เที่ยวตลาดน้ำฯพัทยา นั่งอีวีสะเทินน้ำสะเทินบก

18 ธันวาคม 2560 | โดย ลักษณ์ วุฒิศักดิ์
3,055

ขวบปีที่ 10 ของตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างจุดขายที่แตกต่างด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาคิดค้นขึ้น ทั้งเรือสะเทินน้ำสะเทินบกและรถสะเทินน้ำสะเทินบกพลังงานไฟฟ้าที่นำมาบริการนักท่องเที่ยว

ขวบปีที่ 10 ของตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างจุดขายที่แตกต่างด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาคิดค้นขึ้น ทั้งเรือสะเทินน้ำสะเทินบกและรถสะเทินน้ำสะเทินบกพลังงานไฟฟ้าที่นำมาบริการนักท่องเที่ยว ล่าสุดเตรียมเปิดตัวยานยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมด้วยแผนพัฒนาศูนย์จัดแสดงนวัตกรรมและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่จะนำหุ่นยนต์มาให้บริการที่เมืองพัทยา


มนัส มีพงษ์ ประธานบริหารบริษัท ตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) จำกัด มีเป้าหมายจะพัฒนาสินค้านวัตกรรมแบรนด์ไทยที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ขณะเดียวกันนวัตกรรมนั้นต้องส่งเสริมวัฒนธรรมท่องเที่ยวได้ด้วย กระทั่งได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการพระราชดำริด้านพลังงาน จึงเกิดเป็นสิ่งประดิษฐ์สะเทินน้ำสะเทินบกพลังงานไฟฟ้า ลดการปล่อยมลภาวะภายในตลาดน้ำฯ แห่งนี้


“ผมตั้งเป้าว่าปี 2561 จะแถลงเปิดตัวรถพลังงานไฟฟ้าขนาด 4 ที่นั่ง ความเร็ว 120-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาและมีความคืบหน้า 80-90% ความท้าทายหรือความยากอยู่ที่แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานโดยนำสเกลเวลาการเติมน้ำมันมาเทียบ ก็ได้วิจัยพัฒนาโดยเน้นระยะเวลาการชาร์จแบบควิกชาร์จจะต้องไม่เกิน 10 นาทีเท่ากับการเติมน้ำมัน” มนัส กล่าวและว่า หากสำเร็จแล้วแผนการต่อไปก็จะทำรถสะเทินน้ำสะเทินบกพลังงานไฟฟ้า


มนัสโฟกัสการพัฒนานวัตกรรมให้กับยานพาหนะ เพราะสามารถใช้ส่งเสริมกิจกรรมนำเที่ยวภายในตลาดน้ำฯ ซึ่งสร้างบรรยากาศจำลองวิถีชีวิตริมน้ำของคนไทย ทั้งยังมีพื้นที่บนบกจัดแสดงโครงการพระราชดำริ โมเดลเศรษฐกิจพอเพียงและหมู่บ้านวิถีไทย จึงเป็นจุดเริ่มการพัฒนาเรือสะเทินน้ำสะเทินบก ทั้งยังนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี 2554


“โมเดลของเรือมาจากเรือเอี้ยมจุ๊นของคุณตา ซึ่งเป็นกำนันและเป็นพ่อค้านำสินค้าขึ้นล่องค้าขายทางน้ำระหว่างท่าเตียนกับอยุธยาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็นำมาปรับปรุงใหม่ใส่เครื่องยนต์และล้อด้านหน้า 1 ล้อ ด้านหลัง 2 ล้อ ที่จะพับเก็บอัตโนมัติเมื่อลงน้ำ ควบคุมด้วยระบบไฮดรอลิกส์ จุดประสงค์เริ่มแรกสร้างเพื่อต้องการโชว์ที่ตลาดน้ำฯ เป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวเมืองพัทยา”


เรือสะเทินน้ำสะเทินบกลำแรกที่ประดิษฐ์โดยฝีมือคนไทยนี้ ใช้ทุนพัฒนาลองผิดลองถูกประมาณ 4 ล้านบาท มีขนาดความกว้าง 5 เมตร ยาว 9 เมตร และสูง 4 เมตร มี 2 ระบบ สามารถวิ่งได้ทั้งในน้ำและบนบกแล้วแต่สถานการณ์ บรรจุผู้โดยสารได้ 30 ที่นั่ง และรับน้ำหนักได้มากถึง 7 ตัน ปัจจุบันสร้างขึ้นมาทั้งหมด 4 ลำนำมาให้บริการนักท่องเที่ยว โดยลำล่าสุดพัฒนาให้มีความสมบูรณ์ที่สุดทั้งเรื่องน้ำหนักที่เบา โครงสร้างแข็งแรงขึ้น มีความคงทนและลดแรงเสียดทานได้ดี


ขณะที่เรือสะเทินฯ เป็นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเครื่องยนต์และระบบไฮดรอลิกส์ ส่วนรถสะเทินฯ เป็นการพัฒนาองค์ความรู้เรื่องแบตเตอรี่หรือระบบกักเก็บพลังงาน

มนัสคาดหวังว่า ในอนาคตต้องมีรถสัญชาติไทยด้วยฝีมือคนไทย ชิ้นส่วนต้นน้ำอยู่ในไทย ส่วนหนึ่งจะทำให้ต้นทุนต่ำ มีเงินไหลเข้าประเทศได้มาก โดยคิดไกลถึงการสร้างแบรนด์ไทยส่งไปตลาดต่างประเทศ แต่หนทางยังอีกยาวไกลเพราะต้องส่งแบตเตอรี่เข้ารับมาตรฐานการทดสอบความปลอดภัยก่อน

“ผมอยากให้ระบบวิจัยไทยเหมือนประเทศจีน ถ้าเอกชนคิดทำอะไรแล้วประเทศชาติได้ประโยชน์ หน่วยงานรัฐจะยื่นมือช่วยเหลือให้การพัฒนานั้นสำเร็จเป็นรูปธรรมเร็วขึ้น เพื่อไม่ให้ประเทศชาติเสียโอกาสในตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูง ขณะที่กลไกการสนับสนุนในบ้านเรายังต้องเป็นไปตามระเบียบขั้นตอน ทำให้เกิดความล่าช้าไม่ทันการแข่งขัน” ผู้บริหารตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) กล่าว

แชร์ข่าว :
Tags: