แก๊งปลอมอีเมลระบาด 'กสิกร' แจ้งเตือนลูกค้า ยังไม่พบเสียหาย

7 ธันวาคม 2560
1,717

แก๊งปลอม "อีเมล-คอลล์เซ็นเตอร์" ระบาด "กสิกรไทย" ร่อนจดหมายแจ้งเตือนลูกค้า ย้ำยังไม่พบความเสียหาย สั่งเฝ้าระวังเต็มที่ ขณะ “แบงก์ชาติ” เผยยอดร้องเรียนเกี่ยวกับภัยการเงินช่วงไตรมาส 2 มีกว่า 485 รายการ เพิ่มขึ้น 59% ส่วนใหญ่เกี่ยวกับแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์

รายงานข่าวจากธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า กรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับ อีเมล ปลอม (Phishing) จาก K-Mobile Banking PLUS เรื่อง “K-Mobile Banking PLUS ของคุณถูกล็อกไว้ชั่วคราว สวัสดี” หากได้รับข้อความลักษณะนี้ อย่าคลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์ใดๆ และให้ลบอีเมลฉบับนั้นทันที

หากท่านได้ตอบรับ อีเมล ดังกล่าว ขอให้รีบแจ้งธนาคารทางโทรศัพท์ K-contact center 02-8888888 กด 0,3 ทันที เพื่อทำการเปลี่ยน Password หรือ อายัดบัญชีต่อไป โดย ธนาคารกสิกรไทย ยืนยันว่า ธนาคารไม่มีนโยบายในการส่ง อีเมล พร้อมลิงก์ หรือไฟล์ในการขอข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า

ทั้งนี้ลูกค้าสามารถตรวจสอบว่าเป็นเว็บไซต์จริงของธนาคารโดยสังเกตบริเวณแบบ URL ดังนี้ 1.มีสัญลักษณ์รูปกุญแจ 2.แสดงชื่อจดทะเบียน KASIKORNBANK Public Co Ltd 3. URL www.kasikornbank.com ขึ้นต้นด้วย https:// แทนที่จะเป็น http://

แหล่งข่าวจากธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การใช้อีเมลปลอม หรือ Phishing ครั้งนี้ ยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับลูกค้า ซึ่งหลังจากที่ธนาคารได้รับแจ้งข้อมูลในเรื่องนี้มา ก็รีบดำเนินการทันที โดยตามปกติธนาคารก็มีระบบการป้องกัน ทั้งมีหน่วยงานภายในของธนาคารเอง ตั้งแต่คอลล์เซ็นเตอร์ รวมถึงประสานหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับ IT security รวมทั้งทำงานกับศูนย์ประสานงานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคธนาคาร หรือ TB-CERT เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ในภาคธุรกิจธนาคาร

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เรื่องการโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้นตลอด แต่ธนาคารก็มีระบบป้องกัน ระมัดระวังเต็มที่มีระบบการจัดการที่ดี ระบบทั้งในเรื่อง Data security และcyber security เรามีแผนปฏิบัติการชัดเจน และมีการดำเนินงานที่กระชับ ทั้งระบบ กระบวนการต่างๆ ให้มีการเฝ้าระมัดระวังในเรื่องการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งของธนาคารยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ธปท. ได้ให้คำปรึกษารับเรื่องร้องเรียน และรับแจ้งเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับภัยทางการเงิน จำนวน 485 รายการ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 181 รายการ หรือเพิ่มขึ้น 59.5% ส่วนใหญ่เป็นภัยทางการเงินจากการหลอกลวงทางโทรศัพท์ (แก๊งคอลล์เซ็นเตอร์) จำนวน 245 รายการ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 135 รายการ หรือ 122.7%

อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนมากไม่ได้รับความเสียหาย แต่เป็นการโทรมาสอบถามข้อมูลและแจ้งเบาะแสว่าเป็นการหลอกลวงรูปแบบแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ โดยส่วนใหญ่อ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ธปท. หรือ เป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐอื่นๆ ประสานงานมาเพื่อแจ้งว่าจะอายัดบัญชีเงินฝาก เนื่องจากบัญชีเคลื่อนไหวผิดปกติเป็นบัญชีต้องสงสัย เป็นต้น

ส่วนเรื่องหลอกลวงทางอีเมลหรือโซเชียลมีเดีย 50 รายการ ลดลงจากไตรมาสก่อน 19 รายการ หรือ 61.3% โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องการถูกหลอกลวงให้โอนเงินจากชาวต่างชาติที่ติดต่อผ่านเฟซบุ๊ค เรื่องการถูกหลอกจากอีเมลที่ถูกปลอมแปลงหรือแฮก

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง