่ายเกินไป เนื่องจากผู้ต้องหาฝังตัวอยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว โดยในการจับกุมเมื่อครั้งก่อนทางผู้ต้องหาให้ความร่วมมือดี จึงได้เอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน เราจึงนำเอกสารดังกล่าวมาสืบสวน ขยายผลการจับกุมเพิ่มเติม ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในลักษณะที่ไม่ครอบครองยาเสพติดถือว่าเป็นเรื่องยากจะต้องอธิบายและชี้แจงต่อศาลให้ชัดเจนและต้องมีหลักฐานที่หนาแน่นพอที่จะสามารถออกหมายจับได้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ หลักฐานสำคัญ บ่งบอกเส้นทางการเงินของนายฮาร์ปรีท ซิงห์ จึงสามารถออกหมายจับได้ ผู้ต้องหารายนี้ หากเปรียบได้ ก็เป็นพ่อของเอกอ้วน ซึ่งพ่อจะสั่งให้ลูกทำ

“อย่างน้อยตอนนี้ เราก็จับรายใหญ่ได้ ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการขยายผลการจับกุม ว่าผู้ต้องหารายนี้เพิ่งกลับจากประเทศสิงคโปร์ เหตุที่ผู้ต้องหาเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง ไปทำอะไร ที่ไหน และไปหาใคร” พล.ต.ท.สมหมาย ระบุ

ด้านเพื่อนบ้านของนายฮาร์ปรีท ซิงห์ เผยว่า นายฮาร์ปรีท ซิงห์ อาศัยอยู่บ้านหลังนี้มากว่า 15 ปี แล้ว และเป็นคนที่ชอบทำบุญ จึงเชื่อว่า เรื่องนี้อาจจะมีการใส่ร้าย กลั่นแกล้งกันทางธุรกิจหรือไม่ แต่หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานที่แน่นหนา และชัดเจน ก็คงต้องยอมรับความจริง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่นำตัว นายฮาร์ปรีท ซิงห์ ไปสอบปากคำเพิ่ม ที่ กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลการจับกุมต่อไป

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์อื่นๆ