เตือน!รัฐบาลคสช.ระวังคน(จน) ลุกฮือจากปัญหาปากท้อง

18 ธันวาคม 2560
14,487

หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ ขอรัฐบาล คสช. เร่งพยุงปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเร่งด่วน ชี้ปากท้องคนจนเป็นเรื่องสำคัญ ยอมรับประชาชนมีเพียงพอกิน แต่ปัจจุบันดำรงชีพด้วยความยากลำบาก และให้เร่งคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน เตือนระวังคนลุกฮือเพราะปัญหาความยากจน

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ นายชิงชัย มงคลธรรม หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ ได้ออกมาพูดคุยกับสื่อมวลชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ครั้งแรก ภายหลังจากที่คณะ คสช. ยึดอำนาจ เมื่อปี 2557 และบริหารประเทศภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการกำกับดูแลของ คสช. ซึ่งเกือบ 3 ปีที่นายชิงชัย มงคลธรรม หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ เก็บตัวเงียบและยุติการวิจารณ์ทางการเมือง แต่การออกมาพูดคุยครั้งนี้นายชิงชัยฯ ให้เหตุผลถึงปัญหาภาวะเศรษฐกิจในเรื่องของปากท้องเป็นสำคัญเพราะกำลังกระทบโดยตรงต่อประชาชนทั่งประเทศ และได้เตือนให้รัฐบาลระวังกระแสการต่อต้านของกลุ่มคนล้าหลังเพราะเชื่อว่าปัจจุบันรัฐบาลกำลังผิดพลาดทางงานบริหารจนเกิดความล้มเหลวทั้งที่มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

นายชิงชัย มงคลธรรม หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่รัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องเร่งแก้ไขนั่นคือปัญหาเรื่องของปากท้องความเดือดร้อนของประชาชนและการจัดการให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย เพราะเหตุแห่งการยึดอำนาจนั่นคือปัญหาทางการเมืองซึ่งการยึดอำนาจเมื่อปี 2557 ในครั้งนั้น ยอมรับว่าไม่มีประชาชนออกมาต่อต้านเพราะเชื่อมั่นว่า คณะ คสช. จะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน แต่เมื่อเวลาผ่านไปต้องยอมรับว่าประชาชนทั่วประเทศได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจทั้งที่เป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์แต่ประชาชนกลับไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอยขาดสภาพคล่องผลผลิตทางการเกษตรทุกชนิดตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นยางพารา หรือแม้กระทั่งข้าวที่ควรจะสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศได้

“ตนขอบอกว่าวันนี้ประชาชนในทุกครัวเรือนนั้นมีข้าวกินพอเพียง อย่างภาคอีสาน มีปลาร้า มีข้าวก็อยู่ได้ แต่ในข้อเท็จจริงประชาชนไม่มีเงินตกอยู่ในภาวะเป็นหนี้เป็นสิน และนับวันจะทวีความรุนแรงเพราะทุกคนอยู่ภายใต้อำนาจของ คสช. ที่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล จึงยอมอยู่อย่างสงบนิ่ง แต่เมื่อคนไม่มีเงินใช้ รัฐบาลก็ต้องระวังปัญหาการลุกฮือของคนจน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ล้าหลัง”

หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ กล่าวต่อไปว่า ในการคืนอำนาจประชาธิปไตยนั้นยิ่งหลงทางเพราะการยึดอำนาจเป็นการให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำให้ประเทศชาติเกิดประชาธิปไตย แต่มาในวันนี้สิ่งที่เห็นกลายเป็นการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ไม่ต่างจากการทำงานของรัฐบาลทั่วไป แต่สิ่งที่ต่างกันไปนั่นก็คืออำนาจในการกำหนดกฎหมายหรือร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากระบบเผด็จการทางการเมืองที่ยังคงแฝงตัวอยู่ในปัจจุบัน

“ตนมองว่าวันนี้คือโอกาสเพราะ รัฐบาล มีดาบในมือที่ดีอยู่แล้วก่อนที่จะดำเนินการหรือตัดสินใจทำอะไรควรที่จะทบทวนให้รอบครอบเพราะหากไม่รู้ก็ควรที่จะปรึกษา เพราะการเรียนรู้ในเรื่องของประชาธิปไตยหรือประชาชนนั้นเป็นการเรียนที่ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะทุกอย่างเกี่ยวเนื่องกับการบริหารนั่นก็คือประชาชนจะต้องได้รับโอกาสได้รับสวัสดิการในด้านต่างๆที่ดี ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับเจตนาและการลงมือปฏิบัติ โดยเฉพาะการมาประกาศให้จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นพื้นที่การแก้ไขปัญหาความยากจนก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ในขณะที่ข้อเท็จจริงประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมก็ยังไม่ได้รับเงินชดเชยประชาชนจึงมองในเรื่องของเจตนาที่ต้องรีบทำ เพราะหากไม่ทำก็จะทำให้ประชาชนที่รัก รัฐบาล เสียใจได้”

คลิปข่าว

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง