'ฮักมั่น' สู่หอภาพยนตร์ ส่องโปรเจกหนังใหม่ 'ผกก.วรวุฒิ'

29 มกราคม 2561 | โดย สุภารัตน์ แพทย์หลวง
3,992

"ฮักมั่น" จ่อฉายจีน-เยอรมัน วันนี้มอบให้หอภาพยนตร์ ส่องโปรเจกหนังใหม่ "วรวุฒิ หลักชัย"

แม้ว่าภาพยนตร์ "ฮักมั่น" จะลาโรงไปนานพอสมควรแล้ว "วรวุฒิ หลักชัย" ผู้กำกับภาพยนตร์ ก็ยังมีเรื่องราวอัพเดทให้ฟัง ว่าจะนำหนังออกเผยแพร่ไปยังต่างประเทศ พร้อมรับเป็นที่ปรึกษาให้นักเรียนที่ประกวดหนังสั้นของไทยพีบีเอส โปรเจกของ สสส. เกี่ยวกับการทำความดี

ขณะเดียวกัน วันนี้ (29ม.ค.) "วรวุฒิ" ยังนำภาพยนตร์ฮักมั่นไปมอบให้ "หอภาพยนตร์" องค์การมหาชน เพื่อเก็บรักษาด้วย ทางหอภาพยนตร์ติดต่อมาว่า อยากจะเก็บหนังเรื่องนี้ไว้ที่หอภาพยนตร์ก็ยินดีเลย ก็ถือว่าวันหนึ่งที่ไม่มีเราอยู่ แต่หนังเราก็ยังอยู่ ให้คนรุ่นหลังได้ดู ให้คนที่ไม่เคยดูได้มาดู เพราะทางหอภาพยนตร์ก็ได้มีการจัดฉายหนังสะสมไว้เป็นระยะ ๆ อยู่แล้ว ซึ่งฮักมั่นก็จะฉายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ เดือนกุมภาพันธ์ก็เป็นเดือนแห่งความรัก เขากับธีมพอดี ก็เลยจะมีการฉายหนังเรื่องฮักมั่น ก็ถือโอกาสมอบหนังฮักมั่นที่หอภาพยนตร์ด้วย เพื่อเก็บไว้เป็นกรณีศึกษา เป็นมรดกของชาติต่อไป

ส่วนเด็กๆร่วมทำโปรเจกหนังสั้นกับไทยพีบีเอส เพราะว่าที่โรงเรียนก็จะมีวิชาหนังสั้น เป็นวิชาเพิ่มเติมที่ผมสร้างหลักสูตรขึ้นมาเพื่อปูพื้นฐานในเรื่องการทำหนังให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ก็จะมีกิจกรรมทำหนังในโรงเรียน ซึ่งเป็นวิชาเรียนอยู่แล้ว เมื่อมีการประกวด มีกิจกรรมเกี่ยวกับหนัง ผมก็จะพาเด็กเข้าร่วมตามความเหมาะสม และในโครงการนี้ ก็เป็นโครงการที่ดี มีความน่าสนใจ เด็กก็อย่างจะทำโครงการนี้ด้วย อย่างจะส่ง ก็เลยเป็นที่ปรึกษาให้เขาและก็พาเขามาเข้าร่วมโครงการ เป็นเรื่องของ สสส. ร่วมกับ ไทยพีบีเอส และหน่วยงานอีกหลายๆ หน่วยงานที่จัดโครงการนี้ขึ้นมา ซึ่งนักเรียนก็ส่งบทเข้ามาร่วมคัดเลือก แล้วตอนนี้ก็ผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย แล้วก็ได้ทุนไปสร้างภาพยนตร์หนังสั้น เดียวก็คงจะประกาศผลในกลางเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อฉายที่ ไทยพีบีเอสต่อไป

หนังสั้นที่ทำส่วนใหญ่ถ่ายทำเป็นที่อุดรธานี เป็นเรื่องราวของพ่อลูก ลูกที่จะทำความดีให้พ่อแต่รอเวลา เมื่อถึงเวลาที่จะสามารถทำได้กับไม่มีพ่อแล้วอารมณ์ประมาณนี้

อีกประเจกหนึ่งที่ทำกับดาราสาว "แตงโม ภัทรธิดา" เป็นโปรเจก เลิฟอินโปรเจก เป็นโปรเจกหนังรัก ซึ่งเป็นหนังที่มีอยู่ 5 ตอน แล้วก็ 5 ผู้กำกับ

"ของผมก็จะเป็นหนึ่งตอน หนึ่งใน 5 นั้น แล้วก็รวมกันเป็นหนังยาวเรื่องหนึ่ง แล้วก็นำเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งคาดว่าจะฉายในเดือนเมษายนนี้ ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงของการพัฒนาบทและเต็มการถ่ายทำ"

หลังจากหนังที่ทำตั้งแต่ฮักมั่นจบลงไปได้ข่าวว่ามีโปรเจกเข้ามาหลายโปรเจกนั้น วรวุฒิบอกส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนังสั้นของหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานของรัฐ ของเอกชน เขาก็นเห็นว่าเราสามารถทำหนังได้ เล่าเรื่องได้ สื่อสารได้ แล้วก็มีประสบการณ์ในการทำหนังฉายในโรงภาพยนตร์ เขาก็ไว้เนื้อเชื่อใจ ก็อยากให้ลองทำโปรเจกนั้น โปรเจกนี้ ซึ่งก็เป็นโอกาสที่พยายามทำให้ดีที่สุด ถือเป็นโอกาสในการฝึกตัวเองทำโปรเจกใหญ่ๆ ต่อไป มีโปรเจกเล็กเราก็รับมาทำ มีการทดลองอะไรใหม่ๆ อย่างเช่น เรื่องล่ามรดกโลก เป็นหนังประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี ก็ท่านผู้ว่าไปดูหนังเรื่องฮักมั่น ก็ชอบท่านก็บอกว่า ลองทำหนังประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานีให้หน่อย เดี๋ยวเอาเป็นหนังสั้นก่อนก็สนับสนุนงบประมาณมา ก็เลยทำเรื่องล่ามรดกโลกเป็นหนังแอคชั่น ปกติก็จะเป็นหนังท่องเที่ยว แล้วก็เป็นหนังรักที่ผู้หญิงผู้ชายจีบกัน แล้วก็พากันไปดูที่สวยๆ หรือไม่พระเอกก็เป็นตากล้อง หนังท่องเที่ยวทั่วไปก็จะเป็นอย่างนี้เห็นมาเยอะแล้ว เลยอยากให้เป็นแอคชั่น ให้ไล่ล่ากัน ให้มีฉากยิงกันอะไรแบบนี้ ว่ามันจะเป็นยังไง

"มันก็เป็นการทดลองของเรา เราก็นำมุมมองสิ่งที่เราจะเรียนรู้อะไรใหม่มาทดลองกับโปรเจก ซึ่งถือว่าก็ได้ผล เพราะไม่เคยทำหนังแอคชั่นเลย มรกต แก้วธานี ที่เคยแสดงหนังของพี่พันนา (ฤทธิไกร) มาช่วยสอนคิวบู๊เราก็ได้เรียนรู้ไปกับเขา ก็สนุกแต่หนังมันจะกลิ่นอายออกแบบเหมือนพันนาสมัยเก่า ไล่ล่ากันในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีการสืบคดีกัน ซึ่งก็ดำเนินไปในหนัง เราก็สอดแทรก แหล่งท่องเที่ยว ประเพณีวัฒนธรรมเข้าไป ก็คือว่าก็โอเคพอหนังออกมาก็คนดูก็สนุนสนาน คือว่าได้ประสบการณ์จากงานต่างๆที่เข้ามาพวกนี้"


ส่วนหนังประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู เรื่องนี้ก็จะมาแนวทำผ้าไหม มีหนังคนอีสานไม่กินปลาดิบ มีของคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เห็นว่าเราชอบทำหนังอีสาน เขามีโปรเจกที่อยากจะทำสื่อให้เด็กนักเรียน ให้คนอีสานดู เห็นสื่อตัวนี้แล้ว ไม่อยากกินปลาดิบ เพราะที่มาของโรคพยาธิใบไม้ในตับ และคนอีสานป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งมีสาเหตุจากการกินปลาดิบปีละเป็นหมื่น สองหมื่นคน ซึ่งสูงสุดกว่าภาคอื่นๆ ที่นี้เขาก็เลยให้ทำโปรเจคนี้ ทำหนังไม่ให้คนอยากกินปลาดิบ โปรเจกนี้มันดีมากเลย เหมือนเป็นโปรเจกบุญ เรียกมันว่าโปรเจกบุญ เหมือนได้ช่วยชีวิตคน ถ้ามทำหนัง ให้คนที่มาดูหนังแล้วเขาไม่กินปลาดิบ เขาไม่ตายก็ช่วยชีวิตได้แล้ว

ขณะเดียวกัน "วรวุฒิ" เล่าความตั้งใจก่อนที่เรียนครูมา เวลาเราสอนแล้วไปเขียนบนกระดานหรือไปพูดเด็กก็จะไม่ฟัง แต่พอเราทำสื่อทำคลิปวิดีโอไปฉายให้เด็กๆ ดู เด็กสนใจดู บางทีทำเป็นเงื่อนไขเลยว่า ถ้าใครมาส่งงานจะไม่ได้ดูหนัง เด็กรีบทำงานส่งเพื่อที่จะได้ดูหนัง หนังของเราก็จะเป็นดาราที่อยู่ในห้องเรียนนี่แหละ คนที่เขารู้จัก คนเล่นก็สนุกคนถ่ายก็เป็นนักเรียนที่ช่วยกันถ่าย ช่วยกันเล่น แล้วมันก็เกิดประโยชน์ทั้งหมดเลย พอทำอย่างนั้นมาเรื่อยก็มีประสบการณ์เก็บเกี่ยวมาเรื่อยๆ จนเขามาทำหนังเข้าฉายในโรงในระบบธุรกิจ แต่ว่าเราก็ไม่ทิ้งความเป็นครู ไม่ทิ้งการทำหนังสอนเด็กอย่างต่อเนื่อง

"ที่เพิ่มเข้ามาคือให้เด็กมาทำด้วย เมื่อก่อนเด็กอยากจะมาแสดงหนังกับผม อยากจะอยู่ในทีวีผมก็ให้เด็กมาเล่น แล้วก็เป็นหนังสือการสอน แล้วทุกวันนี้ก็มีเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง บอกครู หนูไม่อยากอยู่หน้ากล้อง แต่อยากอยู่หลังกล้อง อยากจะเป็นคนถ่าย อยากจะเป็นคนทำ อยากจะเป็นผู้กำกับ อยากจะเป็นเหมือนครู ดังนั้นจึงตั้งชุมนุมขึ้นมา ชื่อชุมนุมฮักไอเดีย เป็นชุมนุมทำหนังพวกอยากเป็นดารา ก็ไปซ้อมการแสดงมา ใครอยากทำเบื้องหลังก็มาทำ ก็เลยเป็นกิจกรรมที่ทำควบคู่กันไป แต่ว่าเมื่อมีโอกาสที่หน่วยงานทางภาครัฐหรือว่าเอกชนเขาให้เราทำ เราก็รับมาทำตามโอกาสที่เขาให้มา"

มีข่าวว่าหนังฮักมั่นจะไปฉายที่เยอรมัน เอเย่นต์ที่จีนก็จะมาซื้อ? ผู้กำกับตอบว่า หนังฮักมั่น มันก็จะมีเรื่องราวของภาษาจีนอยู่ในนั้น มันมีการเรียนภาษาจีนของคนลาว คนไทยที่อยู่ในโรงเรียน เมื่อเอาไปฉายให้กับทางจีนดูเขาก็สนใจ เขาก็เลยอยากจะซิ้อลิขสิทธ์ไปฉายที่ประเทศจีน ตอนนี้ก็มีการเจรจาในการซื้อขายลิขสิทธิ์กัน อยู่ในช่วงการเซ็นเซอร์ของกระทรวงวัฒนธรรมของจีน ซึ่งคิดว่าก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะหนังเราไม่ได้มีฉากที่ไม่เหมาะสมอะไร เป็นหนังสวยงามเป็นหนังที่พูดถึงประเพณีวัฒนธรรม พูดถึงความงามของชีวิตคน ภาษาของอะรีต่อไป


แล้วก็ที่เยอรมันก็เป็นอีกโครงการหนึ่งที่อยากจะทำก็คืออยากจะพาหนังอีสานไปให้คนอีสานที่อยู่ต่างประเทศดู ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากคนอีสานด้วยกันที่อยู่เยอรมัน คือเป็นคนไทยอีสานที่ไปประกอบอาชีพเปิดร้านอาหาร แล้วเขาประสบความสำเร็จ มีเครือข่ายเขาก็เลยสนใจเป็นแฟนคลับในช่องฮักไอเดียทางยูทูป เขาก็จะเขามาดูหนังเรื่อยๆ เขาก็เลยมาติดตาม แล้วก็เลยมาบอกว่าอยากจะชวนไปเที่ยวเยอรมันเขาจะสนับสนุนการเดินทางอะไรต่างๆ เอาหนังไปฉายให้คนอีสานที่นั้นดูได้ไหม เลยยินดีเพราะหนังฮักมั่นกำลังเสร็จพอดีก็เลยคิดว่าจะเอาไปฉายให้คนอีสานที่อยู่เยอรมันดูในช่วงสงกรานต์

"ที่นั่นก็จะมีวัดไทยที่เยอรมัน แล้วก็มีการพูดคุยกับหลวงพ่อที่นั่น หลวงพ่อก็เป็นคนอีสาน ที่ประเทศเยอรมันก็จะมีเทศกาลสงกรานต์เหมือนกัน และคนอีสานจะมารวมตัวกันที่วัด มาทำบุญ ช่วงเย็นก็จะมีการฉายหนังอีสานให้กับคนอีสานที่นั้นดู โดยการประสานงานกับทางหลวงพ่อ อนุเคราะห์สถานที่ให้ ก็น่าจะเป็นกิจกรรมที่ดี ไม่อาจจะมีคนอีสานมาร่วมสร้างหนังอีสานเผื่อมีคนสนใจมาร่วมแสดงหรือว่า สเปอร์เซอร์ให้เรา"

ดูเหมือนหนัง "ฮักมั่น" จะพาผู้กำกับเดินทางไกล ขณะที่โปรเจกหนังสั้น และหนังใหญ่กำลังเตรียมการเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ "ผกก.วรวุฒิ" ยังมีแรงมุ่นมั่นสร้างสรรค์ผลงานดีมีคุณภาพออกมาเรื่อยๆ จึงน่าติดตามยิ่ง!!

  • 1/9
  • 2/9
  • 3/9
  • 4/9
  • 5/9
  • 6/9
  • 7/9
  • 8/9
  • 9/9
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง