สิริเวนเจอร์สเท 1.5 พันล้านดึงสตาร์ทอัพเสริมแกร่ง

19 มกราคม 2561
9,523

แสนสิริ-ไทยพาณิชย์ ดัน “สิริ เวนเจอร์ส” ทุ่มงบ 1,500 ล้านบาท ผนึกพันธมิตรไทย-ต่างชาติ เฟ้นหาสตาร์ทอัพศักยภาพสูง เสริมแกร่งธุรกิจอสังหาฯ หนุนใช้เทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถ พัฒนาโครงการ งานขาย บริการหลังการขายเต็มรูปแบบ

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท สิริเวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจร่วมทุนในรูปแบบคอร์ปอเรต เวนเจอร์ แคปิตอล ระหว่าง แสนสิริ และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดแผนธุรกิจระยะเวลา 3 ปี โดยเริ่มจากปีนี้เป็นต้นไป เพื่อจัดหานวัตกรรมสร้างสรรค์สำหรับตอบสนองธุรกิจอสังหาฯ ในเครือ รองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของตลาดและผู้บริโภค และเป้าหมายการนำไปสู่การให้บริการที่สามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อโครงการ โดยตั้งงบประมาณตลอด 3 ปีนี้ไว้ทั้งสิ้น 1,500 บาท

“ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทเห็นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีหลายๆอย่างที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อหลายธุรกิจ จึงได้ริเริ่มนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาให้บริการมากขึ้น เริ่มต้นด้วยสิริ ไลฟ์ เทค (Siri LifeTech)"

ทั้งนี้สิริ ไลฟ์ เทค เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้า และเป็นการดำเนินการที่ต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่บริษัทเป็นผู้นำในการนำนวัตกรรมหลายอย่างเข้ามาใช้ เช่น การเป็นธุรกิจอสังหาฯ รายแรกที่นำดิจิทัล เซลส์ คิต เข้ามาใช้ในกระบวนการขาย, การใช้เฟซบุ๊กสำหรับสื่อสารการตลาด เป็นต้น และดำเนินการด้านนี้มาต่อเนื่อง จนกระทั่งจัดตั้งสิริ เวนเจอร์ส ขึ้นเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา

นายอุทัย กล่าวว่า สิริ เวนเจอร์ส จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการวิจัยและลงทุนด้านเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯ และการอยู่อาศัยอย่างครบวงจรเต็มรูปแบบ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่มีความต้องการหลากหลาย และเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว 

ทั้งนี้ภายใต้แผน 3 ปี และภายใต้งบประมาณดังกล่าว บริษัทจะเน้นการพัฒนา 4 นวัตกรรม ที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจอสังหาฯ ใน 4 ขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ พรอพเทค (PropTech) หรือการส่งเสริมด้านการซื้อขายแนวใหม่ การบริหารจัดการโนว์ฮาวของอสังหาฯ ที่จะครอบคลุมและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หลากหลายมากขึ้น

ด้านต่อมาคือ ลีฟวิ่ง เทค (LivingTech) ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยใหม่ๆ มีเป้าหมายเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ในการใช้ชีวิตของลูกบ้าน เช่น การเพิ่มความสะดวกสบาย, ความบันเทิง, ความปลอดภัย และยังมีเป้าหมายลดค่าใช้จ่าย ผ่านสตาร์ทอัพที่ สิริ เวนเจอร์ส ลงทุนไปแล้ว เช่น Appysphere ซึ่งเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์การพัฒนาโฮม ออโตเมชัน (Home Automation) หรือ เทคเมติกส์ (Techmatics) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่พัฒนาหุ่นยนต์แสนดีที่เปิดตัวให้บริการส่งของให้กับลูกค้าในโครงการไปเมื่อปีก่อน

นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต และสุขภาพองค์รวมของลูกบ้าน หรือ  Health & Wellness Tech และ Construction Tech หรือ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีด้านการออกแบบ ก่อสร้าง ควบคุมคุณภาพ รวมไปถึงวัสดุในการก่อสร้างใหม่ๆ เพื่อให้โครงการต่างๆ ของแสนสิริที่จะพัฒนาขึ้นมา สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลได้อย่างตรงความต้องกาน และยังสามารถช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวมอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนั้น สิริ เวนเจอร์สยังได้ร่วมมือกับอินโนเวชั่น แพลตฟอร์ม ระดับโลก 2 ราย ได้แก่ ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ (Plug and Play) จากซิลิคอน วัลเล่ย์ส สหรัฐ และ โซซ่า (SOSA) จากอิสราเอล ซึ่งอยู่ในเครือข่ายของสตาร์ทอัพเกือบหมื่นรายจากทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการช่วยเชื่อมโยง สิริ เวนเจอร์ส ให้พบกับสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพและเกี่ยวเนื่องได้เร็วและมากขึ้นด้วย และมีเป้าหมายปลายทางเพื่อให้บริการลูกค้าจริงได้สะดวกสบายมากขึ้น

นายอุทัยกล่าวว่านอกจากนั้นภายใต้งบประมาณที่ตั้งไว้ ยังครอบคลุมในส่วนงานการพัฒนาเทคโนโลยี การลงทุนร่วมกับพันธมิตร รวมทั้งการร่วมทุนกับสตาร์ทอัพชั้นนำทั้งในประเทศและระดับโลก และดำเนินแผนต่อยอดความร่วมมือในประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส หรือ จีน เพื่อร่วมขับเคลื่อนให้เกิดระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพในประเทศไทยที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืนอีกด้วย"

ด้านนายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า การต่อยอดธุรกิจของบริษัท จะเน้น 3 เรื่องคือ 1.ลงทุนในสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับธุรกิจหลักของแสนสิริ 2. ร่วมมือผลักดันให้เกิดระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพ (Ecosystem Partner) โดยการจับมือกับพันธมิตรเพื่อผนึกกำลังยกระดับระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพด้าน PropTech และ LivingTech ในไทยและภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน และ 3.พัฒนาต่อยอดนวัตกรรม (Lab & Development) มุ่งพัฒนาสร้างสรรค์ “Sansiri Home Service Application” เพื่อเปิดมิติใหม่ด้านการใช้ชีวิต รวมถึงเชื่อมโยงกลุ่มลูกค้าผ่านเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในไทยและทั่วโลก

 

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง