8 เทรนด์เปลี่ยนโลกธุรกิจ

10 มกราคม 2561 | โดย Think startup
16,368

ในวันที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของทุกคน แต่ละอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับตัว นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งใหม่ องค์กรใหญ่ต้องเปลี่ยนตัวเองก่อนจะถูก Disrupt 

คำว่า Digital Transformation กลายเป็นวาระสำคัญทั้งในเชิงมหภาคและการวางโรดแมพธุรกิจ เรากำลังก้าวสู่ยุคของการ Disrupt ที่อาจมองไม่เห็น เพราะกว่าจะรู้ตัววิถีของการทำธุรกิจก็เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

ต้องหทัย กุวานนท์ ผู้บริหารและผู้ก่อนตั้งบริษัทเอมสไปร์ บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจและการบริหารผลลัพท์ด้วยการโค้ช กล่าวว่า ไม่มีใครตอบได้ว่าจะต้องใช้เวลานานขนาดไหนก่อนที่ระบบนิเวศใหม่จะมีความพร้อมเพื่อทำให้เทคโนโลยีถูกนำมาใช้ในวงกว้าง 

แต่สิ่งที่พอคาดเดาได้ก็คือ “Pain” เมื่อ “Pain” ได้รับการตอบรับอย่างสอดคล้องจากเทคโนโลยีใหม่ นั่นคือบทสรุปของการเกิดระบบนิเวศใหม่ แล้วกระแสของเทคโนโลยีใหม่ๆจะเข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนอะไรได้บ้าง?

1) ธุรกิจ Retail กับ เทคโนโลยี AI และ Chatbot

จุดของการเปลี่ยนผ่านที่วันหนึ่งช่องทางออนไลน์และช่องทางหน้าร้านจะถูกเชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อ อาวุธสำคัญในการแข่งขันก็คือ Datafication หรือการใช้เทคโนโลยีในการเข้าถึงข้อมูลจำนวนมากและประมวลข้อมูล เพื่อสามารถนำเสนอสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการได้ตรงใจและง่ายที่สุด 

ธุรกิจค้าปลีกในวันนี้เป็นธุรกิจที่ต้องใช้ “Data Scientist” จำนวนมากเพื่อนำข้อมูลมาใช้ช่วงชิงความได้เปรียบ Chatbot จะกลายเป็นตัวกลางที่เชื่อมกับผู้บริโภคอย่างไร้รอยต่อ ซึ่ง Chatbot จะมีความฉลาดมากขึ้นไปเรื่อยๆ และจะเข้ามาทดแทนการสั่งสินค้าในรูปแบบเดิมๆ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาไปห้างสรรพสินค้าหรือเข้าเว็ป/แอพเพื่อหาข้อมูลเองอีกต่อไป

2) ธุรกิจ Healthcare กับ Big Data Analytics

 “Preventive Care” หรือการดูแลสุขภาพเชิงรุกมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการนำ Big Data มาใช้วิเคราะห์ และประมวลผลเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ในอุตสาหกรรม Healthcare ทำให้ได้เห็นผู้ให้บริการเก็บข้อมูลผู้ป่วยในรูปแบบ Digital Health Record และนำมาใช้เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการทางสุขภาพในหลากหลายช่องทางมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในการรักษาและดูแลผู้ป่วย

3) ธุรกิจ Banking กับ OPEN API

ด้วยสภาวะการแข่งขันและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ธนาคารจำเป็นต้องสร้างช่องทางบริการให้หลากหลายและตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น เมื่อ “Speed” ของแบงค์คืออุปสรรค ทางออกก็คือการทำ Open API เพื่อให้นักพัฒนาจากข้างนอกเข้ามาพัฒนาแอพพลิชั่นและนำไปสู่ Open Banking API ซึ่งปลายทางก็คือการทำให้เกิดช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้และบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

4) ธุรกิจ Insurance กับ IoT แม้ว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Blockchain จะได้รับความสนใจจากธุรกิจการเงินและประกัน แต่การเข้ามาของ Blockchain อาจยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรจนกว่าระบบนิเวศของผู้พัฒนาและผู้ใช้งานจะเกิดการเชื่อมต่อและมีความพร้อม 

สิ่งที่จะเกิดขึ้นเร็วและเป็นกลไกของการเปลี่ยนแปลงธุรกิจประกันในระยะเวลาอันใกล้คือ การเก็บข้อมูลลูกค้าผ่านเทคโนโลยี IoT ด้วย Connected Device ต่างๆ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการใช้งานของลูกค้ามากที่สุด ทำให้สามารถออกผลิตภัณฑ์ที่เป็น Personalized Product ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างตรงความต้องการ เช่น Pay per use หรือประกันแบบเติมเงินสำหรับประกันรถยนต์ หรือประกันสุขภาพที่จะให้สิทธิพิเศษกับลูกค้าที่ดูแลสุขภาพอย่างดีโดยการติดตามผ่าน Wearable Device การเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างใกล้ชิดจะทำให้สามารถลดความเสี่ยงและลดค่าใช่จ่ายของทั้งสองฝ่ายคือทั้งลูกค้าและบริษัทประกันได้แบบองค์รวม

5) อุตสาหกรรม Manufacturing กับ Automation ในภาคาอุตสาหกรรมการผลิต การใช้หุ่นยนต์กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่เข้าไปอยู่ในกระแสหลักของแทบทุกภาคอุตสาหกรรม เพราะ Pain ของการขาดแคลนแรงงานและต้นทุนของการใช้ทรัพยากรที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลาย อุตสาหกรรมต้องมุ่งสู่ระบบ Automation อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ อุตสาหกรรมหนักและมีมูลค่าสูงเท่านั้น องค์กรชั้นนำของประเทศล้วนวางเรื่อง Automation เป็นวาระสำคัญและคาดว่าการขับเคลื่อนเรื่อง Automation จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพและลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานซึ่งเป็นอุปสรรคของทุกธุรกิจอยู่ในขณะนี้

6) ภาคเกษตรกรรม กับ IoT และ Data Analytics  “Precision Farming” หรือเกษตรแบบแม่นยำด้วยการใช้เทคโนโลยีมาเป็นกลไกขับเคลื่อน จะเป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้มากขึ้นในวงกว้างเพื่อช่วยเกษตรกรในการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และความเสี่ยง ๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำ Sensors จำนวนมาก มาใช้เก็บข้อมูลในพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อหาโมเดลการเพาะปลูกที่เหมาะสมในการเพิ่มมูลค่าของผลผลิตและสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

7) ธุรกิจ Real Estate กับ Big Data/ Analytics  ในมุมของลูกค้า Smart Home หรือ IoT อาจช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่รวมถึงความสะดวกสบาย แต่ในมุมของธุรกิจ Real Estate ที่มีการแข่งขันสูง ทั้ง Developer และเอเยนต์ต่างพยายามนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันและแย่งชิงลูกค้า การนำ Big Data มาวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าในเชิงลึกถูกนำมาใช้เพื่อเก็บ Lead และเปลี่ยนคนเหล่านั้นให้กลายเป็นลูกค้า รวมถึงการใช้ Chatbots เพื่อช่วยในการขายและทำให้การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

8) ธุรกรรมแบบ Peer to Peer กับ Blockchain  Blockchain คือเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากแนวคิดของระบบที่ไม่มีศูนย์กลาง คือระบบการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายของผู้ใช้งานโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ถึงแม้จะมีการคาดเดาว่า Blockchain จะเข้ามา Disrupt ระบบการเงินการธนาคารของโลก แต่อาจจะต้องรอจนกว่าผู้ใช้งานและภาคอุตสาหกรรมการเงินการธนาคารมีความพร้อม 

สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นก่อน เช่น ธุรกิจพลังงาน การซื้อขายพลังงานทางเลือก เช่น Solar Energy ธุรกิจ Logistics ในยุโรปเริ่มมีการทดสอบการใช้งานโดยมอง Blockchain เป็น Internet of Logistics สร้างความโปร่งใสในการส่งต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลการให้บริการเพื่อประสิทธิภาพและต้นทุนที่ดีขึ้น

ถึงแม้กระแสของเทคโนโลยีในอีก 2-3 ปีข้างหน้า อาจจะไม่มีอะไรที่เหนือการคาดเดาแต่สิ่งที่จะเป็น “จุดผลิกผัน” ก็คือความพร้อมของระบบนิเวศในแต่ละอุตสาหกรรม ที่จะกลายเป็นตัวเร่งที่ทำให้เทคโนโลยีได้รับการบ่มเพาะจนเกิดการใช้งานอย่างแพร่หลายและเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนวิถีของธุรกิจในกระแสหลักอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว!

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง