รวมสุดยอดเหตุการณ์กีฬาโลก2017(ตอนที่2)

2 มกราคม 2561
1,271

ไม่ทันไรปี 2017 ก็ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับการมาถึงของปีใหม่ 2018 หลายคนยังรู้สึกว่าปีที่ผ่านมาช่างผ่านไปรวดเร็วเสียเหลือเกิน บางสิ่งที่ตั้งเป้าไว้ สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง มัวแต่คิดแต่ไม่ยอมลงมือบ้างก็มี

 อย่างไรก็ตามสำหรับวงการกีฬาในรอบปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอีกปีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตา โดยวันนี้จะขอยก 6 เหตุการณ์สำคัญของแต่ละวงการที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน มาประมวลให้แฟนๆ ได้รำลึกกับความสำเร็จเหล่านั้นกันอีกครั้ง

“นาดาล” ซิวเฟรนช์ โอเพ่น

    ขึ้นแท่นเป็นนักเทนนิสคนแรกในยุคโอเพ่นที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการเดียวได้ถึง 10 สมัย สำหรับ ราฟาเอล นาดาล นักหวดชาวสเปน โดยจาก 4 แกรนด์สแลม เจ้าตัวฟาดไปแล้ว 15 โทรฟี
    นาดาล ผงาดแชมป์เทนนิส “เฟรนช์ โอเพน 2017” แกรนด์สแลมลำดับ 2 ของปี หลังหวดเอาชนะ สแตน วาวิงกา คู่แข่งชาวสวิส ขาดลอย 3-0 เซต 6-2, 6-3 และ 6-1 ณ สังเวียนโรลังด์ การ์โรส์ กรุงปารีส ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 10 แถมยังไม่เสียเซตเลยตลอดทั้งทัวร์นาเมนท์ โดยแกรนด์สแลมเฟรนช์ โอเพ่น ถือเป็นทัวร์นาเมนท์ที่สุดพิเศษสำหรับนาดาล ซึ่งหลังได้ลงแข่งครั้งแรกในปี 2005 ก็คว้าแชมป์ได้ทันทีและปราชัยแค่ 2 แมทช์ในรายการนี้
    นักหวดชาวสแปนิช กล่าวว่า “ผมพยายามเต็มที่ทุกทัวร์นาเมนท์ แต่ความรู้สึกของที่นี่ยากเกินกว่าจะอธิบายและเปรียบเทียบกับที่อื่นๆ นี่เป็นทัวร์นาเมนท์ที่มีความหมายมากที่สุดตลอดการเล่นอาชีพและมันจะอยู่ในหัวใจของผมเสมอ”

“ออสตาเพนโก” สาวน้อยมหัศจรรย์

    ข้ามมาดูที่ฝ่ายหญิงซึ่งถือว่าเกิดแชมป์หน้าใหม่ชนิดที่ไม่มีแฟนลูกสักหลาดคนไหนจะคาดคิดมาก่อน แถมยังเป็นนักเทนนิสที่ไม่ใช่มือระดับท็อป 5 ของโลก
    เยเลนา ออสตาเพนโก สาวน้อยวัย 20 ปี สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่ลัตเวีย บ้านเกิด ด้วยการเป็นนักเทนนิสคนแรกที่คว้าแชมป์เมเจอร์รายการใหญ่อย่างแกรนด์สแลมเฟรนช์ โอเพ่น ได้สำเร็จ
    นักหวดดาวรุ่งลัตเวียลงเล่นรายการนี้โดยไม่ได้เป็นมือวางเหมือนบิ๊กเนมรายอื่น แต่กลับสามารถล้มตัวเต็งอย่าง ซิโมนา ฮาเลป ในรอบชิงชนะเลิศ 2-1 เซต 4-6, 6-4, 6-3 แถมยังดับฝันการปลดล็อกคแชมป์แกรนด์สแลมแรกของนักหวดรุ่นพี่ชาวโรมาเนียอีกด้วย

เจ้ายุโรปสมัยที่ 12

    หากเอ่ยถึงเจ้าแห่งสโมสรลูกหนังบนเวทียุโรปไม่มีทีมไหนจะประสบความสำเร็จเท่ากับ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีลาลีกา สเปน อีกแล้ว โดยเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ณ สังเวียนมิลเลนเนียม สเตเดี้ยม กรุงคาร์ดิฟฟ์ของเวลส์ ลูกทีม ซีเนอดีน ซีดาน ทำในสิ่งที่น้อยทีมจะทำได้แบบพวกเขา
    2 ประตูของ คริสเตียโน โรนัลโด ซึ่งเกมนั้นได้รับเลือกให้เป็น “แมน ออฟ เดอะ แมทช์” บวกกับลูกยิงไกลของ คาเซมิโร และประตูปิดกล่องของ มาร์โก อเซนซิโอ ช่วยให้ เรอัล มาดริด เอาชนะ ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีกัลโช เซเรีย อา ไปด้วยสกอร์ 4-1 คว้าแชมป์สมัยที่ 12 แถมยังเป็นแชมป์สมัยที่ 3 ในรอบ 4 ปี นอกจากนี้ยังเป็นทีมแรกในรอบ 27 ปี ที่สามารถป้องกันแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จต่อจากเอซี มิลาน ที่เคยทำไว้เมื่อปี 1990

โมนาโกแชมป์ลีกรอบ 17 ปี

    ความสำเร็จของเรอัล มาดริด ยิ่งใหญ่สมราคาทีมระดับโลก ขณะเดียวกันในลีกเอิง ฝรั่งเศส โมนาโก ที่เกือบสร้างเซอร์ไพรส์ทะลุเข้าชิงชนะเลิศถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่สุดท้ายต้องอกหักถูกยูเวนตุส เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศเสียก่อน
    อย่างไรก็ตามด้วยกลุ่มนักเตะแกนหลักดาวรุ่งตอนนั้นต่างสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คิเลียน เอ็มบัปเป นำทัพแนวรุก โตมัส เลอร์มาร์ และแบร์นาโด ซิลวา ช่วยกันปั้นเกมแดนกลาง ติมูเอ บากาโยโก คอยตัดเกมกับฟาบินโญ ทำให้พวกเขาสามารถปลอบใจตัวเองด้วยการกลับมามุ่งมั่นสร้างผลงานในประเทศจนเข้าป้ายคว้าแชมป์ลีกไปครองชนิดตบหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง ปารีสต์ แซงต์ แชร์กแมง ที่ใช้เงินก้อนโตแต่จบเพียงตำแหน่งรองแชมป์ แถมยังเป็นแชมป์ในรอบ 17 ปีของทีมนับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ทำได้เมื่อปี 2000
    นอกจากนี้ตั้งแต่ลูกทีมของเลโอนาร์โด ชาร์ดิม แซงขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงในเดือนมกราคม พวกเขาไม่เคยหล่นจากอันดับ 1 แม้แต่ครั้งเดียว ก่อนจัดการทุบชนะ แซงต์ เอเตียน 2-0 ในนัดรองสุดท้าย การันตีตำแหน่งแชมป์ให้อุ่นใจ

“วอร์ริเออร์ส” สอยแชมป์เอ็นบีเอ

    โกลเดน สเตท วอริเออร์ส ผงาดคว้าแชมป์เอ็นบีเอ ได้สำเร็จหลังเปิดรังเอาชนะ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ปิดซีรีส์ด้วยสกอร์ 4-1 เกม
    “นักรบทองคำ” สามารถการันตีแชมป์ได้สำเร็จในเกมที่ 5 หลังจากพวกเขาปิดซีรีส์ด้วยการเปิดรังโอราเคิล อารีนา ชำระแค้น คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ไป 129-120 ซึ่งจากผลดังกล่าวทำให้ วอร์ริเออร์ส คว้าแชมป์เอ็นบีเอไปครองเป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปีหลังสุด และเป็นแชมป์สมัยที่ 5 ของทีม แถมยังเป็นการชำระแค้น คาวาเลียร์ส คู่ปรับที่เคยพ่ายในรอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 2016
    ซีซั่นนั้นถือว่าเป็นปีทองของทีม “นักรบทองคำ” เลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีฟอร์มการเล่นที่สุดยอด และสร้างสถิติต่างๆ ขึ้นมากมายจนจบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ในที่สุด โดยรอบเพลย์ออฟพวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เริ่มจากการถล่ม พอร์ทตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส ทีมอันดับ 8 ของโซน 4-0 เกม ต่อด้วย ชนะ ยูทาห์ แจซซ์ ทีมอันดับ 5 ไปอีก 4-0 เกม รวมไปถึงรอบชิงแชมป์สายที่พวกเขาอัด ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส ทีมอันดับ 2 ไปอีก 4-0 เกม ผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศพร้อมกับทำให้พวกเขาเอาชนะในรอบเพลย์ออฟได้ 12 เกมรวด

แชมป์หน้าใหม่กอล์ฟยูเอส โอเพ่น

    อาจเรียกได้ว่าปี 2017 เป็นปีที่มีแชมป์หน้าใหม่เกิดขึ้นหลายวงการ โดยหลังจาก เยเลนา ออสตาเพนโก นักหวดดาวรุ่งลัตเวีย ซิวแชมป์เทนนิสแกรนด์สแลม “เฟรนช์ โอเพ่น” แบบพลิคล็อกแล้ว ในวงการกอล์ฟก็ได้เกิดแชมป์เมเจอร์หน้าใหม่อีกเช่นกัน
    บรูคส์ โคปกา ชื่อนี้หากไม่ใช่คนในวงการแล้วก็ยากที่จะหาใครคุ้นชื่อของสวิงหนุ่มอเมริกันรายนี้ โดยในการแข่งขันวันสุดท้ายโปรวัย 27 ปี ทำ 3 เบอร์ดีติดที่หลุม 14, 15, 16 ก่อนจบที่มีเพิ่ม 5 อันเดอร์พาร์ 67 สกอร์รวม 16 อันเดอร์พาร์ 272 คว้าแชมป์กอล์ฟ ยูเอส โอเพ่น 2017 ไปครองพร้อมกับเป็นแชมป์เมเจอร์แรกในชีวิต อีกทั้งยังเป็นการคว้าแชมป์ด้วยสกอร์ต่ำสุดเป็นสถิติเท่ากับ รอรี แม็คอิลรอย ที่ทำไว้เมื่อปี 2011 ในสนามพาร์ 71

ไทเกอร์ วูดส์ โดนจับ

    เมื่อเอ่ยถึงวงการกอล์ฟแล้วก็อดจะไม่พูดถึงอดีตโปรหมายเลข 1 ของโลกอย่าง ไทเกอร์ วูดส์ ไม่ได้ แต่ปีที่ผ่านมาอาจไม่นับว่าเป็นปีที่ดีเท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่จะคุ้นชินกับข่าวที่หนักไปในแง่ร้ายเสียมากกว่า
    เจ้าของฉายา “พญาเสือ” ถูกตำรวจแถบจูปิเตอร์ เมืองปาล์มบีช เคาน์ตี รัฐฟลอริดา ของสหรัฐ รวบตัวในข้อหาเมาแล้วขับ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังพบว่าเขาขับรถยนต์ส่ายไปมาอย่างน่ากลัว จนเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยเมาแล้วขับ พร้อมนำไปควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำเขตปาล์มบีช ก่อนที่เขาจะได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา
    วูดส์ แถลงถึงข่าวฉาวที่เกิดขึ้นกับตนว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการรับประทานยาที่แพทย์สั่งปะปนกันหลายชนิดทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงที่เขาเองก็คาดไม่ถึง
    อย่างไรก็ตามหลังจบเหตุการณ์นั้นแล้ว ชีวิตเจ้าตัวก็ค่อยๆ กลับมาเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง หลังจากสามารถกลับมาคืนวงสวิงได้อีกครั้งในรอบ 9 เดือน เมื่อกลับมาลงแข่งกอล์ฟพีจีเอ ทัวร์ รายการ “ฮีโร่ เวิลด์ ชาลเลนจ์” ที่เกาะบาฮามาส แถมเจ้าตัวยังทำผลงานได้น่าพอใจทีเดียวเมื่อสามารถจบด้วยอันดับท็อป 10 บนตารางคะแนน

    สังเกตได้ว่าปีที่ผ่านมามีแชมป์หน้าใหม่แต่ละวงการผงาดขึ้นมาครองความสำเร็จแบบไม่มีใครคาดคิดอยู่หลายคน ขณะที่ในปีนี้ก็ต้องมาลุ้นกันจากที่เคยเป็นแชมป์หน้าใหม่จะรักษาผลงานและความสำเร็จที่เคยสร้างมาไว้ได้หรือไม่

แชร์ข่าว :
Tags: