'บุหรี่ไฟฟ้า' ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

15 ธันวาคม 2560 | โดย คมชัดลึก
4,819

"บุหรี่ไฟฟ้า" อันตราย ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

ประเด็นเรื่อง “บุหรี่ไฟฟ้า” กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งโพสต์ข้อมูลผ่านโลกออนไลน์ แสดงรอยฟกช้ำจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม.

และเพราะเป็นผู้ต้องหานำเข้า “บุหรี่ไฟฟ้า” ต่อด้วยการยื่นเรื่องให้มีการแก้ไขทบทวนการห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้า

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ ไฟฟ้า ระบุว่า ขณะนี้มีผู้มาร่วมลงชื่อสนับสนุนเรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บุหรี่กว่า 11 ล้านคน ใช้บุหรี่ไฟฟ้าภายใต้การควบคุมของกฎหมาย เนื่องจากการไม่อนุญาตให้ใช้เป็นการบังคับให้ผู้สูบบุหรี่ที่มีอันตรายมาก ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ต้องการเลิกบุหรี่ ไม่อยากรับควันบุหรี่ แต่ต้องใช้แบบหลบ ๆ ซ่อนๆ เพราะกลัวถูกจับ

“ทุกวันนี้แม้จะยังไม่มีผลวิจัยถึงผลกระทบในระยะยาว แต่รัฐบาลในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ สหภาพยุโรป อเมริกา และนิวซีแลนด์ ก็อนุญาตให้ใช้ได้โดยมีกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งถือว่าช่วยป้องกัน ปัญหาการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน และยังช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศไทย”นายมาริษกล่าว

ทว่า ในมุมทางการแพทย์ มองว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” ยังไม่มีรายงานทางวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าสามารถช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ได้จริง ทางตรงกันข้ามกลับมีอันตรายไม่ต่างหรือมากกว่าบุหรี่มวน

นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานหรือข้อสรุปทางการแพทย์ที่ชี้ชัดว่าสินค้าที่ผู้ขายเรียกว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้า เป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ในการช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ แต่พบว่าเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย ตัดสินใจซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามา ทดลองสูบและเสพติดในที่สุด

“ที่สำคัญ ในบุหรี่ไฟฟ้าก็มีสารพิษโดยเฉพาะสารเสพติดอย่างนิโคติน และสารกลุ่มโลหะหนักต่างๆ เช่น โครเมี่ยม นิเคิล และฟอร์มาลดีไฮด์ หรือยาดองศพ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในระดับที่สูงหรือมากกว่าบุหรี่ทั่วไป มีอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และเป็นสินค้าที่ห้ามนำเข้า หรือขายในประเทศไทย” นพ.อัษฎางค์กล่าว

เช่นเดียวกับ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดผลศึกษาทดลองการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ในหนูทดลอง ของรศ. ดร.มาร์ค โอลเฟิรท์ (Mark Olfert) จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสต์ เวอร์จิเนีย รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา พบผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เกิดความผิดปกติในระบบไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือด ส่งผลเฉียบพลันและระยะยาว

การทดลองแบ่งกลุ่มหนูทดลอง ออกเป็นกลุ่มที่ได้รับไอจากบุหรี่ไฟฟ้าระยะสั้น 5 นาที เพียงครั้งเดียว กับกลุ่มระยะยาว รับไอน้ำบุหรี่ไฟฟ้าวันละ 4 ชั่วโมง สัปดาห์ละ5วันติดต่อกัน8เดือน โดยใช้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ารสคาปูชิโนที่มีสารนิโคติน 18 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร

ผลการวิจัยพบว่า ภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่หนูได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้า 5 นาที ขนาดเส้นเลือดจะหดตัวเล็กลง 31 % ส่งผลให้ความสามารถในการขยายตัวของหลอดเลือดลดลง 9 % ขณะที่กลุ่มหนูที่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้าระยะยาว พบว่าดัชนีการแข็งตัวของหลอดเลือดใหญ่ในทรวงอกมีค่าสูงขึ้น 2 เท่าครึ่ง ของกลุ่มหนูที่ไม่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้า การแข็งตัวของหลอดเลือดใหญ่แสดงว่าภาวะหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดลง หมายถึงระบบไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือดเปลี่ยนแปลง แสดงภาวะการแก่ตัวของหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับการนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบในมนุษย์

ผู้วิจัย สรุปว่า ผลทดสอบ ชี้ให้เห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีผลต่อสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด กระทบการทำงานของเซลล์บุหลอดเลือด เป็นเหตุให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพหรือแก่ก่อนวัย ซึ่งเป็นตัวพยากรณ์สำคัญของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวายได้

เหนืออื่นใดมีคนต้นแบบที่จำนวนมากที่สามารถเลิกบุหรี่ได้โดยไม่ต้องใช้บุหรี่ไฟฟ้า อย่างเช่น นายมงคล เงินแจ้ง ผู้อำนวยการ ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านวังมะด่าน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก และนายกสมาคมหมออนามัย ผู้ประกาศตัวเลิกบุหรี่เป็นคนแรกของโครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไเทย เทิดไท้องค์ราชัน หลังจากที่สูบบุหรี่มานานถึง 36 ปีตั้งแต่วัยหนุ่มอายุ 19 ปี

ในใจนึกอยากจะเลิกหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เพราะบังคับตัวเองให้ละจากความเคยชินไม่ได้ เมื่อตื่นขึ้นมาก็สูบ หลังรับประทานอาหารก็ต้องสูบ กระทั่ง หมออนามัยได้ริเริ่มโครงการ 3 ล้าน 3 ปีฯเมื่อปี 2559 จึงลุกขึ้นประกาศตัวต่อหน้าสาธารณชนเป็นคนแรกของโครงการ นับจากนั้นก็เลิกด้วยวิธีการ “หักดิบ”

“เมื่อเราประกาศตัวแล้วก็ต้องทำให้ได้ มิฉะนั้นจะเสียหน้ามาก ตรงนี้เป็นสิ่งที่บังคับใจเราว่าต้องเลิกให้ได้ เพราะหากเราเลิกไม่ได้ ก็คงยากที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ เพราะแม้แต่คนที่เป็นกลุ่มริเริ่มยังเลิกไม่ได้เลย จึงเกิดแรงฮึดอย่างมาก และก็ทำสำเร็จ” นายมงคลกล่าว

การหักดิบในช่วงแรก นายมงคล บอกว่า จะทรมานในช่วง 2 สัปดาห์แรกที่หยุดสูบ จะรู้สึกเหมือนลงแดง ปากขม ก็ต้องกลั้นใจ ต้องไม่ไปคิดว่าเคยชินในการต้องสูบ หลังจากนั้นก็จะเลิกได้ โดยส่วนตัวคิดว่าหากจะเลิกต้องใช้วิธีหักดิบเลย เลิกทันที เพราะหากใช้วิธีค่อยๆลดจำนวนที่สูบลง ก็ยังเคยชินกับการสูบก็จะยากที่จะเลิกได้เด็ดขาด

ท้ายที่สุด นายมงคล แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ว่า คนที่ตัดสินใจเลิกบุหรี่สามารถโทรขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน 1600 ซึ่งการที่จะเลิกได้สำเร็จหรือไม่อยู่ที่จิตใจ หากใจมั่นคงก็จะทำได้ ที่สำคัญ เมื่อคิดจะเลิกควรประกาศให้สาธารณชนรับรู้ด้วย เนื่องจากจะเป็นสิ่งที่คอยบังคับให้เราทำให้สำเร็จให้ได้จะไม่ได้เสียหน้า

วิธีธรรมชาติ...เลิกบุหรี่

1.หญ้าดอกขาว ช่วยให้ลดการอยากบุหรี่ได้ถึง 60%

2.น้ำมะขามป้อม 10 กรัม มีวิตามิน 600-1,000 มิลลิกรัม ช่วยให้ไม่อยากบุหรี่

3.การนวดกดจุดสะท้อนเท้า กระตุ้นสมองหลั่งสารเคมีทำให้รสชาติบุหรี่ผิดปกติ ทำให้ไม่อยากบุหรี่

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง