‘ไอซ์โคโค’ ดีไซน์เพิ่มมูลค่าสู่สากล

9 มกราคม 2561 | โดย บุษกร ภู่แส
5,027

“ไอซ์ โคโค” ไอศกรีมสัญชาติไทยปรับโฉมทั้งแพคเกจจิ้งและโลโก้ เติมสีสันความทันสมัยมุ่งยกระดับเป็นแบรนด์พรีเมียม

“ไอซ์ โคโค” ไอศกรีมสัญชาติไทยปรับโฉมทั้งแพคเกจจิ้งและโลโก้ เติมสีสันความทันสมัยมุ่งยกระดับเป็นแบรนด์พรีเมียม ขานรับรสนิยมผู้บริโภคไฮเอนด์และนักท่องเที่ยว“ไอซ์ โคโค” ไอศกรีมสัญชาติไทยปรับโฉมทั้งแพคเกจจิ้งและโลโก้ เติมสีสันความทันสมัยมุ่งยกระดับเป็นแบรนด์พรีเมียม ขานรับรสนิยมผู้บริโภคไฮเอนด์และนักท่องเที่ยว


แพคเกจจิ้งดีไซน์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การหุ้มห่อสินค้าเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าแบรนด์ รวมถึงการเป็นเป็นพนักงานขายที่ไร้เสียงดึงให้ลูกค้าเข้ามาหยิบ จับสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ เช่นเดียวกับการปรับโฉม “ ไอซ์ โคโค” (IZE COCO)  เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายได้ง่ายขึ้น


พนักงานขายไร้เสียง


ธีรธัช วงศ์ศิริเดช เจ้าของแบรนด์ไอศกรีม ไอซ์ โคโค กล่าวว่า จากเดิมพี่สาวทำไอศกรีมมะพร้าวส่งตามร้านอาหาร และร้านค้าโดยใส่ถ้วยกระดาษเหมือนแบรนด์อื่นในท้องตลาด ชูจุดขายเรื่องรสชาติว่า เป็นไอศกรีมมะพร้าวที่ทำจากกะทิล้วน ไม่ผสมนม เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพเพราะไม่มีคอเลสตอรอล ดีต่อสุขภาพแต่ไม่ได้รับการตอบรับมากนัก ที่สำคัญร้านค้าไม่รับฝากขาย จึงเกิดแนวคิดในการสร้างความแตกต่างด้วยการออกแบบแพคเกจจิ้งใหม่โดยใช้เวลา 2 ปีในการพัฒนารูปทรงและออกแบบฟิล์มพันรอบแพคเกจจิ้ง  เขาอาศัยทักษะความชำนาญที่มีอยู่แล้วมาใช้ออกแบบแพคเกจจิ้งเป็นลูกมะพร้าว เสริมลายกนก ให้มีกลิ่นอายความเป็นไทยร่วมสมัย เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์จากไอศกรีมมะพร้าวธรรมดาให้กลายเป็นไอศกรีมพรีเมียม สร้างยอดขายหลักล้านต่อเดือน เมื่อห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตให้เข้าไปวางจำหน่าย

ปัจจุบันได้ขยายผลิตภัณฑ์ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ไอศกรีมผลไม้ไทย มี 3 รสชาติ มะพร้าว ทุเรียน มะม่วง ไอศกรีมแท่ง รสผลไม้มะพร้าว มะม่วง ทุเรียน สับปะรด และไอศกรีมถ้วยขนาดเล็ก ซึ่งเป็นไอศกรีมรสชาติทั่วไป เช่น สตรอว์เบอรี ช็อกโกแล็ตคุ้กกี้ วานิลาชิพ ทั้งสามกลุ่ม มีจุดเด่นในเรื่องของแพคเกจจิ้งที่สวยงาม“อนาคตจะพัฒนาแพคกิจจิ้งให้มีฟังก์ชั่นและลูกเล่นมากขึ้น แม้ว่าการออกแบบแต่ละครั้งจะต้องใช้งบประมาณขั้นต่ำ 1 ล้านบาทเพราะต้องสร้างแม่พิมพ์ขึ้นมาใหม่

 แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น 300% ส่วนหนึ่งเพราะรสชาติที่ติดตลาดอยู่แล้ว ประกอบกับแพคเกจจิ้งที่โดดเด่นทำให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานมาช่วยแนะนำสินค้า เพราะสินค้าขายได้ด้วยตัวเองทั้งหน้าตาและรสชาติ”จากจุดขายดังกล่าว ทำให้ไอซ์ โคโค กลายเป็นไอศกรีมยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาในประเทศไทยซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ แม้จะมีราคาแพงกว่าไอศกรีมในท้องตลาดก็ตาม

“จากประสบการณ์พบว่า การมีพนักงานช่วยอธิบายสินค้าไม่ช่วยในการขายเท่ากับการทำแพคเกจจิ้ง ที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการอธิบาย ที่ผ่านมามีสัดส่วนรายได้ในประเทศ 90% ลูกค้าหลักเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยว ส่วนที่เหลือ 10% เป็นตลาดต่างประเทศ หลังจากปรับแพคเกจจิ้งแล้วพบว่า ยอดขายเพิ่มขึ้น 50% และ จากเดิมขายราคา 25 บาทสามารถขยับขึ้นมาได้ 45 บาท ซึ่งลูกค้ายอมรับได้”


สยายปีกออกต่างประเทศ


 นอกจากการดีไซน์แพ็กเกจจิ้งแล้ว ไอซ์โคโค ประสบความสำเร็จมียอดขายหลักล้านใน 3 ปี ก็คือการจับกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มต่างชาติเป็นหลัก เพราะมองว่าผลไม้ไทยเป็นอะไรที่ชาวต่างชาติชื่นชอบ ดังนั้น นอกจากกระจายสินค้าไปตามร้านค้าทั่วไปและโมเดิร์นเทรดแล้วจึงวางจำหน่ายตามแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ธีรธัช เชื่อว่า การขยายตลาดให้ได้มากที่สุด จะทำให้มีอำนาจต่อรองกับโรงงานผลิต ซึ่งก็จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลงได้ธีรธัช กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดไอศกรีมผลไม้ได้รับความสนใจมากขึ้นถือเป็นเซกเมนต์ที่มีสัดส่วนเพิ่มทุกปี สังเกตได้จากปริมาณคู่แข่งเพิ่มขึ้น ในปีที่ผ่านมาจะมีไอศกรีมกะทิ ทุเรียน ฯล ออกมาจำนวนมากจึงเป็นโอกาสที่ดีของแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดก่อน ต่อจากนี้มีแผนที่จะเปิดร้านให้ลูกค้าได้มานั่งรับประทานเพื่อสร้างการรับรู้มากขึ้น จากที่ผ่านมาขายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมกันนี้เตรียมศึกษาการเปิดแฟรนไชส์สำหรับเป้าหมายของไอศกรีมไอซ์โคโค คือ ต้องการส่งออกในแถบเอเชียก่อนไปตลาดยุโรป ล่าสุดไปจำหน่ายที่สิงคโปร์ ผ่านซี.พี.อินเตอร์เทรด กำลังขยายไปยังตลาดในประเทศจีนที่มีกำลังซื้อและมีกำลังในการบริโภคสูง

  • 1/5
  • 2/5
  • 3/5
  • 4/5
  • 5/5
แชร์ข่าว :
Tags: