เลี้ยงดูแลกอัดถั่วดำ4ปี! นร.แฉถูกข่มขืน ไม่ยอมถูกไล่ออกจากบ้าน

10 มกราคม 2561
13,974

นักเรียน ม.4 ชีวิตเหมือนตกนรกนานกว่า4ปี ถูกหนุ่มใหญ่เสนอตัวมารับอุปการะส่งเสีย แต่แลกล่วงละเมิศทางเพศ สุดท้ายทนไม่ไหวหนีออกมาอยู่กับร้านโจ้กชื่อดัง เข้าแจ้งความกับตำรวจหวั่นความปลอดภัย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่ศูนย์ดำรงธรรม ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายสรศักดิ์ มุทาวัน ทนายความอิสระ พร้อมด้วย นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก เดินทางนำเอกสารและหลักฐานมายืนต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมพิษณุโลก เพื่อให้ช่วยเหลือกรณีที่นายเอ ถูกนายแม็ค อายุประมาณ 50 ปี ข่มขืนกระทำชำเราทางทวารหนัก ตั้งแต่อายุ 13 ปี ประมาณปี 2556 ขณะนั้นเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 ซึ่งชายคนดังกล่าวได้ชักชวนให้นายเอไปอยู่ด้วยกันที่บ้านพัก ส่งเสียเลี้ยงดูให้ร่ำเรียนหนังสือเป็นเวลาถึง 4 ปี แต่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ มักลวนลามและชวนร่วมเพศทางทวารหนักอยู่บ่อยครั้ง จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมให้ช่วยเหลือ โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พิษณุโลก ร่วมทำการสอบด้วยเนื่องจากหวั่นเกรงถึงความไม่ปลอดภัยของเด็ก เพราะมีการพูดจาข่มขู่เอาไว้

ด้านนายสรศักดิ์ มุทาวัน ทนายความอิสระ เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพเป็นทนายความอิสระ และขายโจ๊กข้าวข้นที่ถนนพระองค์ดำ อ.เมืองพิษณุโลก ส่วนนายเอนั้นมาสมัครงานเป็นลูกจ้างของร้านขายข้าวเหนียวข้างร้านขายโจ๊กของตนเอง และเผลอได้ยินเพื่อนของนายเอพูดหยอกเย้าแซวเล่นว่า “มึงเจ็บก้นแค่นี้มึงจะทนเหรอวะ” ตนจึงเรียกนายเอมาเค้นสอบถามหาความจริง จนทราบว่าก่อนหน้าที่นายเอจะมาทำงานอยู่ที่ร้านข้าวเหนียวเคยอาศัยอยู่กับนายแม็ค และยังถูกล่วงละเมิดทางเพศอยู่เป็นประจำ ซึ่งนายแม็คจะส่งเสียให้เรียนหนังสือแต่ต้องแลกด้วยการถูกอัดถั่วดำ

นอกจากนี้ยังพบว่ายังมีการล่อลวงวัยรุ่นที่มักจะชอบไปเล่นเกมส์ในร้านอินเตอร์เน็ท หรือเด็กติดเกมส์ที่หน้าตาดีแต่ไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ ก็จะพูดจาหว่านล้อมชักชวนให้ไปอยู่ด้วยที่บ้าน มีคอมพิวเตอร์ให้เล่นเกมส์ หรือให้เงินไปเล่นเกมส์ตามความต้องการ ซึ่งเด็กหลงเชื่อก็จะไปอยู่ด้วย จากนั้นจะพูดจาหว่านล้อมให้เด็กร่วมเพศทางทวารหนัก ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายสิทธิเสรีภาพของเด็ก ตนจึงต้องการช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ จากนั้นจึงได้นำนายเอไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวนายแม็คมาสอบสวนแล้ว แต่ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ด้าน นายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี เปิดเผยว่า ตนเองอาศัยอยู่กับยายที่ไม่ใช่ยายแท้ๆ ส่วนพ่อเสียชีวิต และแม่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด ขณะนั้นอายุ 13 ปี ติดเกมส์อินเตอร์เน็ทอย่างงอมแงม และมักจะไปนั่งเล่นเกมส์ที่ร้านทุกวัน ต่อมามีนายแม็คแวะเวียนเข้ามาหาที่ร้านเกมส์ชักชวนพูดคุยให้ไปอยู่ด้วยกัน เพราะจะส่งเสียให้เรียนหนังสือและให้เงินใช้จ่ายตนจึงยินยอมไปอยู่ด้วยที่บ้าน แต่สุดท้ายกลับถูกนายแม็คบังคับข่มขืนทางทวารหนักเดือนละประมาณ 3- 5 ครั้ง

นอกจากนี้นายแม็คยังเคยชวนเด็กวัยรุ่นที่อยู่ต่างอำเภอจำนวน 3 คน มานอนด้วยที่บ้านและให้แก้ผ้าทุกคน จากนั้นก็จะใช้มือลูบคลำตามร่างกาย ส่วนครั้งสุดท้ายที่ทนไม่ไหวคือนายแม็คได้ชวนให้ตัวเองเข้าห้องไปสวดมนต์และขอมีอะไรด้วยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ตนไม่ยิมยอมจึงมีปากเสียงทะเลาะกันจนถูกขับไล่ออกจากบ้าน ก่อนจะไปหางานทำตามร้านอาหารในตัวเมืองพิษณุโลก กระทั่งเรื่องแดงเข้าหูนายสรศักดิ์ มุทาวัน ทนายความอิสระ พาเข้าช่วยเหลือตามหน่วยงานต่างๆ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง ร.ต.อ.อำนาจ อ่อนปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ในส่วนของคดีความตำรวจได้ดำเนินการไปอย่างตรงไปตรงมา ได้เรียกตัวนายแม็คมาสอบสวนแล้ว พร้อมแจ้งดำเนินคดีตามฐานความผิดข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ส่วนตัวเด็กนั้นได้ส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพุทธชินราช อยู่ระหว่างรอผลอย่างชัดเจนอีกครั้ง สำหรับการเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมนั้นก็สามารถกระทำได้ เนื่องจากอาจเกรงกลัวถึงความไม่ปลอดภัยของเด็ก และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พิษณุโลก เข้าไปดูแลเรื่องฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็ก หากพบว่ามีพยานหรือหลักฐานใดๆ เพิ่มเติม ก็จะเร่งรวบรวมหลักฐานส่งสำนวนคดีให้อัยการเพื่อฟ้องศาลต่อสู้คดีกันต่อไป

แชร์ข่าว :
Tags: