จนท.กู้ระเบิดจักรยานบอมบ์ จ.ปัตตานี

14 กุมภาพันธ์ 2561
1,180

จนท.เก็บกู้จักรยานบอมบ์จอดใกล้มัสยิด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี น้ำหนักกว่า 1 กก. คาดสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ เผยเป็นครั้งแรกติดตั้งระเบิดในจยย.

เมื่อเวลา 07.40 น. วันนี้ (14 ก.พ.61) พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานีนำกำลัง ฉก.ทพ.22 พร้อมด้วย ชุดกำลังทหาร ตำรวจและ เก็บกู้วัตถุระเบิด และตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี เข้าตรวจสอบหลังรับแจ้งว่าพบจักรยานต้องสงสัย มีกระป๋องน้ำแบบพกพาติดกระเป๋า ริมถนนข้างมัสยิด ม.4 บ้านต้นมะขาม ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จึงเข้าตรวจสอบ โดยกันประชาชนออกนอกพื้นที่เพราะสภาพเป็นลักษณะ ที่เคยก่อเหตุระเบิดมาแล้วเมื่อ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าเป็นจักรยาน ยี่ห้อ Scotch รุ่น Shark ประกอบระเบิดแสวงเครื่องในกระป๋องน้ำแบบพกพาติดจักรยาน จุดชนวนด้วยนาฬิกาตั้งเวลา มีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม เศษจึงได้ใช้เครื่องยิงทำลาย และสามารถเก็บกู้ได้สำเร็จ และทำลายเรียบร้อย โดยไม่มีใครได้รับอันตรายแต่อย่างใดเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนร้ายเพื่อให้บ้านเมืองวุ่นวาย

ด้านพล.ต.ต. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้เจอวัตถุต้องสงสัย ประกอบในจักรยานเสือหมอบ ในพื้นที่อำเภอยะรัง จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าเป็นระเบิด เหลือมาจากวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่ระเบิดไม่ทำงาน

ทำให้ เจ้าหน้าที่ไปเจอเมื่อช่วงเช้า ซึ่งคนร้ายใช้วิธีการแบบเดียวกัน โดยการบรรจุระเบิดในขวดน้ำและเอาไปแขวนที่จักรยานเสือหมอบ คาดว่ากลุ่มที่ทำก็เป็นกลุ่มเดิม จากวันที่ 11 ก.พ.แต่ระเบิดไม่ทำงาน คาดว่ากลุ่มที่ทำก็เป็นกลุ่มเดิมโดยใช้วิธีการประกอบระเบิดในลักษณะเดียวกัน

การประกอบระเบิดลักษณะแบบนี้ คนร้ายพึ่งมาใช้ ครั้งแรก ซึ่งเราได้ตรวจเจอเมื่อวันที่ 11 ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ พบในพื้นที่อำเภอยะรังทั้งหมด 4 ลูก ใช้จักรยานยนต์4คัน ซึ่งเป็นจักรยาน เสือหมอบ นำเข้าจากปนะเทศเพื่อนบ้านได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 12 อำเภอเพิ่มความเข้มรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนเน้นหยักในการเฝ้าระวัง รถจักรยานยนต์ จักรยาน และรถยนต์ อย่างเข้มงวดและกำลังเจ้าหน้าที่เป็นพิเศษ เฝ้าระวังยานชุมชนและบริเวณที่มีการจัดงานเทศกาลตรุษจีน

สำหรับประเด็นและสาเหตุที่คนร้าย ได้ก่อเหตุในช่วงนี้คาดว่าเป็นการแสดงศักยภาพตามปกติหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ไปจับแกนนำในพื้นที่จำนวนหลายคนจึงมีการตอบโต้ประกอบกับใกล้เทศกาลตรุษจีนและ คณะโอไอซีจะมีกำหนดการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ จึงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ส่วนคนร้ายอยู่ระหว่างการสเก็ตภาพจาก ภาพจากกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกได้ ส่วนกลุ่มไหนยังระบุไม่ได้ เชื่อว่าเป็นกลุ่มเดิทๆ และมีหมายจับแล้ว ขอเวลา ให้ชุดสืบสวนสอบสวนที่ตั้งขึ้นมาติดตามคดีนี้ คงทราบเร็วๆนี้

แชร์ข่าว :
Tags: