รวบ 3 ต่างชาติผิวสีแฝงตัวเป็นครูสอนภาษา

12 มกราคม 2561
1,361

ตร.บุกค้น36จุดทั่วกรุงและปริมณฑล รวบ 6 ผู้ต้องหาต่างชาติผิดกฎหมาย แยกผิวสี3รายเเฝงตัวเป็นครูสอนภาษา

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ ห้องพักคอนโดฯ ชั้น 4 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ  พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อม จนท.ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 อรินทราช บช.ปส. ชุดสยบไพรี ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกันแถลงผลการเข้าปิดล้อมตรวจค้น 36 จุด ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นห้องพักชาวต่างชาติผิวสีที่อยู่เกินกฎหมายกำหนด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้มีการปิดล้อมตรวจค้นทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 36 จุด โดยเน้นกลุ่มคนผิวสีที่เข้ามาก่ออาชญากรรม เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสกิมเมอร์ คนต่างชาติผิวสีที่อยู่เกินกฎหมายกำหนด ทั้งนี้ อาชญากรรมต่างๆ เหล่านี้ เกิดจากกลุ่มคนผิวสีที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ไม่มีวีซ่า หรือเอกสาร หรืออยู่เกินที่กฎหมายกำหนด โดยมีการจับกุมคนผิวสีจำนวน 3 ราย ประกอบด้วยข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต จับกุมชายสัญชาติแคเมอรูน 2 ราย ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมหญิงสัญชาติแทนซาเนีย 1 ราย

 

รวบ 3 ต่างชาติผิวสีแฝงตัวเป็นครูสอนภาษา

 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า จากสถิติการปิดล้อมตรวจค้นกดดันทำให้มีผู้กระทำความผิดลดลง การดำเนินการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ได้มีการปิดล้อมตรวจค้นครั้งที่ 13 จับกุมแล้วจำนวน 128 ราย มีการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 344 จุด จากสถิติจะเห็นได้ชัดว่าคนผิวสีไม่กล้ากระทำความผิด คนผิวสีที่โอเวอร์สเตย์ไม่กล้าอยู่ในเมืองไทย ฉะนั้น การปิดล้อมตรวจค้นย่านบางรักไปจนถึงในพื้นที่ จ.ปทุมธานี สมุทรปราการ จากทั้ง 36 จุด มีจำนวนเพียง 3 รายเท่านั้น ส่วนคนผิวสีที่มีใบอนุญาตถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะจัดทำประวัติ ตรวจเก็บดีเอ็นเอ ลายพิมพ์นิ้วมือ ลายพิมพ์ฝ่ามือทั้ง 10 นิ้ว ไว้หมด โดยมาตรการต่อไปที่กำลังทำอยู่คือ มาตรการจัดทำฐานข้อมูลคนผิวสีทั้งหมดที่ได้มาพำนักอยู่ในประเทศไทย

 

รวบ 3 ต่างชาติผิวสีแฝงตัวเป็นครูสอนภาษา

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ต้องฝากไปถึงผู้อำนวยการของโรงเรียนสอนภาษาต่างๆ เพราะคนผิวสี 3 ราย ที่จับกุมได้ให้การตรงกันว่า เป็นครูสอนภาษาในโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี บางรัก ในการรับบุคคลเข้าไปในโรงเรียนจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร วีซ่า ใบรับรองการศึกษา เพราะบุคคลเหล่านี้ถือเป็นภัยต่อความมั่นคง นอกจากนี้จะประสานไปยังโรงเรียนต่างๆ ที่มีรายชื่อมาพูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อไม่ให้บุคคลเหล่านี้ใช้เป็นสถานที่บ่มเพาะ หารายได้ และอาจจะก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ จะต้องลงไปตรวจสอบโรงเรียนต่างๆ ว่ามีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ ถ้ามีส่วนรู้เห็นก็จะต้องรับผิดชอบ ฐานมีส่วนร่วมฐานให้ที่พักพิงบุคคลที่ไม่มีเอกสารในการเข้ามาอยู่ในประเทศไทย

คลิปข่าว

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง