เรื่องต้องรู้ ‘ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น’

5 มกราคม 2561
7,136

ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ไม่ใช่แค่เรื่องของยุคสมัยหรือคำพูดฮิตติดปาก ผู้บริหารธุรกิจต่างตื่นตัวให้ความสนใจในนวัตกรรมเทคโนโลยีว่าเป็นส่วนสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจ

การ์ทเนอร์ชี้ว่า ผู้บริหารระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหารจำนวนมากเริ่มมองเห็นความสำคัญของระบบไอที จากเดิมที่มีความสำคัญอยู่เพียง 19% ในระหว่างปี 2559 เมื่อถึงปี 2560 เพิ่มขึ้นมาที่ 31% เนื่องมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์และแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อเข้าหากัน ทำให้หลายบริษัทต้องปรับตัวเองทั้งด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการทำงานโดยเฉพาะการก้าวสู่โลกดิจิทัล

แซบบี้ กิลล์ รองประธานกรรมการบริหารระหว่างประเทศ เอพิคอร์ ซอฟต์แวร์ มีมุมมองว่า  การเปลี่ยนแปลงในผู้ผลิตแต่ละรายย่อมมีความแตกต่างกันไป บางรายอาจจะมีการนำเอาเทคโนโลยีล่าสุดในเวลานั้นมาใช้ อาทิ เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ระบบ 3 มิติ, หุ่นยนต์, ระบบเซนเซอร์ หรือปัญญาประดิษฐ์ แต่บางรายก็จะเป็นรูปแบบผู้ผลิตหัวโบราณ ดังนั้นการที่จะเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ย่อมเชื่องช้า สำหรับหลายรายนั้น การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกดิจิทัลนั้น คือ การประยุกต์เปิดรับแนวทางอินดัสตรี 4.0 ที่เครื่องมือเครื่องจักรในสายการผลิตถูกจัดการให้อยู่ในระบบการทำงานควบคุมแบบออนไลน์, เชื่อมต่อ และมีความสามารถในการตัดสินใจในหลายๆ เรื่องที่กำหนดไว้ได้ด้วยตัวเอง

ในความเป็นจริงของกระบวนการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกดิจิทัลนั้น ยังต้องเผชิญกับทางเลือกมากมาย ที่เมื่อตัดสินใจเลือกไปแล้วนั้น ผลที่ตามมาอาจจะทำให้ธุรกิจก้าวหน้า หรือล้มหายตายจากไป แต่ทุกคนย่อมรู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่เคยง่าย ต้องคิดอยูเสมอว่าจะเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และมีต้นทุนในการดำเนินการเท่าใด หรือต้องรู้ตัวว่ามีประสบการณ์ หรือความอดทนต่อระยะทางในการเปลี่ยนแปลงได้เพียงใด อีกทั้งยังต้องประสบปัญหาใดบ้าง หากเลือกที่จะทนทำในแบบ “เดิม” 

สำหรับ เรื่องที่ควรคำนึงถึงซึ่งจะสามารถช่วยหลายองค์กรสามารถเผชิญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัล กุญแจสำคัญอยู่ที่ การมุ่งเน้นไปในจุดที่ถูกต้องเป็นสำคัญ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลยุคใหม่นั้นเน้นไปที่การช่วยให้การดำเนินธุรกิจดีขึ้นและสอดประสานกับของเดิมอย่างไร้รอยต่อและกลายเป็นกระบวนการทำงานปกติได้ง่ายขึ้น ซึ่งทั้งหมดนั้นจะช่วยให้ธุรกิจดำรงขีดความสามารถในการแข่งขันและผลักดันให้เกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง การมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลสามารถก่อให้เกิดประโยชน์และมูลค่าสูงสุดในการเติบโต

ตัวอย่างเช่น ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตการสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขั้นจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการผลิต และบางครั้งถึงขนาดต้องเปลี่ยนไปถึงรูปแบบการทำธุรกิจกันเลยทีเดียวหรืออาจจะเรียกว่าได้ว่าเป็น บริการภิวัตน์ เป็นต้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นจะนำมาซึ่งความสามารถในการพัฒนาตัวองค์กรให้สามารถสร้างบริการหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่

ค้นหาจุดยืน

กิลล์บอกว่า การลงทุนในเทคโนโลยีถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น แต่แม้จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับธุรกิจ บางครั้งเรื่องที่ว่า ทำน้อยได้มาก ก็ยังใช้ได้เสมอ การนำเอาเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้จะช่วยให้สามารถพัฒนาธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว แต่การเลือกเอาเทคโนโลยีมาใช้กับอีเทคโนโลยีก็สามารถจะฆ่ากันเองได้ การเปิดกว้างสู่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ ถือเป็นข้อที่บริษัทต่างๆ ทั่วโลกควรรับไว้พิจารณา

จากผลสำรวจบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงนั้นมีการลงทุนกับเทคโนโลยีในอัตราสูงเช่นกันในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ผลักดันให้เกิดผลิตผลที่สูงขึ้นและสร้างความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ

พร้อมกันนี้ ต้องพิจารณาว่าบนเส้นทางการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกดิจิทัลนี้ จุดยืนของบริษัทอยู่ที่ตรงไหน การขยายการใช้งานเทคโนโลยีภายในองค์กรไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะต้องโตตามไปด้วย บางครั้งจะดีเสียกว่าหากว่ามีโซลูชั่นเท่าที่จำเป็นไม่กี่ตัวสำหรับใช้งาน แต่ได้ประโยชน์กว่าการมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่สิ่งนี้จะท้าทายระดับผู้บริหารธุรกิจในการเลือกเทรนด์ด้านเทคโนโลยีที่ดีและโซลูชั่นที่ใหม่ที่สุด มาใช้ในการเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด

พึงตระหนักว่า ไม่ใช่ทุกคนในองค์กรจะรู้สึกดีไปกับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกดิจิทัล สังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงได้ไวกว่าสิ่งที่ องค์กรธุรกิจ จะปรับได้ทัน จริงอยู่ที่ไอทีเข้ามาสร้างโอกาสที่จะเชื่อมโยงกับลูกค้าและปรับให้กระบวนการดำเนินธุรกิจภายในนั้นดีขึ้น แต่ก็มีเพียงธุรกิจที่ยืดหยุ่นพอที่จะสามารถเปลี่ยนและปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลยุคใหม่เหล่านี้ได้

โดยแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรมก็จะมีวิถีการที่แตกต่างกันไป แต่อย่างน้อยก็ต้องการการอธิบายและสร้างความเข้าใจกับพนักงานและมีความเห็นชอบด้วยที่จะเริ่มสิ่งนี้ไปด้วยกัน นั่นหมายถึงว่าสิ่งนี้ต้องได้รับฉันทามติระหว่างเทคโนโลยีดิจิทัลกับที่ประชุมของคนทุกระดับในองค์กร ต้องมีผู้นำหรือหัวหน้าที่มีแนวความคิดที่ดีและถูกต้อง และมีความกระตือรือร้นที่จะนำทุกคนในกระบวนการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล

อย่าหวังกำไรข้ามคืน

เขากล่าวว่า ไม่มีข้อมูลที่ดีถ้าไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร มีหลายบริษัทที่เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลได้ทำการนำข้อมูลและสาระสำคัญต่างๆ เข้ามาใช้ในฐานะหัวใจของธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการ และหลายองค์กรก็ต้องตกใจเพียงแค่ได้เห็นว่ามีปริมาณข้อมูลข่าวสารมากเพียงที่ทิ้งสะเปะสะปะไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง ดังนั้น ในกระบวนการใช้งานข้อมูลยุคใหม่ จะทำให้องค์กรพบช่องทางในการเปลี่ยนข้อมูลธรรมดาเหล่าน้นไปเป็นข้อมูลเชิงลึก ที่เหมือนเป็นเชื้อเพลิงบนถนนของการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล อาทิ การปรับปรุงข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้สามารถตัดสินใจในการทำธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

ฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ชพบว่ามากกว่า 70% ของผู้มีอำนาจตัดสินใจวางแผนหรือกำลังศึกษากับการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจมากขึ้น เพื่อปลดล๊อคมูลค่าที่แฝงอยู่ในข้อมูลเชิงธุรกิจที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจกระจายสินค้าในปัจจุบัน

"การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลนั้นไม่ได้สร้างกำไรได้ภายในเวลาชั่วข้ามคืน การเปลี่ยนแปลงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสร้างความเติบโตเพื่อเป้าหมายที่ชัดเจน การเปลี่ยนแปลงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้ทุกวันนี้จะเป็นในด้านการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญก็คือการทำให้เห็นได้ว่าคุณสามารถรับมือบริหารจัดการกับสิ่งนั้นได้ในเวลาอันสั้น" 

จากการสำรวจ 76% ของกลุ่มบริษัทที่เติบโตในระดับสูงมักจะนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อความมั่นคงของธุรกิจ โดยที่มี 49% ของกลุ่มบริษัทที่เติบโตในอัตราต่ำกว่านั้นที่ทำเช่นเดียวกัน และในยุคที่นวัตกรรมถูกผลักดันจากความคาดหวังจากลูกค้า ธุรกิจที่กำลังโตต่างตั้งเป้าหมายระยะสั้นจากนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจไว้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเพื่อสร้างความเติบโตของธุรกิจ

ลงทุนรับตลาดเปลี่ยน

เอพิคอร์ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลเป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยน แต่จะไม่เป็นภูมิคุ้มกันในการแข่งขัน แม้ว่าผู้บริหารธุรกิจจะไม่เคยที่จะให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกดิจิทัลมาก่อน แต่สภาวการณ์ปัจจุบันนั้น พบว่าปัจจัยสำคัญที่นำสู่การเปลี่ยนแปลงคือ การมีศักยภาพในมือที่จะเปลี่ยนโอกาสที่เกิดขึ้นให้กลายเป็นความได้เปรียบเชิงการแข่งขันด้วยการเปลี่ยนเข้าสู่โลกดิจิทัลนั่นเอง ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่ต้องมาจากผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้ชี้นำให้นำเอาระบบที่ยืดหยุ่นอย่างเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีที่พวกเขามีส่วนร่วมกับลูกค้าของตน

การ์ทเนอร์ยังได้ชี้ให้เห็นอีกว่า เทคโนโลยีจะเข้ามาปรับรูปแบบกลยุทธ์ทางธุรกิจให้เปลี่ยนไป แต่ปัจจัยที่จะเปลี่ยนตลาดได้นั้นยังคงเป็นปัจจัยทางการเมืองและการเงิน การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมทำให้ผู้คนมีส่วนร่วม ช่วยให้ธุรกิจสามารถลงสู่พื้นที่และขยายตลาดไปสู่พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใหม่ๆ ด้วยทรัพยากรเพียงเล็กน้อย และทำให้วงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้นกว่าที่เคย

สำคัญต้องมีมากกว่าเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับการสื่อสารและทำงานร่วมกันระหว่างแผนกและฝ่ายงานต่างๆ ในการเริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นดิจิทัล ต้องมองธุรกิจจากภายในออกมาสู่ภายนอก นั่นคือต้องคำนึงถึงเครื่องมือและระบบที่ใช้งานอยู่แต่เดิมว่าเป็นระบบใด หรือมีเครื่องมือใดจากระบบนั้นที่ยังคงทำงานได้ดีอยู่ และมีสิ่งใดที่ไม่ได้เป็นอย่างที่ควรจะเป็น และมีวิธีการใดบ้างที่สามารถปรับเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่เทคโนโลยีถูกเลือกเหนือทุกสิ่งแล้ว ก็อาจจะกลายเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการตัดขาดการสื่อสารกับพนักงานในองค์กรครั้งใหญ่ สุดท้ายก็จะกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่องค์กรนั้นต้องพยายามแก้ไขให้จบลงได้

อาจจะมีบางครั้งที่การลงทุนลงแรงแยกทำสิ่งนี้จะเกิดผลออกมาดีมาก แต่สุดท้ายแล้วก็ยังต้องแยกออกจากกันอยู่ดี แนวทางแก้ไขใหม่ในเรื่องนี้ต้องสามารถที่จะจัดการกับเรื่องใหญ่ที่สุด คือ การจัดการภายในองค์กร ได้แก่ ขั้นตอนการทำงาน, โครงสร้างและวัฒนธรรม หรือต้องสามารถปรับตัวให้เข้าไปกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องคำนึงถึงเรื่องว่าจะสื่อสารอย่างไรทั้งจากภายในองค์กรและออกไปสู่ลูกค้า จุดแข็งและจุดอ่อนของทีมงานและทักษะที่เหมาะในแต่ละหน้าที่และต้องรู้ว่าองร์กรนั้นต้องการพรักงานที่มีทักษะทางด้านดิจิทัลมากกว่านี้หรือไม่ และยังต้องการรับคนเข้ามาเพิ่มสำหรับกระบวนการนี้หรือไม่

นอกจากนี้ ลูกค้าไม่สนใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลของคุณ แต่พวกเขาต่างคาดหวังว่าจะต้องบังเกิดขึ้น แนวโน้มในการเปลี่ยนสู่โลกดิจิทัลนั้นส่งผลกระทบในทุกๆ ส่วนธุรกิจและไม่เคยลดน้อยลง และคู่แข่งของคุณก็เผชิญสภาพเดียวกันกับคุณอยู่เหมือนกัน แถมการเริ่มต้นนั้นก็เป็นเหมือนกับจ่อปืนมาที่โลกของธุรกิจคุณ ส่วนลูกค้าเองก็คาดหวังว่าธุรกิจของคุณก็กำลังเข้าสู่เส้นทางของการเปลี่ยนแปลงสู่โลกดิจิทัลเพราะพวกเขาก็กำลังทำเช่นเดียวกัน และพวกเขาก็อยากให้ธุรกิจของคุณนั้นเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางสู่ดิจิทัลไปด้วยกัน

เพื่อทำให้กระบวนการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลนั้นเกิดขึ้นได้ บริษัทที่มีอัตราเติบโตสูงจะไม่ได้แค่พูดถึงเรื่องแนวคิดของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เท่านั้นแต่พวกเขาจะลงทุนไปกับมันด้วย จากการสำรวจบริษัทที่เติบโตในอัตราสูงถึง 88% วางแผนที่จะลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างชัดเจนในปีนี้ แถมกลุ่มที่เติบโตช้าถึง 49% ก็มีการลงทุนด้วยเช่นเดียวกัน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง