'ดูโอ้' ต่างวัย พลิกวงการฟุตบอลเยาวชนไทย

7 ธันวาคม 2560 | โดย สกาวรัตน์ ศิริมา
3,822

"ดูโอ้" ต่างวัย พลิกวงการฟุตบอลเยาวชนไทย

ในแวดวงฟุตบอลเยาวชนไทย เวลานี้เชื่อได้ว่าใครหลายคนกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวของ "ญาณวิทย์คันธราษฎร์” หรือโค้ชเบนซ์ และ"วิบูลย์ มณีฉาย"เมื่อคนสองคนกลายมาเป็นคู่ดูโอ้คู่ใหม่ของวงการฟุตบอลเยาวชนไทย ภายใต้หลังคาบ้านของสโมสรสุโขทัย เอฟซี ที่มี“สมศักดิ์ เทพสุทิน”คุมบังเหียนอยู่ ที่สำคัญได้มอบความไว้วางใจให้คนทั้งคู่ เข้ามาบริหารจัดการ และการพัฒนาฝีเท้าของเยาวชน“ค้างคาวไฟ”


“ด้วยเป้าหมายให้“อะคาเดมี่ สุโขทัย เอฟซี” ยกระดับเป็นแหล่งบ่มเพาะเยาวชนให้ก้าวสู่นักเตะอาชีพที่ครบเครื่องในอนาคต”
ไม่เพียงเท่านี้ ทาง“สมศักดิ์ เทพสุทิน” ประธานสโมสรฟุตบอลสุโขทัยเอฟซี ไม่ได้ล้อเล่นกับการพัฒนานักเตะเยาวชน แต่กลับแสดงความจริงจังโดยส่งให้“โค้ชเบนซ์”เข้ารับการอบรมหลักสูตรการพัฒนาความคิดและสมองสำหรับนักฟุตบอลสู่ความเป็นมืออาชีพ กับสหพันธ์ฟุตบอลอะคาเดมี่โลก หรือ WFA ปี 2017 ที่ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นโค้ช 1 ใน 20จากทั่วโลก เพื่อกลับมาพัฒนาให้เยาวชนของสโมสรให้มีความเป็นมืออาชีพตามมาตรฐานของโลก จากที่ได้ให้โค้ชเบนซ์ ทำทีมU-19ปี ผลงานอยู่ในระดับที่น่าพอใจ มากกว่านั้น คือ การได้โค้ชระดับUEFA A Licence เข้ามาอยู่ในสโมสรสุโขทัยเอฟซี ถือเป็นจังหวะที่ดีการยกระดับโค้ชควบคู่กับการบ่มเพาะนักเตะไปด้วย


เมื่อโค้ชสัญชาติไทยดีกรี UEFA A Licence คนแรกของประเทศไทย จับมือกับผู้มากประสบการณ์ฝึกอบรมโค้ชฟุตบอลในประเทศไทย นั่นหมายถึงการส่งสัญญานความยั่งยืนของการบ่มเพาะแข้งเยาวชนไทยเกิดขึ้นแล้ว


หากเปิดโปร์ไฟล์ของ“โค้ชเบนซ์”เด็กหนุ่มชาวเชียงใหม่วัย 30 ต้นๆ ไม่ธรรมดา ผ่านการอบรมจากประเทศอังกฤษ The is English C licence ,UEFA B licence,UEFA A licence,Personal trainer จาก YMCA ,โค้ชเฉพาะทางเทคนิค Coerver ขั้นสูง ,โค้ชฟุตบอลฟิตเนส จากWorld football Academy ,ผ่าการอบรมเฉพาะทาง กองหลัง ,กองกลาง,กองหน้า รวมถึง ผู้รักษาประตู จากThe English FA และFutsal Level2 จากThe English FA เรียกได้ว่าครบเครื่อง และนาทีนี้ในประเทศไทยยังไม่มีใครมีคุณสมบัตินี้


ขณะที่อาจารย์วิบูลย์หนุ่มใหญ่วัย 60 ปี โปรไฟล์ตั้งแต่เรียนจบระดับปริญญาตรี และโท ด้านพลศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปโลดเล่นในแวดวงราชการ ตำแหน่งสุดท้ายคือผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี ขณะที่ประสบการณ์ด้านวิชาการด้านฟุตบอล ถือว่าเป็นระดับกูรูที่โค้ชฟุตบอลไทยทั้งประเทศต้องรู้จักในฐานะเป็นผู้ช่วยวิทยากรหลากหลายเวที โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และยังเป็นแมวมองนักเตะ รวมถึงยังเป็นคนดูฟุตบอลมากถึงวันละ 10 คู่ ตลอดจนเคยเป็นผู้อำนวยการผู้อำนวยการอคาเดมีของสโมสร ชลบุรี เอฟซี และผู้อำนวยการสถาบัน เจเอ็มจีอะคาเดมี่ โดยในวงการโค้ชฟุตบอลมักจะ ขอมาแบบฝึกหัดไปสอนเยาวชนกันมาโดยตลอด


“โค้ชเบนซ์” เปิดใจว่า ระหว่างที่เรียนเป็นผู้ฝึกสอนโค้ชฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษ ก็ติดตามความเคลื่อนไหวของฟุตบอลไทยตลอด ตอนนั้นยังไม่คิดจะกลับเมืองไทย ช่วงนั้นเคยคุยกับโค้ชไทยหลายคน แต่ส่วนใหญ่การสื่อสารระหว่างกันก็คนละเส้นทางเหมือนถามคำตอบคำแต่คนหนึ่งที่คุยข้ามประเทศเกี่ยวกับฟุตบอลแล้วคลิกกัน คือ อาจารย์วิบูลย์ เปรียบเสมือนสมัยก่อนไม่มีกระเป๋าล้อลาก แต่วันนี้กระเป๋ากับล้อลากมาอยู่ด้วยกันได้จึงเชื่อว่า เมื่อผมเชี่ยวชาญด้านเทคนิค และเป็นผู้ปฎิบัติ ส่วนอาจารย์วิบูลย์มีประสบการณ์ เมื่อมารวมตัวกันทุกอย่างเดินหน้าอย่างรวดเร็ว


“ จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เปรียบเป็นเงาซึ่งกันและกัน โดยส่วนตัวผมมองว่า ผมไม่ใช่คนเก่งแต่ต้องมีคนที่คอยเป็นกระจกส่องข้อเสียให้ผมด้วย เพราะคนเรามีคำว่าขาดและเกิน”


ในวันที่ฟ้าลิขิตให้ผมกับ“สมศักดิ์ เทพสุทิน”ได้เจอกัน ได้รับโอกาสในการเข้ามายกระดับ“อะคาเดมี่ สุโขทัย เอฟซี” จึงเป็นที่มาของ คำว่าคนคู่ ระหว่างผมกับอาจารย์วิบูลย์ที่ผ่านการลองภูมิมาเป็นปี เพราะบางครั้งการภาษาฟุตบอลขั้นสูง ถ้าคนไม่เข้าใจก็ยาก มีหลายคนเขาหาว่าบ้า เพราะเป็นโลกอีกใบ ถ้าคนไม่เปิดใจก็คุยกันไม่รู้เรื่อง และยิ่งคนที่อยู่ในศาสตร์ของฟุตบอล มีโค้ชมา 100 คน มานั่งคุย จะรู้เลยว่า องค์ความรู้แต่ละคนเป็นอย่างไร


“เช่นเดียวกัน ผมยืนยันว่าการเล่นฟุตบอลมาจากสมองสั่งการ ควบคู่กับการพัฒนาร่างกาย ความรู้ที่ผมได้รับมาจากศาสตร์ของฟุตบอล มีวิธีพัฒนา และวิธีป้องกันการบาดเจ็บได้ หากว่าเข้าใจกระบวนการที่ถูกต้อง ซึ่งฟุตบอลมีแต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่แฟนตาซี ”โค้ชเบนซ์ กล่าว


อาจารย์วิบูลย์ เล่าว่า ผมคุยกับโค้ชเบนซ์ทางโลกออนไลน์มาเป็นปี แต่เมื่อเจอกันแล้วเป็นคนเปิดใจทุกอย่างในโลกของฟุตบอลในแง่ของการปฎิบัติผมมีบทบาทน้อยมาก แต่ผมมาจากสายผู้ดู ผมคิด ผมอ่านตำรา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจึงเกิดการพัฒนากลายมาเป็นผู้วิเคราะห์ทั้งรูปเกมฟุตบอล, นักเตะ, การศึกษาภาษากาย ส่วนหนึ่งเพราะโลดแล่นในด้านวิชาการด้านฟุตบอลมาหลายสิบปี ทุกคอร์สที่มีการอบรมโค้ชฟุตบอลไทยตั้งแต่ยุคแรกจนถึงขณะนี้ผมไปทำหน้าที่เป็นล่ามแปล เป็นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
สิ่งหนึ่งที่ผมกับโค้ชเบนซ์เหมือนกันคือ เป็นคนที่น้ำไม่เต็มแก้ว เรามีหนังสือฟุตบอลอยู่เต็มบ้าน แม้กระทั่งวันที่ต้องเดินทางพานักกีฬาไปแข่ง กระเป๋าเราก็มีหนังสืออยู่ด้วย พร้อมที่จะเปิดอ่านทันทีตลอดเวลา และด้วยเป็นคนดูฟุตบอลสัมผัสโค้ชตลอดเวลา ทำให้เราทั้งคู่มองตากันก็ว่า นักเตะคนไหนสุดยอด และโค้ชคุณภาพเป็นอย่างไร
อย่างวันนี้ที่คนทั้งคู่ต้องมาพิสูจน์ฝีไม้ลายมือใน“อะคาเดมี่ สุโขทัย เอฟซี” ทั้งโค้ชเบนซ์ และอาจารย์วิบูลย์พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คนหนึ่งมีมุมมองเทคนิคในโลกอนาคตของฟุตบอลคนหนึ่งมีประสบการณ์ช่ำชองในแวดวงของฟุตบอลไทย เมื่อมีความศรัทธา ซื่อสัตย์ และทุ่มแทระหว่างกัน ทุกอย่างจะเดินหน้าไปได้ เพราะกีฬาไม่มีคำว่าลังเล


อาจารย์วิบูลย์บอกว่า "ข้อดีคือเรามีบ้านใหญ่ คือ สโมสรสุโขทัยเอฟซี เมื่อเราพัฒนาเด็กรุ่นต่อรุ่นก็จะกลายเป็นคลื่นนักกีฬา ยอมรับว่าการสร้างโมเดลขึ้นมา ต้องใช้งบประมาณ และผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์มั่นคง ยอมตัดคำว่าชัยชนะออกไป ผมยังมองว่า แนวทางนี้ต่อไป ทีมของเราจะเติบโต นักเตะจะมีมูลค่าไม่ใช่มาจากถ้วยรางวัลที่มาการันตี แต่วันนี้สิ่งหนึ่งที่ทีมเรามีคือ ผู้บริหารของเรามีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายนั้น ถือเป็นสิ่งที่เราทั้งคู่อยากให้เป็น เพราะนั้นหมายถึงว่า อนาคตจะเป็นการพลิกวงการฟุตบอลเยาวชนไทยจากหน้ามือเป็นหลังมือ


ในมุมมองของอาจารย์วิบูลย์ มองว่านักกีฬาเยาวชนฟุตบอลไทย มีสิ่งเร้าเข้ามารอบกายมากหมาย ความมีวินัยในชีวิตของนักแตะรุ่นใหม่ ต้องมีดีในสนาม และนอกสนาม เพราะนักกีฬาไม่ใช่คนธรรมดา ตรงกับข้ามเขาเป็นคนพิเศษ หากเปรียบเป็นสิ่งที่มีชีวอต เช่น สุนัข เขาเป็นสุนัขสงครามที่พร้อมจะออกรบในสนามอย่างเด็ดเดี่ยว มากกว่านั้น นักฟุตบอลรุ่นใหม่ไม่ใช่มีพลังแค่อย่างเดียว แต่ต้องมีความหวังไม่มีคำว่าสิ้นสุด เพราะถ้าหมดความหวัง คำว่า นักกีฬาฟุตบอลก็จะจบไปทันที


ขณะที่ตอนนี้อาจมีการตั้งคำถามในใจจากใครๆหลายคนในวงการฟุตบอลว่า “โค้ชเบนซ์” แม้จะมีดีกรีมาจากเมืองนอกเมืองนา แต่ในภาคฏิบัติจะนำพาบอลไทยพัฒนาได้ หรือว่าเก่งแต่ทฤษฎีหรือไม่ แต่“โค้ชเบนซ์”บอกว่าไลน์เซ่นจะบ่งบอกเส้นทางของการมาเป็นโค้ชได้ คนเราไม่สามารถพูดให้ใครเชื่อได้ แต่การกระทำมากกว่าคำพูด แต่ผมมีพื้นฐานของทฤษฎีและปฎิบัติพร้อมกัน ในมุมมองของผม เราทั้งคู่คุยกันเรื่องปุตบอลแห่งอนาคต นักฟุตบอลสามารถสร้างได้ ในอีก 10 ปีข้างหน้า คนคนหนึ่งที่ถูกสร้างมา ป้อนเทคนิคเข้าไปให้จะกลายเป็นการสร้างเยาวชนมาดักรอได้อย่างมีคุณภาพ อย่างตอนนี้อาจารย์วิบูลย์บอกว่า การใช้ฝ่าเท้าใช้ได้ 8 ด้าน แต่ผมบอกว่า มีเทคนิคที่ใช้ฝ่าเท้าได้ 16 ด้าน ผมยังมั่นใจว่านักฟุตบอลสร้างได้
สำหรับงานแรกในไทยกับการคุมทีมU19ปี ให้กับค้างคาวไฟ “โค้ชเบนซ์”ยอมรับว่า ทั้งนักเตะ และเวลามีจำกัดพอกัน แต่ก็เชื่อว่าด้วยวิธีการ และการพัฒนาของผมชัดเจน ซึ่งการที่จะไปเปลี่ยนทีมเด็กโตให้เล่นฟุตบอลได้ในระยะเวลาสั้นๆ ก็ต้องมีศรัทธาต่อกัน ซึ่งก็ก้าวข้ามผ่านได้ได้ด้วยดี


ท้ายที่สุด“อะคาเดมี่ สุโขทัย เอฟซี” ฝากความคาดหวังถาโถมมาที่ “โค้ชเบนซ์” ที่เดินหน้าทยอยปล่อยของดีที่ร่ำเรียนมา ที่ไม่ต่างจากการปูพรมใหม่ณ วันนี้ ก้าวย่างของสโมสรกำลังเดินมาถูกทาง “คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน”สนับสนุนทำฟุตบอลลีก U13ในท้องถิ่นของจังหวัดสุโขทัย เท่ากับว่า เราเข้าสู่กระบวนการของการเพาะกระดูกแล้ว อีกทั้ง“สมศักดิ์ เทพสุทิน” ลั่นว่าสุโขทัย เอฟซี บี พร้อมจะลงเล่นในไทยลีก 4 โซนภาคเหนือ 2018 และคนคุมทีมก็คงหนีไม่พ้น “โค้ชเบนซ์” ที่น่าจะเหมาะสมในเวลานี้ เป็นการถือจังหวะปั้นโค้ชรุ่นใหม่ และนักเตะควบค่กันไป


ส่วนการพัฒนาโค้ชเราไม่ได้มองคนไกลตัว “โค้ชเบนซ์” บอกว่า ผมหยิบเอานักเตะในบ้านมายกระดับองค์ความรู้ให้มีเทคนิคชั้นเชิงในระดับสากล เพราะปมยังเชื่อว่า กองทัพจะเดินหน้าได้ ต้องมีทหารที่ไว้ใจได้ เช่นเดียวกัน โค้ชที่เรียนรู้อยู่กับผม ต้องเรียนรู้ไปด้วยการอย่างทุ่มเท ซึ่งยังมั่นใจว่า “ที่นี่จะเป็นโมเดลสำคัญในการพัฒนาวงการเยาวชนฟุตบอลไทย” ที่ครบเครื่องในอนาคต

  • 1/2
  • 2/2
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง