หนุ่มมะเร็งเบ้าตา ยันเงินบริจาคมี9ล้าน จี้คู่กรณีเคลียร์3ล.

17 ธันวาคม 2560
10,827

วุ่นไม่จบ! พ่อและหนุ่มมะเร็งเบ้าตา ยืนยันเงินบริจาคมี9ล้าน จี้อดีตภรรยา-พ่อตา เคลียร์รายละเอียดใช้เงิน3ล้าน ปมซื้อรถ-ค่ายารักษา

กรณีนายประเสริฐ คำมุงคุณ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 2 บ้านโสกแมว ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ร้องเรียนผ่านสื่อว่า ลูกชายคือ นายเดชฤทธิ์ หรือน้องมอส คำมุงคุณ อายุ 24 ปี ผู้ป่วยโรคมะเร็งในโพรงจมูก ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังทางโทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ เมื่อกลางปี 2559 นั้น ภายหลังถูกอดีตภรรยาของผู้ป่วยคือ น.ส.พัชรีพร สุวรรณพรม หรือน้องป๊อบปี้ อายุ 21 ปี หอบเงินบริจาคเกือบ 10 ล้านบาท หนีไปอยู่บ้านพ่อแม่ โดยไม่ยอมมาเหลียวแลบุตรชายของตน และนำเงินดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิดเจตนารมณของผู้ใจบุญทั่วประเทศ ซึ่งทางครอบครัวของผู้ถูกกล่าวหาโต้ว่า มีเงินบริจาคเพียง 7,000,000 กว่าบาทเท่านั้น พร้อมจะแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุด วันที่ 17 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านนายประเสริฐ เพื่อติดตามค้นหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับยอดเงินบริจาค โดยมีนายเดชฤทธิ์หรือน้องมอส ช่วยแจงรายละเอียด พร้อมนำเอกสาร Statement (สเตทเม้น) รายการบัญชีแสดงเงินเข้า-ออก ธนาคารออมสิน สาขาธาตุพนม ชื่อบัญชี น.ส.พัชรีพร สุวรรณพนม หรือน้องป๊อบปี้ อายุ 21 ปี ภรรยาของนายเดชฤทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. 2559-23 ก.พ.60 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 9,052,847 บาท จำแนกเงินที่ถูกถอนออกจากบัญชี จำนวน 3,220,300 บาท และเช็คยอดครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 23 ก.พ.60 มีเงินอยู่ในบัญชีหมายเลขดังกล่าว จำนวน 5,832,547 บาท ซึ่งไม่ทราบว่าหลังจากเดือน ก.พ. จะมีการถอนไปอีกหรือเปล่า

นายเดชฤทธิ์หรือน้องมอสเผยต่อว่า บุคคลที่เอาอาวุธปืนมาให้ตนลูบคลำนั้น คือ นายประดิษฐ์ สุวรรณพรม ผู้เป็นพ่อตา ขณะนั้นตนอยู่ในห้องเช่าเพียงสองต่อสองกับพ่อตา ด้วยความกลัวจึงบอกให้นายประเสริฐอยู่ด้วยตลอด เกรงตนเองจะไม่ปลอดภัย ต่อมานายประดิษฐ์โทรศัพท์เข้ามือถือของน.ส.พัชรีพรหรือน้องป๊อบปี้ ขอคุยกับตน โดยออกปากไล่ให้ออกจากห้องเช่า อ้างว่าห้องนี้เป็นห้องที่เขาเช่า นายประเสริฐจึงพาตนออกจากห้อง โดยไม่มีอะไรติดมือมาด้วย ได้มาเพียงยารักษาโรคเท่านั้น ทางครอบครัวตนได้ไปทำหนังสือเช่าห้องของการเคหะหลักสี่ ในราคาค่าเช่าเดือนละ 3,500 บาท ส่วนที่นายประดิษฐ์อดีตพ่อตาอ้างว่า รถยนต์ที่ซื้อมานั้น ต้องการใช้ในเวลาพาไปหาหมอ หากอดีตพ่อตากล่าวจริง ก็ควรนำรถยนต์คันนั้นมาคืน เพราะปัจจุบันตนอยู่กับพ่อที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่มีปัญหากัน ซึ่งครอบครัวของน้องป๊อบปี้ต้องแจงรายละเอียดต่อศาลให้ครบถ้วน ว่าเงินกว่า 3 ล้านบาท นำไปใช้อะไรบ้าง ส่วนค่ารักษาพยาบาลที่อ้างจ่ายให้แก่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ต้องขอยืนยันว่าทางโรงพยาบาลนั้นรักษาฟรี ยกเว้นต้องจ่ายเป็นค่ายาหลักนอกบัญชีที่เบิกไม่ได้ เช่น วิตามิน หรือ อาหารเสริม

การกล่าวอ้างว่านำเงินบางส่วนไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลอาจจะทำให้คนเข้าใจผิดโรงพยาบาลเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลอาจทำให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหาย ซึ่งทางครอบครัวได้ขอรายการค่ารักษาพยาบาลประกอบใบเสร็จรับเงิน ตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.59-17 พ.ค.60 รวมรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเงิน 38,274.50 บาท ดังนั้นครอบครัวของอดีตพ่อตาต้องแจงรายการค่าใช้จ่ายต่างๆแก่ผู้บริจาคเข้าใจด้วยว่า นำไปใช้ในการรักษาตนอย่างไร

คลิปข่าว

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง